|
วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15:56:48 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เจ้าสัว ชาตรี โสภณพนิช ปธ.แบงก์กรุงเทพ เขียนถึง"ครู"คนแรกในอาชีพนายธนาคาร
"จะมีใครสักกี่คนที่เมื่อเข้าสู้สังเวียนการเมืองแล้ว ได้รับการสรรเสริญว่าเป็น "ชาร์เศรษฐกิจ" ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักการเมืองมือสะอาด ที่มุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริง" !!
เจ้าสัว ชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการ แบงก์กรุงเทพฯ เขียนถึง ครูคนแรกในอาชีพนายธนาคาร " คุณบุญชูบอกผมว่าคุณพ่อไม่อยู่ ผมควรจะมาทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ"
กล่าวกันว่า แบงก์กรุงเทพ ยืนหยัดและแข็งแกร่ง อยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะบุคคล อย่างน้อย 2 คน คนแรกคือ นายบุญชู โรจนเสถียร คนที่สอง คือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นักเศรษฐศาสตร์การเมือง เชื่อว่า ถ้าไม่มีคนชื่อ บุญชู อาจไม่มีแบงก์กรุงเทพ ในวันนี้ ! วันที่ 28 พฤษภาคม 2552 เจ้าสัว ชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) นั่งลง จรดปากกาเขียนเรียงความเรื่อง " ครูคนแรกในอาชีพนักการธนาคารของผม" เรียงความชิ้นนี้ ไม่ได้ส่งประกวดที่ไหน แต่เป็นเรียงความที่ตีพิมพ์ในหนังสืองานศพของครูผู้ยิ่งใหญ่ เป็นครั้งแรก ที่ เจ้าสัวชาตรี เล่าเรื่องแบงก์กรุงเทพ ในยุคจอมพลผ้าขาวม้าแดง ยุคที่นายห้างชิน ต้องสัญจรไปอยู่ฮ่องกง เพราะพิษการเมือง เจ้าสัวชาตรี เล่าว่า คุณบุญชู โรจนเสถียร คือผู้ที่มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อธนาคารกรุงเทพ เพราะท่านเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากในการเข้ามาปฏิรูปธนาคาร ด้วยการริเริ่ม บุกเบิก สร้างสรรค์ พัฒนา และบริหารจัดการ ทำให้ธนาคารกรุงเทพมีความเจริญก้าวหน้า ตลอดระยะเวลายาวนานเกือบ 30 ปี ท่านได้ทุ่มเทสติปัญญา ความรู้ความสามารถในฐานะนักบัญชีมืออาชีพ นำวิธีการวางแผนธุรกิจอย่างมีระบบ การวางระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพการขยายตัวด้วยการเพิ่มทุนจดทะเบียนอย่างรวดเร็ว และการริเริ่มเสนอบริการใหม่ๆ ที่มีความเจริญก้าวหน้าทันสมัยเข้ามาเสริมส่งให้ธนาคารกรุงเทพ มีความโดดเด่นในด้านการให้บริการทั้งสินเชื่อและเงินฝากประเภทต่างๆ รวมทั้งการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการกีฬาธนาคารจึงก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจการเงินการธนาคารได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของธนาคารที่ท่านได้รับมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำรงตำแหน่งนี้ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2520 นั้น เพียงแต่ระยะเวลาไม่กี่ปีของการบริหารงาน คุณบุญชูก็สามารถทำให้ธนาคารกรุงเทพเป็นธุรกิจเอกชนของคนไทยที่มีทุนจดทะเบียนสูงสุดในขณะนั้น และเป็นธนาคารที่สามารถอำนวยบริการด้านการเงินที่สมบูรณ์พร้อมสรรพ อีกทั้งยังมีบทบาทเป็นปากเสียงสำคัญของภาคเอกชนจนคนทั่วไปยอมรับในศักยภาพนี้ เหนืออื่นใด ด้วยวิสัยทัศน์ของคุณบุญชูที่ต้องการแสดงให้คนไทยเห็นว่าธนาคารกรุงเทพมีความเชื่อมั่นในเสถียภาพและอนาคตของประเทศไทย จังได้ตัดสินใจก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บนถนนสีลม นับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของธนาคาร เนื่องจากอาคารหลังนี้มีความสูง 32 ชั้น สูงที่สุดเท่าที่มีการก่อสร้างมาในประเทศไทย ณ ขณะนั้น
อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ไม่เพียงเป็นประจักษ์พยานแห่งความสำเร็จในการประกอบธุรกิจของธนาคารกรุงเทพ สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในขณะนั้น หากยังเปรียบเสมือนอนุสรณ์แห่งวิสัยทัศน์ และการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญของคุณบุญชูด้วย คุณบุญชูเป็นคนที่ทำอะไรทำจริง และต้องทำให้ดีที่สุด เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังและประสบความสำเร็จในการใช้ความรู้ความสามารถบริหารกิจการธนาคาร เป็นผู้นำทั้งด้านความคิดและการปฏิบัติขององค์กรธุรกิจ ที่ส่งผลให้ธนาคารกรุงเทพเติบโตก้าวหน้าเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของประเทศ รวมทั้งทัศนะที่เผยแพร่และแสดงออกต่อสาธารณชนในทุกโอกาส ในฐานะนายธนาคารที่ซื่อตรงต่อวิชาชีพ มุ่งหมายใช้วิชาความรู้เข้าแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แก้ไขสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นตามอัตภาพ คุณบุญชูจึงโดดเด่นเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ทั้งในภาคเอกชนและรัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งสำหรับคุณบุญชูแล้ว นี่คืองานที่ท้าทายความสามารถเป็นอย่างยิ่ง วันที่ 12 มีนาคม 2523 คุณบุญชูได้ขอลาออกจากตำแหน่งสูงสุดของการเป็น "นายธนาคารมืออาชีพ" ไปสู่เส้นทางสายใหม่ในฐานะ "นักการเมืองมืออาชีพ" ด้วยความตั้งใจที่จะทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองอย่างจริงจัง แต่ก็ยังคงมีความรักผูกพันและหวังดีกับธนาคารกรุงเทพเสมอมา เมื่อได้รับเชิญให้มากล่าวคำปราศรัยในโอกาสฉลองพิธีเปิดอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บนถนนสีลมในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2525 คุณบุญชูจึงเลือกที่จะปราศรัยในหัวข้อ "อนาคตของธนาคารกรุงเทพฯ" ซึ่งกลายเป็นคำปราศรัยประวัติศาสตร์ที่สร้างความประทับใจให้กับชาวบัวหลวงทุกคน ในส่วนความสัมพันธ์ระหว่างคุณบุญชูกับผมนั้น ก็เป็นเรื่องที่ประทับอยู่ในความทรงจำเสมอ เพราะท่านเป็นผู้ที่ชักชวนผมให้มาทำงานที่ธนาคาร เนื่องจากปลายปี 2501 หลังจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปฏิวัติสำเร็จ และนายห้างชินคุณพ่อของผมตัดสินใจไปอยู่ฮ่องกงเพื่อให้ห่างไกลจากสถานการณ์บ้านเมือง ขณะนั้นผมทำงานอยู่ที่บริษัทเอเชียทรัสต์ คุณบุญชูบอกผมว่าคุณพ่อไม่อยู่ ผมควรจะมาทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ ท่านเห็นว่าผมมีความรู้ด้านการบัญชี จึงมาเริ่มต้นทำงานที่ฝ่ายการบัญชี ซึ่งเป็นหัวใจของงานธนาคาร ผมจึงมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับท่านอยู่หลายปี เรียกว่าท่านเป็นครูสอนความรู้ให้ผมทุกอย่าง
"ผมเรียนวิชาทำงานแบงก์จากท่าน ซึ่งเป็นคนเจ้าระเบียบมีแบบแผน ทำงานอย่างมีระบบ ได้เรียนรู้เรื่องการบริหารงานภายในอย่างลึกซึ้ง ซึ่งความรู้เหล่านี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญให้กับผมในเวลาต่อมา" ผมภูมิใจมากที่ครูคนแรกในอาชีพนักการธนาคารของผมเป็นคนดีที่ทุกคนเชิดชูยกย่อง เพราะจะมีใครสักกี่คนที่เมื่อเข้าสู้สังเวียนการเมืองแล้ว ได้รับการสรรเสริญว่าเป็น "ชาร์เศรษฐกิจ" ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักการเมืองมือสะอาด ที่มุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริง และเมื่อถึงคราววางมือทางการเมือง ท่านก็ละวางอย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรีใช้ชีวิตอย่างสงบ หันมาทำ "ชีวาศรม" ที่หัวหิน และด้วยความสามารถอันยอดเยี่ยมของท่านชีวาศรมจึงมีชื่อเสียงในฐานะรีสอร์ทและสปาของประเทศไทยที่ดีที่สุดของโลก ระยะหลังๆ แม้คุณบุญชูมีสุขภาพไม่แข็งแรง ท่านก็ยังคงระลึกถึงติดตามข่าวสารและให้ความเมตตาผมเสมอ เมื่อราวเดือนสิงหาคม 2549 ท่านทราบข่าวว่าผมได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มอบปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ท่านก็ยังกรุณาส่งจดหมายมาแสดงความยินดีกับลูกศิษย์ของท่าน ซึ่งหลังจากนั้นอีกเพียงไม่กี่เดือน ท่านก็ถึงแก่อนิจกรรม ข้อความตอนหนึ่งในจดหมายที่ผมขอนำมาเปิดเผยด้วยความซาบซึ้งใจก็คือ "...การที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มอบปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้แก่คุณชาตรี นอกจากเป็นเรื่องที่น่ายินดีและภูมิใจสำหรับคุณแล้ว ผมในฐานะศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก้พลอยยินดีกับคุณด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งมากกว่า 70 ปี มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ การมอบปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตซึ่งเป็นระดับปริญญาเอก มิใช่เป็นเรื่องบุญวาสนาหรือโชคของผู้รับ หากหมายถึงผู้รับมีความรู้ความสามารถและมีความสำคัญเป็นที่ยกย่องในสังคมอย่างสูงด้วย ส่วนผมนอกจากเป็นศิษย์เก่าธรรมศาสตร์แล้ว ยังถือได้ว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนหนึ่งของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นธนาคารติดอันดับในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์และเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยด้วย..." คุณบุญชูไม่เพียงเป็น "ครู" ของผมเท่านั้น แต่ท่านยังมีความตั้งใจที่จะเป็น "อาจารย์ใหญ่" จึงได้มอบร่างกายให้แก่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อประโยชน์ในการศึกษาทางการแพทย์ ซึ่งความตั้งใจนี้ได้บรรลุผลแล้วอย่างสมบูรณ์
คุณบุญชูจึงเป็นบุคคลผู้ยังประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งยามมีชีวิตและยามจากไป ด้วยอานิสงส์อันยิ่งใหญ่นี้ ย่อมน้อมนำให้ดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของคุณบุญชู โรจนเสถียรสถิตในสัมปรายภพตราบนิรันดร์
|