ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

แกลลอรี่

′มาสด้า′ ปรับลุกโชว์รูม รับ′MAZDA2-เอสยูวี′ใหม่บุกตลาดปลายปีนี้

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 18 พ.ค. 2552 เวลา 12:26:51 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

มาสด้าเร่งพัฒนาดีลเลอร์ครบวงจร ปรับลุกใหม่รองรับ "มาสด้า 2-เอสยูวี"ใหม่สิ้นปีนี้ นำระบบฝึกอบรมพร้อมติดตามลูกค้าคาดหวังมาใช้ ชี้ได้ผลเกินคาดยอดขายเซลส์ต่อหัวพุ่งพรวด

นายจอห์น เรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นโยบายของบริษัทในปีนี้จะเน้นการเตรียมความพร้อมของตัวแทนจำหน่าย เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวออกสู่ตลาดในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ซึ่งได้แก่ มาสด้า C x 9 รถเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด และมาสด้า 2 รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เป็นการเปิดตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ของมาสด้า

 

สำหรับแผนงานที่บริษัทกำลังดำเนินงานอยู่ประกอบด้วย ความร่วมมือในด้านสินเชื่อกับบริษัทไฟแนนซ์ คือ ทิสโก้ ซึ่งเป็นพันธมิตรใหม่ในการเร่งปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า โดยปัจจุบันทิสโก้ได้ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ามาสด้าในสัดส่วนประมาณ 32% จากยอดการเช่าซื้อรถยนต์ทั้งหมด

 

ในส่วนของการพัฒนาและปรับปรุงตัวแทนจำหน่ายนั้น บริษัทได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ โดยจัดการฝึกอบรมพนักงานของตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด เริ่มตั้งแต่เจ้าของ พนักงานขาย พนักงานบริการ ช่าง ซึ่งถือเป็นการจัดอบรมทั้งระบบ นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาระบบติดตามลูกค้าคาดหวังเพื่อให้เข้าถึงตัวลูกค้าได้มากที่สุด โดยระบบนี้จะมีการติดตามลูกค้าที่เข้ามายังโชว์รูม จนถึงลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ออกไปแล้วช่วยให้พนักงานขายได้รู้ถึงความคืบหน้าของลูกค้าแต่ละรายด้วย

 

"ระบบติดตามลูกค้าคาดหวังนี้ถือว่าประสบความสำเร็จดีมาก โดยหลังจากนำมาใช้ในโชว์รูมแล้ว เห็นได้ชัดว่ายอดขาย

ของเซลส์แต่ละคนมีสัดส่วนที่สูงขึ้น ซึ่งผลที่ได้ก็ถือว่าเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นของดีลเลอร์ด้วย นอกจากนั้นระบบนี้ยังช่วยในการประเมินการสื่อสารจากลูกค้าโดยตรง ทำให้บริษัทสามารถเลือกสื่อที่จะใช้กับลูกค้าได้ว่าจะใช้สื่อที่เป็นแมสหรือโลคอล ทำให้บริษัทได้รู้ว่าจะใช้จ่ายเงินในด้านนี้อย่างไร"

 

นอกจากนั้น บริษัทได้เร่งปรับโฉมโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ 96 แห่งในปัจจุบัน โดยการปรับลุกให้ดูทันสมัยพร้อมกับอัพเกรดโชว์รูมขึ้น ขณะนี้มีโชว์รูมต้นแบบแล้วเสร็จไปหลายแห่งแล้ว อาทิ พัทยา ภูเก็ต ขอนแก่น และพัทลุง โดยบริษัทตั้งเป้าหมายว่าภายในปีนี้จะแล้วเสร็จประมาณ 40 แห่ง และคาดว่าจะทำได้เต็มรูปแบบทั่วประเทศในต้นปีหน้า ส่วนการลงทุนในการปรับปรุงโชว์รูมนั้นจะใช้เม็ดเงินแห่งละประมาณ 15-30 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างบริษัทกับตัวแทนจำหน่าย

 

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้เร่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยมีการจัดแข่งขันระหว่างตัวแทนจำหน่ายด้วยกันในโครงการ "ดีลเลอร์ เอ็กซ์เซอเร้นท์ อะวอร์ด" เพื่อเฟ้นหาตัวแทนจำหน่ายที่ได้คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุด ซึ่งถือว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ดังนั้นบริษัทจึงได้ตั้งเป้าว่าภายในปีนี้หน้าบริษัทจะสามารถเป็นอันดับหนึ่งทั้งในด้านการบริการการขายและบริการหลังการขายอีกด้วย

 

"การเร่งพัฒนาทุกด้านของมาสด้าในปีนี้ เราเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเปิดตลาดรถยนต์รุ่นใหม่ของมาสด้า ซึ่งนอกจากรองรับความพึงพอใจของลูกค้าแล้ว เรายังคาดหวังในด้านของยอดขายด้วย โดยหลังจากที่บริษัทเปิดตัวมาสด้า 2 ในปลายปีนี้แล้ว คาดว่าปีหน้ามาสด้าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าที่จะครองแชร์ในตลาดรวมไว้ที่ 5%"

ส่วนเป้ายอดขายในปีนี้ บริษัทตั้งไว้ประมาณ 12,000 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 2.2% เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 7% โดยปีที่แล้วทำยอดขายได้ 11,000 คัน แบ่งเป็นรถปิกอัพ 6,400 คัน ลดลงจากปีที่แล้วที่ขายได้ 7,000 คัน และรถยนต์นั่ง 5,600 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ขายได้ 4,000 คัน ส่วนยอดขายในตลาดรถยนต์รวมปีนี้บริษัทคาดการณ์ไว้ที่ 500,000-520,000 คัน

 

"ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมาก เราเผชิญกับเรื่องต่างๆ มาพอสมควร ตั้งแต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ จนถึงวิกฤตเศรษฐกิจของโลก ทั้ง 3 ประการนี้ส่งผลต่อธุรกิจในเมืองไทยซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย อย่างไรก็ตามในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มาสด้ามีสัญญาณที่ดีของยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างแบรนด์ในระยะยาวของมาสด้าด้วย"

 

สำหรับในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทประสบความสำเร็จมากจากยอดขายมาสด้า 3 ซึ่งขยายตัวขึ้นถึง 31% ขณะที่ตลาดในเซ็กเมนต์ซีคาร์ (รถยนต์นั่งขนาดกลาง) หดตัวลงถึง 25% และในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มาสด้า 3 สามารถทำสถิติสูงสุด โดยมียอดขายถึง 573 คัน ทำลายสถิติเดิมในเดือนธันวาคม 2551 ที่มียอดขาย 542 คัน

 

"ความสำเร็จของมาสด้า 3 ซึ่งแม้ว่าจะเป็นช่วงปลายโมเดลแล้วก็ตาม เราคิดว่าน่าจะมาจากดีไซน์ของตัวรถที่มีความเฉพาะตัว ประกอบกับคุณสมบัติต่างๆ ความคุ้มค่าของราคา ทำให้รถรุ่นนี้ยังได้รับความนิยมอยู่ นอกจากนั้นมาสด้า 3 ยังคว้ารางวัลจากทั่วโลกมาถึง 98 รางวัลแล้ว ซึ่งยืนยันถึงคุณภาพของตัวรถและการยอมรับจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี"

ในส่วนของรถปิกอัพนั้น แม้ว่าสถานการณ์ของตลาดโดยรวมจะหดตัวอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทจะใช้กลยุทธ์ด้าน

 

ผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า ประกอบกับราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ ซึ่งจะมีการจัดโปรโมชั่นที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมทั้งชูจุดเด่นช่วงล่างอัจฉริยะที่ได้รับการยอมรับในรถยนต์รุ่นนี้ นอกจากนั้นบริษัทจะมีการออกรุ่นพิเศษมาอย่างต่อเนื่องเพิ่มเติมและสร้างสีสันให้กับบีที-50 และยังมีการทำแคมเปญร่วมกับทิสโก้เพื่อออกแคมเปญด้านการเงินให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้นด้วย