ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ซี.พี.ทุ่ม 805 ล้านคว้าตึกTMB แยกพญาไท เล็งรีโนเวตเป็นศูนย์กวดวิชาประชัน"เคมี อ.อุ๊"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 06 มิ.ย. 2552 เวลา 17:48:08 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ซี.พี.พลาซ่าเฉือนชนะ"อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์" คว้าที่ดินผืนงามเนื้อที่ 4 ไร่ พร้อมอาคารสำนักงานใหญ่แบงก์ทหารไทยเดิม บริเวณสี่แยกพญาไท เสนอราคาสูงถึง 805 ล้านเผยเตรียมทุ่มงบฯบูมพื้นที่เช่าไม่อั้น ควักกระเป๋า 75 ล้านบาทรีโนเวตใหม่ทั้งตึก เปิดศูนย์กวดวิชาประชัน "เคมี อ.อุ๊"

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดประมูลขายอาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารทหารไทยเดิม บริเวณสี่แยกพญาไท ล่าสุดได้รับการรายงานในเบื้องต้นว่า ผู้บริหารกองทุนที่ลงทุนในตึกสำนักงานใหญ่เดิมของธนาคารทหารไทย ได้ตกลงขายอาคารพร้อมที่ดินดังกล่าวให้กับบริษัท ซี.พี.พลาซ่า จำกัด กลุ่มธุรกิจอสังหาฯของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดคงต้องสอบถามจากบริษัท บริหารหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย ซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์พญาไท (PYTPF) เนื่องจากกองทุน PYTPF เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่นำออกประมูลขาย ส่วนธนาคารทหารไทยอยู่ในฐานะผู้ลงทุนรายหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของตึกทั้งหมด เพราะธนาคารลงทุนในกองทุนสัดส่วน 30% อีก 70% เป็นการลงทุนโดยผู้ถือหน่วยลงทุนรายอื่น

 

รายงานข่าวจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์พญาไทแจ้งว่า บริษัท บริหารหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทย จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์พญาไท ได้จัดการประมูลทรัพย์สินที่ดินและอาคารพญาไทของกองทุนรวม ตามที่ได้มีมติและราคาขั้นต่ำจากผู้ถือหน่วยลงทุนเมื่อต้นปี 2552 และได้เชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลจำนวน 26 ราย

โดยในการประมูลครั้งนี้มีผู้สนใจยื่นซองประมูลจำนวน 3 ราย ผู้ชนะการประมูลที่สามารถให้ราคาและเงื่อนไขที่ดีที่สุดตามหลักเกณฑ์การประมูลของกองทุนรวม ผู้ถือหน่วยลงทุน รวมถึงผู้เช่าอาคาร คือ บริษัท ซี.พี.พลาซ่า จำกัด โดยกองทุนรวมได้ดำเนินการทำสัญญาจะซื้อจะขายกับบริษัท ซี.พี.พลาซ่า จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ทั้งนี้ทรัพย์สินที่ประมูลประกอบด้วย อาคารจำนวน 3 อาคาร บนพื้นที่ดิน 4 ไร่ ประกอบด้วยอาคาร A อาคารสำนักงานให้เช่าสูง 14 ชั้น พื้นที่ประมาณ 16,711 ตารางเมตร อาคาร B อาคารที่จอดรถสูง 6 ชั้น พร้อมชั้นดาดฟ้า พื้นที่ประมาณ 12,275 ตารางเมตร อาคาร C อาคารสำนักงานให้เช่าสูง 5 ชั้น พื้นที่ประมาณ 1,640 ตารางเมตร

 

แหล่งข่าวกองทุนรวมพญาไท เปิดเผยว่า ผู้สนใจยื่นซองประมูลจำนวน 3 รายประกอบด้วย บริษัท ซี.พี.พลาซ่า บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี โดย ซี.พี.พลาซ่าเสนอราคาสูงสุดในราคา 805 ล้านบาท เฉือนเอาชนะบริษัทอนันดาฯดาวรุ่งวงการพัฒนาที่ดิน เป็นเพราะนอกจากข้อเสนอด้านราคาและเงื่อนไขการชำระเงินของ ซี.พี.พลาซ่าสอดคล้องกับความต้องการของกองทุนรวมพญาไท และยอมรับเงื่อนไขที่กองทุนตั้งไว้ได้มากกว่า โดยเฉพาะการดูแลผู้เช่าพื้นที่เดิมที่เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากสัญญาเช่าบางส่วนยังมีระยะเวลาเหลืออยู่ ต่างจากกลุ่มอนันดาฯผู้ประมูลอีกรายหนึ่งที่แม้จะให้ราคาค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน แต่มีแผนจะนำที่ดินแปลงนี้ไปลงทุนพัฒนาโครงการทันทีหากชนะการประมูล ทำให้กองทุนเกรงว่าผู้เช่าพื้นที่เดิมอาจจะได้รับผลกระทบ  

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแจ้งว่า เดิมกลุ่ม ซี.พี.ยื่นซองประมูลสูงถึง 950 ล้านบาท สูงกว่าอีก 2 ราย ก่อนจะมาเจรจาเงื่อนไขกับกองทุนรวมพญาไทจนเหลือวงเงิน 805 ล้านบาท


สำหรับ ซี.พี.พลาซ่าจะใช้งบฯราว 75 ล้านบาท เพื่อเข้าไปปรับปรุงตกแต่งอาคารใหม่ จากนั้นจะปล่อยเช่าพื้นที่ว่างโดยพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางหรือแหล่งรวมของโรงเรียนกวดวิชา เนื่องจากปัจจุบันศูนย์รวมโรงเรียนกวดวิชาเคมี อ.อุ๊ อาคารวรรณสรณ์ พญาไท เยื้องๆ กับสำนักงานใหญ่เดิมธนาคารทหารไทย มีโรงเรียนกวดวิชาเช่าเปิดสอนกวดวิชาเต็มพื้นที่แล้ว

 

ดังนั้นซี.พี.พลาซ่าจึงมองเห็นโอกาสที่จะทำตลาด โดยบูมอาคารดังกล่าวให้เป็นแหล่งรวมโรงเรียนกวดวิชาอีกแห่งหนึ่ง เพราะทำเลที่ตั้งอาคารมีศักยภาพสูง นอกจากจะอยู่ใจกลางเมืองแล้ว ยังอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไทอีกด้วย ที่สำคัญก่อนหน้านี้ ซี.พี.แลนด์ได้เจรจาเบื้องต้นกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เจ้าของสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยจะลงทุน 120 ล้านบาท ทำทางเชื่อมระหว่างตัวอาคารกับสถานีรถไฟฟ้า

 

ด้านนายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กลุ่ม ซี.พี.ชนะประมูลเพราะรับเงื่อนไขของผู้ขายคือธนาคารทหารไทยที่ให้ผู้ซื้อรับภาระผูกพันในสัญญาเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานภายในอาคารต่อไป อย่างไรก็ตามแม้ไม่ได้ที่ดินแปลงนี้ บริษัทก็ยังมองหาซื้อที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพแปลงอื่นๆ เพื่อรองรับการลงทุนตามแผนที่วางไว้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคารสำนักงานใหญ่เดิมธนาคารทหารไทย บริเวณสี่แยกพญาไท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่ ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน 2 อาคาร พร้อมที่จอดรถ มีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์พญาไท (PYTPF) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2541 ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1 พันล้านบาทเป็นเจ้าของ โดยซื้อที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าวมาจากธนาคารทหารไทย โดยสินทรัพย์สุทธิขณะลงทุนมูลค่ารวม 660 บ้านบาท

 

ทำเลที่ตั้งโครงการในปัจจุบันอยู่ย่านใจกลางเมือง นอกจากจะติดแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้ว ยังอยู่ใกล้แนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ หรือโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ และแนวรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน และบางซื่อ-รังสิต ที่ภาครัฐกำลังเร่งผลักดันก่อสร้าง รวมทั้งอยู่ใกล้ศูนย์คมนาคมมักกะสัน และศูนย์กลางคมนาคมบางซื่อ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงเป็นที่หมายตาของดีเวลอปเปอร์จำนวนมากโดยเฉพาะระดับยักษ์ใหญ่ในวงการ เพราะแปลงที่ดินสามารถพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่แบบผสมผสาน หรือ mix use ได้ ทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม ที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ หลังกองทุนรวมอสังหาฯ PYTPF นำออกประมูลขาย จึงมีผู้สนใจเสนอตัวยื่นประมูลหลายราย อย่าง ซี.พี.แลนด์, อนันดาฯ ตลอดจน ที.ซี.ซี.แลนด์ของกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี