บทที่ ๗
บทสรุปและข้อเสนอแนะ
บทสรุป
จากการทดสอบสมมติฐาน ตามกรอบแนวคิดการวิจัยในบทที่ ๑ พบว่า ระยะเวลาในการรับชม (X1) ไม่มีผลต่อพฤติกรรม (Y1) และทัศนคติ (Y2) ของกลุ่มตัวอย่างหลังการรับชมข่าวสารทางการเมืองจาก ASTV ซึ่งผลการวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า พฤติกรรม (Y1) และทัศนคติ (Y2) ของกลุ่มตัวอย่างหลังการรับชมข่าวสารทางการเมืองจาก ASTV ไม่ได้เป็นไปตามทฤษฎีเข็มฉีดยาเนื่องจากกลุ่มตัวอย่างในภาวะปกติยังคงความเป็นผู้มีวิจารณญาณ และไตร่ตรองเนื้อหาของข่าวก่อนการเชื่อและตัดสินใจกระทำการใด อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างยังมีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการสะสมประสบการณ์การเรียนรู้ทางสังคม อันเป็นข้อจำกัดของทฤษฎีเข็มฉีดยา และเป็นไปตามทฤษฎีอิทธิพลอันจำกัดของสื่อมวลชนดังที่ได้กล่าวในบทที่ ๒
นอกจากการทดสอบสมมติฐานในประเด็นระยะเวลาในการรับสื่อซึ่งไม่มีผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมของผู้รับสื่อดังที่ได้สรุปในข้างต้นแล้วนั้น ในการศึกษาครั้งนี้ยังได้ทดสอบสมมติฐานถึงปัจจัยระดับการศึกษาของกลุ่มตัวอย่าง (X2) ต่อพฤติกรรม (Y1) และทัศนคติ (Y2) ของกลุ่มตัวอย่างหลังการรับชมข่าวสารทางการเมืองจาก ASTV พบว่า ระดับการศึกษาของกลุ่มตัวอย่าง มีผลต่อพฤติกรรมและทัศนคติของกลุ่มตัวอย่างหลังการรับชมข่าวสารทางการเมืองจาก ASTV ในหลายประเด็น
- กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีเลือกที่จะรับชมข่าวสารด้านการเมืองจาก ASTV ผ่านช่องทางวิทยุมากที่สุด และกลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาในระดับสูงกว่าปริญญาตรีเลือกที่จะรับชมข่าวสารด้านการเมืองจาก ASTV ผ่านช่องทางอินเตอร์เนตมากที่สุด
- กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีเลือกที่จะรับชมข่าวสารด้านการเมืองจาก ASTV เนื่องจากทัศนคติที่ว่าสื่อสาธารณะอื่นนำเสนอข่าวที่ไม่เป็นกลาง และน่าเชื่อถือรวมถึงมักจะใช้สื่อดังกล่าวเป็นช่องทางหนึ่งในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
- กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีมีแนวโน้มที่เห็นด้วยว่า ASTV มีการนำเสนอข่าวที่เป็นอิสระมีความเป็นกลาง ตรงไปตรงมาไม่ได้เป็นเครื่องมือของฝ่ายใด อีกทั้งยังมีความยกย่องในตัวพิธีกรที่ดำเนินรายการ ซึ่งตรงข้ามกับทัศนคติของกลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี
- กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีมีแนวโน้มที่เห็นด้วยว่าการชุมนุมเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งตรงข้ามกับทัศนคติของกลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี และสูงกว่าปริญญาตรี
- กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มที่เห็นด้วยกับแนวทางการบริหารราชการของรัฐบาลในปัจจุบันรวมถึงระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
- กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีเป็นกลุ่มที่นิยมนำเนื้อหาของสื่อที่ได้รับนั้นไปเผยแพร่บอกต่อให้กับคนรอบข้างรับฟังรวมถึงชักชวนให้บุคคลรอบข้างหันมารับข่าวสารจากสื่อ ASTV มากขึ้น
นอกจากผลการวิจัยในทัศนคติและพฤติกรรมของกลุ่มตัวอย่างหลังการรับชมข่าวสารด้านการเมืองผ่านสื่อ ASTV ดังที่ได้รายงานสรุปไปในข้างต้นแล้วนั้น ผลกระทบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันอันเป็นผลสืบเนื่องจากการนำเสนอข่าวของสื่อดิจิตอล ทั้งทางด้านสังคม การเมือง และเศรษฐกิจนั้นสามารถสรุปในแต่ละด้านได้ดังนี้
- ผลกระทบด้านสังคม ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด คือ การสร้างความแตกแยกให้เกิดกับสังคมในทุกระดับตั้งแต่ระดับสังคม ชุมชน และประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการปลูกฝังความรุนแรงให้กับเยาวชนของชาติที่รับชม
- ผลกระทบด้านการเมือง การนำเสนอข่าวของ ASTV รวมทั้งสื่อดิจิตอลอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือในเรื่องของกระบวน การทำงานทั้งต่อตัวบุคคล องค์กร สถาบัน และระบบบริหารงานราชการงานปกครองต่างๆ อันเป็นไปสมมติฐานผลกระทบต่อบุคคลที่ ๓ ที่ได้กล่าวไว้ในบทที่ ๒ อันจะสร้างผลต่อเนื่องต่อการพัฒนาประเทศที่ล่าช้า อันมีสาเหตุจากความขัดแย้งด้านการเมือง ดังที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
- ผลกระทบด้านเศรษฐกิจเป็นการส่งผลกระทบโดยทางอ้อมอันเกิดจากการชุมนุมทางการเมืองซึ่งสร้างความเสียหายและความเชื่อมั่นกับต่างประเทศเป็นมูลค่าอันมหาศาลรวมถึงเป็นการลดความน่าเชื่อถือด้านการลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ กับต่างประเทศ
โดยผลที่เกิดขึ้นดังกล่าวเนื่องมาจากการที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ขาดการเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแลสื่อ ซึ่งเป็นอาชีพที่ได้รับอิสระในการนำเสนอข่าว จนบางครั้งเกินขอบเขตอันควร ซึ่งส่งผลถึงการละเมิดยังสิทธิของผู้อื่น อันจะก่อผลในเชิงลบที่ตามมาเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ทุกองค์ประกอบในสังคมจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการนำเสนอข่าว โดยเฉพาะบนพื้นที่สาธารณะในยุคดิจิตอลที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว