ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

เบียร์ช้างยกเครื่องครั้งใหญ่ยึดไบเทคจัดงาน3วันซ้อน ทวงคืนเจ้าตลาดเบียร์ไทย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 27 ก.ย. 2552 เวลา 09:58:25 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เบียร์ช้างเดินหน้าทวงศักดิ์ศรีเจ้าตลาดเบียร์ไทย ยึดไบเทคจัดงานเปิดตัว 3 วันซ้อนๆ ยกเครื่องหมดเปลือก-ปูพรมโฆษณาภาพลักษณ์ใหม่ ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ "คนไทยหัวใจเดียวกัน" ระบุเจ้าสัวเจริญส่งไม้ให้ "ฐาปน สิริวัฒนภักดี" รับบทผู้บริหารเต็มตัว

ถือเป็นงานหนึ่งที่ได้รับการติดตามจากผู้คนในแวดวงธุรกิจมากที่สุด เมื่อบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ช้าง เตรียมเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ในเช้าวันพุธที่ 30 กันยายนนี้ ในงานเดียวกันคาดกันว่าจะเป็นการเปิดตัว นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ในฐานะผู้กุมบังเหียนเบียร์ช้างอย่างเต็มตัวอีกด้วย
แหล่งข่าวในวงการโฆษณากล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ไทยเบฟฯได้ตั้งชื่องานว่า "คนไทยหัวใจเดียวกัน" โดยระบุว่าจะเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ด้วยใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ในงานมีทั้งการเปิดตัวโลโก้ใหม่ โพซิชันนิ่งใหม่ (ตำแหน่งทางการตลาด) รวมถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของเบียร์ช้าง มีเป้าหมายทำให้แบรนด์ช้างมีความรู้สึกใกล้ชิดกับกลุ่มคนเมืองมากขึ้น โดยจะวางยุทธศาสตร์ให้ทั้งช้างคลาสสิก ช้างดราฟท์ และช้างไลท์ มีแคแร็กเตอร์ที่แตกต่างกัน สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย
พร้อมกันนี้ยังถือโอกาสแนะนำ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ซึ่งเป็นผู้บริหารเจเนอเรชั่นใหม่ต่อสื่อมวลชนและบรรดาดีลเลอร์ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ โดยนายฐาปนจะเป็นผู้บริหารที่มีอำนาจเต็มสืบต่อจากผู้เป็นพ่อคือ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี เป็นลูกคนกลางของเจ้าสัวเจริญ และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ร่วมงานกับธุรกิจของครอบครัวได้ประมาณ 7 ปี เริ่มจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุรา กระทิงแดง จำกัด ต่อมาเป็นกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ แคน จำกัด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กระทั่งก้าวขึ้นเป็นซีอีโอของไทยเบฟฯ
แหล่งข่าวกล่าวว่า ไทยเบฟฯยังได้ลงทุนทำหนังโฆษณาเพื่อสะท้อนถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญดังกล่าว พร้อมจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ โดยใช้พื้นที่ของศูนย์ประชุมไบเทค บางนา สำหรับนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ "คนไทยหัวใจเดียวกัน" ติดต่อกัน 3 วัน โดยวันแรกจะแถลงข่าวใหญ่กับสื่อมวลชน ส่วนวันที่ 2 และ 3 จะเป็นงานเลี้ยงดีลเลอร์ทั้งรายใหญ่และรายย่อยทั่วประเทศ งานดังกล่าวจะเป็นอีเวนต์ที่ใหญ่มาก ใช้ออร์แกไนเซอร์หลายรายเข้าไปช่วยกันทำ
ขณะที่อีเวนต์ออร์แกไนเซอร์ซึ่งมีส่วนร่วมในงานนี้ด้วยระบุว่า ไทยเบฟฯได้ลงทุนทำบิลบอร์ดขนาดยักษ์ก่อนเข้างาน หน้างานจะมีรูปช้างทั้ง 3 แบรนด์ พร้อมพรีเซ็นเตอร์ประจำแบรนด์ งานนี้ถือเป็นการรีลอนช์ใหญ่เพื่อโชว์ให้เห็นทาร์เก็ตของแต่ละแบรนด์ โดยที่ในงาน นายฐาปน สิริวัฒนภักดี จะเป็นผู้ที่เปิดเผยถึงแนวทางการทำตลาดด้วยตัวเอง คาดว่า "คนไทยหัวใจเดียวกัน" จะเป็นงานที่ใช้งบฯจัดงานมหาศาลทีเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายของเบียร์ช้างเริ่มเป็นรองลีโอของคู่แข่งคือค่ายเบียร์สิงห์อย่างเห็นได้ชัด เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทได้แจ้งผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือน ต่อตลาดหุ้นสิงคโปร์ มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเพียง 0.9% คือ 54,347 ล้านบาท โดยที่กลุ่มเหล้ามีตัวเลขการเติบโตชนิดสวนกระแสคือ 20.9% หรือ 34,729 ล้านบาท ตรงกันข้ามกับรายได้จากเบียร์ลดลงถึง 25.1% หรือ 15,395 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่มียอดถึง 21,272 ล้านบาท 
เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัท ไทยเบฟฯได้ปรับโครงสร้างบริหารงานใหม่ โดยได้จัดตั้งบริษัท ช้างคอร์ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูก เพื่อดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างครบวงจร อาทิ เบียร์ช้าง, อาชา, เฟรดเดอร์บรอย และช้างไลท์ ฯลฯ หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทแม่ได้จัดตั้งบริษัท ไทยดริ๊งค์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ โดยโครงสร้างการบริหารช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มีการแยกทีมขายและทีมการตลาดระหว่างกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์อย่างชัดเจนมาก่อนหน้านี้แล้ว
การจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาใหม่ 2 บริษัท คือช้างคอร์ป และไทยดริ๊งค์ นั้นก็เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ เนื่องจากเครื่องดื่มของบริษัทมีหลากหลายตัวมาก ทำให้ที่ผ่านมาทีมขายไม่สามารถทำงานได้อย่างครอบคลุมพื้นที่ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ แหล่งข่าวในวงการเครื่องดื่มบอกว่า เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จากปัจจุบันไทยเบฟฯมีบริษัทลูกร่วม 70 บริษัท และดำเนินธุรกิจหลากหลาย ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ อาหาร
ทั้งนี้ในส่วนของไทยดริ๊งค์ บริษัทรุกกลุ่มน้ำดื่มและโซดาตราช้างเป็นหัวหอกหลัก จากปัจจุบันที่มีเครื่องดื่มกาแฟกระป๋องแบล็กอัพ เครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อแรงเยอร์ และน้ำผลไม้ ฟรุตเน็ต ในรูปแบบน้ำผลไม้พรีเมี่ยม 100% และน้ำผลไม้ 25% ระดับอีโคโนมี