ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

10 สถาปนิกดังติดโผออกแบบสร้าง"รัฐสภาใหม่" แจกรายละล้านพัฒนาแบบ ก่อนลุ้นรอบสุดท้าย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 ส.ค. 2552 เวลา 07:15:56 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ประกาศประกวดแบบอาคาร "รัฐสภาใหม่" รอบแรก 10 ราย สถาปนิกและบริษัทออกแบบชั้นนำในวงการติดโผพรึ่บ "A49-ดีไซน์ 103" เข้าวิน รอลุ้น 21 ส.ค.นี้ ตัดสินรอบที่สองเหลือ 5 ราย ก่อนควักงบฯให้รายละ 1 ล้านบาทไปพัฒนาแบบให้เสร็จสมบูรณ์

ประกาศประกวดแบบอาคาร "รัฐสภาใหม่" รอบแรก 10 ราย สถาปนิกและบริษัทออกแบบชั้นนำในวงการติดโผพรึ่บ "A49-ดีไซน์ 103" เข้าวิน ส่วน "ธีรพล นิยม" ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทแปลน และ "ดร.วิมลสิทธิ์ หรยางกูร" คณบดีคณะสถาปัตย์ ม.ธรรมศาสตร์ แจม รอลุ้น 21 ส.ค.นี้ ตัดสินรอบที่สองเหลือ 5 ราย ก่อนควักงบฯให้รายละ 1 ล้านบาทไปพัฒนาแบบให้เสร็จสมบูรณ์ แล้วค่อยชี้ขาดขั้นตอนสุดท้าย

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า จากที่รัฐสภาได้เปิดประกวดแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่มีแผนจะก่อสร้างบนพื้นที่ 8 ไร่เศษ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนโยธินบูรณะ ย่านเกียกกาย วงเงินก่อสร้าง 1.2 หมื่นล้านบาท และถึงวันปิดรับสมัครมีผู้สนใจส่งแบบเข้าประกวดเป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 130 ราย ล่าสุด คณะกรรมการตัดสินซึ่งมี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานคณะกรรมการตัดสินได้พิจารณาผลงานที่ผ่านการตัดสินในรอบแรกจำนวน 10 ราย เป็นที่เรียบร้อย แบ่งเป็นผลงานที่ส่งเข้าประกวดในนามบุคคลจำนวน 6 ราย และส่งเข้าประกวดในนามบริษัทจำนวน 4 ราย
โดยรายชื่อผู้ที่ผ่านการตัดสินในรอบแรกทั้ง 10 ราย ประกอบด้วย 1) ศ.ดร.วิมลสิทธิ์ หรยางกูร 2) นายธรรมศักดิ์ อังศุสิงห์ 3) นายธีรพล นิยม ร่วมกับนายชาตรี ลดาลลิตสกุล และปิยเมศ ไกรเลิศ 4) นายเทอดเกียรติ ศักดิ์คำดวง 5) นายยศวิเชษฎ์ สุวิสิทฐ์ 6) นายกฤษฎา ทีรพงศ์ปรัชญา 7) บริษัท ดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ 8) บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) จำนวน 3 ผลงาน
ขั้นตอนต่อไปในวันที่ 21 สิงหาคมนี้คณะกรรมการจะตัดสินในรอบที่ 2 เพื่อคัดเลือกผลงานเหลือ 5 ราย จากนั้นจะให้ผู้ผ่านเข้ารอบทุกรายกลับไปพัฒนาแบบให้สมบูรณ์พร้อมดำเนินการก่อสร้างได้จริง โดยจะได้รับเงินสนับสนุนรายละ 1 ล้านบาท และกำหนดส่งแบบในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เพื่อตัดสินใจหาผู้ชนะการประกวดแบบในรอบสุดท้ายวันที่ 2 ธันวาคม 2552
นายทวีจิตร จันทรสาขา ในฐานะกรรมการตัดสินการประกวดแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเปิดประกวดแบบรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับงานออกแบบและวงการสถาปนิกไทย เพราะนอกจากเปิดกว้างให้สถาปนิกทุกรายที่มีใบประกอบวิชาชีพระดับสามัญสถาปนิก (ขั้นต้น) เข้าร่วมได้ ยังเป็นการเปิดประกวดแบบที่มีการส่งผลงานเข้าร่วมมากที่สุด และมากกว่าการเปิดประกวดแบบอาคารศูนย์วัฒนธรรม (รัชดาภิเษก) ซึ่งขณะนั้นมีการส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 70 ราย
"ถือเป็นการพิจารณาตัดสินที่ยากลำบากมากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะกว่าจะได้ผลงานที่ผ่านรอบแรก 10 ราย เราต้องทยอยคัดเลือกให้เหลือ 66 ราย และ 35 รายตามลำดับ เกณฑ์การพิจารณาตัดสินก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความโปร่งใสยุติธรรม ก่อนหน้านี้กรรมการตัดสินทุกท่านได้ร่วมกันสักการะพระบรมรูปองค์รัชกาลที่ 7 บริเวณหน้ารัฐสภา ว่าจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด"
ดังนั้นจึงเชื่อว่าสุดท้ายจะได้แบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ดีที่สุดและเป็นผลงานที่มาจากฝีมือของสถาปนิกคนไทย เนื่องจากผลงานที่ผ่านการตัดสินในรอบแรกมีหลายรายเป็นสถาปนิกหรือบริษัทซึ่งเป็นที่รู้จักดีในวงการ หรืออาจเป็นผลงานของสถาปนิกที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักแต่ก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นจนสามารถผ่านเข้ารอบมาได้
อาทิ ศ.ดร.วิมลสิทธิ์ (หรยางกูร) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คุณธีรพล (นิยม) เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท แปลน (แปลน อาคิเต็ค) และสถาบัน "อาศรมศิลป์" คุณชาตรี (ลดาลลิตสกุล) เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ต้นศิลป์ สตูดิโอ, คุณเทอดเกียรติ (ศักดิ์คำดวง) เป็นอดีตนายกสมาคมนักผังเมืองไทยและสถาปนิกอาวุโสที่ได้รับการยอมรับในวงการ ฯลฯ
"ผลงานที่ผ่านรอบแรกถือว่ามีความหลากหลาย มีงานออกแบบแทบจะครบทุกสไตล์ ทั้งไทย ร่วมสมัย โมเดิร์น โดยหลังจากนี้เราจะให้ผู้ผ่านเข้ารอบ 10 รายมาพรีเซนต์นำเสนอผลงานเพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบที่ 2 จำนวน 5 ราย"
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามแผนที่วางไว้หลังตัดสินคัดเลือกผู้ออกแบบรัฐสภาในรอบแรก 10 ราย วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว วันที่ 21 สิงหาคมนี้คณะกรรมการจะคัดเลือกให้เหลือเพียง 5 ราย โดยให้ผู้เข้าประกวดทั้ง 10 รายมาอธิบายแนวคิดผลงานที่เข้าร่วมประกวด จากนั้นจะให้ผู้เข้ารอบ 5 รายสุดท้ายรับทุนรายละ 1 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาแบบ ก่อนตัดสินชี้ขาดครั้งสุดท้าย และเปิดประมูลก่อสร้างปลายปี 2553 แต่มีกำหนดการจะวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ภายในเดือนธันวาคมนี้