ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

"น้ำอบนางลอย" จากรุ่นสู่รุ่น ความหอมที่ไม่เคยจางหาย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 13 เม.ย 2553 เวลา 11:18:59 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

 

      สงกรานต์นี้ประชาชาติธุรกิจออนไลน์พาผู้อ่านไปรู้จักกับ น้ำอบนางลอย ของดีแบบไทยแท้ ธุรกิจ  "แฮนด์เมด" ของครอบครัว ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น คงไว้ซึ่งคุณภาพรักษามาตรฐาน กว่าจะได้น้ำอบมาขวดหนึ่ง ยากไม่ใช่น้อย แต่กลับต้องมาเจอของปลอม เล่นเสียเหมือนหมด ยกเว้นกลิ่น กับช่วงอินเทรนด์ 2 ปีที่ยากลำบาก เมื่อม็อบมาตั้งหน้าร้าน ทำเอาลูกค้าไม่กล้าเข้ามาซื้อ
      ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ได้พูดคุยกับคุณชลมารค ธ.เชียงทอง ซึ่งเป็นน้องสาวของเจ้าของน้ำอบเลื่องชื่อ คุณอุดม ธ.เชียงทอง ซึ่งนับเป็นทายาทรุ่นที่สามของธุรกิจนี้
      คุณชลมารคต้อนรับประชาชาติธุรกิจออนไลน์ด้วยความเป็นกันเอง แรกเห็นนั้น รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาและคุ้นเสียงเป็นอย่างยิ่ง พลันได้พูดคุยจึงได้รู้ว่า เธอมักจะปรากฏตัวในละครจอแก้ว โดยเธอมักจะรับบทแม่พระเอกนางเอก ล่าสุดเธอเล่นเป็นแม่ นิว วงศกร แต่ใครจะรู้เลยว่า เธอยังเป็นทายาทของ "น้ำอบนางลอย" ด้วย
      ประชาชาติธุรกิจออนไลน์พาผู้อ่านหอมฟุ้งไปกับเรื่องราวของ "น้ำอบนางลอย" ชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก

 

@ต้นกำเนิดน้ำอบนางลอย
       คุณชลมารคออกตัวก่อนเลยว่า ตนเองนั้นไม่ใช่เจ้าของ แต่เป็นน้องสาวของเจ้าของ และเป็นประชาสัมพันธ์ของกิจการในบ้านนี้ เจ้าของที่แท้จริงคือคุณแม่กับพี่ชาย
       "แต่เดิมนั้น คุณย่าพี่ชื่อย่าเฮียง ทำงานอยู่ในวัง จำได้แค่นี้ เพราะท่านเสียไป 40 กว่าปีแล้ว ท่านคิดจะทำน้ำอบกับเพื่อนในวัง เอาไปขาย เมื่อก่อนจะใส่ขวดโหลใหญ่ แล้วก็ตักเป็นถ้วยตวงเหมือนขายเหล้ายาดอง ยังไม่มีแพ็กเกจ เวลาจะขายก็ต้องยกขวดโหลไปขายที่หน้าวัดสามปลื้ม(วัดจักรวรรดิราชาวาส) ตรงนั้นเมื่อก่อนเขาจะเรียกว่า ตลาดนางลอย ก็เวลาคนซื้อน้ำอบก็จะบอกไปซื้อที่ตลาดนางลอย จนกลายเป็นชื่อน้ำอบนางลอยโดยปริยาย"
       คุณชลมารคเล่าต่อว่า เมื่อขายดีขึ้น ก็จำเป็นต้องมีขวด มีแพ็กเกจ เป็นธุรกิจที่มีความจริงจังมากขึ้น จึงได้เรียกเตี่ยและคุณแม่ลงมาจากเชียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นเตี่ยและแม่ของคุณชลมารคทำเหมืองแร่ ขายหอมขายกระเทียมอยู่ที่นั่น เพื่อมาช่วยกันทำธุรกิจน้ำอบนางลอย และเป็นการรับมรดกน้ำอบนางลอย
       "เตี่ยกับคุณแม่พี่จึงถือเป็นรุ่นที่สองของธุรกิจน้ำอบนางลอย พี่ชายกับพี่เป็นรุ่นที่สาม"
       โดยคุณชลมารคบอกว่า ตอนที่เตี่ยกับคุณแม่มานั้น ยังไม่มีโรงงาน ไม่มีอะไร ต้องมาสู้ด้วยตัวเอง
       "ก็ขยับขยายมาเรื่อย พี่จำอะไรได้ไม่มาก รู้แต่เตี่ยให้ไปช่วยส่งของที่ไหนก็ไปกับเตี่ย"

 

@วิธีทำน้ำอบ ที่ต่อให้เวลาผ่านไปแค่ไหน ก็ยังคงทำด้วยมือ
       คุณชลมารคเล่าว่า ได้ช่วยกิจการของทางบ้านมาแต่เด็ก จึงซึมซับทุกอย่างมา เพียงแต่พี่ชายจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงมากกว่า และตอนนี้ก็มีภรรยาของพี่ชายมาช่วย เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจในครอบครัว นอกจากนี้น้ำอบเป็นงานที่ทำด้วยมือทั้งหมด ทุกกระบวนการ ไม่ว่าจะมีเครื่องจักรใหม่ๆ อะไรมา แต่น้ำอบนางลอยยังคง "แฮนด์เมด"
       โดยคุณชลมารคเล่าว่า เริ่มต้นต้องต้มน้ำให้เดือด แล้วจึงก็ใส่เปลือกชะลูด แล้วเคี่ยวจนน้ำที่ต้มออกมามีสีเดียวกับสีชะลูด หรือสีเหลืองอ่อนๆ แต่ยังไม่มีกลิ่นไม่มีอะไร จากนั้นพักไว้ในหม้อคอนโทรล พักให้น้ำเย็นลงจึงนำมากรองให้สะอาด เพื่อใช้ในการอบต่อไป เตรียมเครื่องหอมที่ใช้ในการอบซึ่งมีส่วนผสมคือ น้ำตาลทรายแดง กำยาน ผิวมะกรูด เทียนขี้ผึ้ง จันทร์เทศ พิมเสน เมนทอล นำน้ำต้มชะลูดที่เย็นแล้วมาใส่ในโถเคลือบ วางกระทวนไว้ตรงกลางโถ จากนั้นจึงนำตะครันไปเผาไฟให้ร้อนจนแดง จึงคีบขึ้นมาวางไว้ในฐานกระทวน แล้วรีบตักเครื่องหอมใส่ลงไปในตะครันที่กำลังร้อนอยู่ เครื่องหอมจะลุกเหมือนไฟขึ้นมา รีบปิดฝาโถให้สนิททันที อบแบบนี้ 8 รอบ จากนั้นรอบที่ 9 ให้อบด้วยเทียนหอมแทนเครื่องหอม
       การปรุงขั้นสุดท้ายคือแป้งหอม เริ่มตั้งแต่การแช่แป้งหินในน้ำ แล้วนำขึ้นมาตากให้แห้งก่อนที่จะนำไปผสมกับเครื่องหอมต่างๆ เช่น ใบมะกรูด, พิมเสนบดละเอียดและหัวน้ำหอม 4 ชนิด นำส่วนผสมที่ได้ไปตากแดดอีกครั้งและนำมาบดให้ละเอียด น้ำอบที่ได้นำมาทิ้งไว้จนตกตะกอนแล้วจะถูกนำไปใส่พิมเสนบดละเอียด คนจนละลายเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงนำมาผสมกับแป้งหอมที่เตรียมไว้ โดยเทใส่ลงไปในผ้ากรองแล้วแกว่งในน้ำอบให้แป้งค่อยๆ ละลายผสมกับน้ำ แล้วก็นำมาบรรจุใส่ขวด

 

@เวลาทองของน้ำอบนางลอย
       คุณชลมารคไม่แน่ใจว่า น้ำอบนางลอยเป็นเจ้าแรกหรือไม่ เนื่องจากคุณย่าไม่ได้บอกไว้ อีกทั้งเมื่อก่อนน้ำอบไม่มียี่ห้อ
       ในเวลานี้ น้ำอบนางลอยได้มีการจดลิขสิทธิ์สีกลิ่น โดยสีนั้นเลียนแบบได้ไม่ยาก แต่กลิ่นนั้นไม่มีใครเลียนแบบได้
       ช่วงเวลาทองของน้ำอบนางลอยนั้น คุณชลมารคบอกว่า ก็ต้องเป็นช่วงสงกรานต์ แต่น้ำอบนางลอยสามารถขายได้ทั้งปี ทั้งวันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา งานบวช งานกุศล และในวัดจะสั่งเยอะมาก เพราะเวลารดน้ำศพ ทางวัดจะขายพร้อมกันเป็นชุด
       และสำหรับผู้ที่นิยมชมชอบน้ำอบก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ยิ่งอากาศร้อนๆ หลังอาบน้ำเอาน้ำอบประพรมตัว หอมเย็นชื่นใจ
       แต่ทั้งนี้คุณชลมารคยังเสริมอีกว่า ช่วงสงกรานต์ก็เป็นช่วงเวลาทองของน้ำอบนางลอยของปลอมด้วยเช่นกัน จะหลุดออกมาเยอะมาก โดยช่วงวันที่ 1-15 เมษายน ของปลอมนี่จะร้องเฮ เพราะขายได้
      "คู่แข่งเราไม่เคยกลัวเลย แต่เรากลัวของปลอม ของก๊อปเขาอาจจะใช้ชื่อนางจม นางอะไรก็ว่าไป แต่ของปลอมนี่ใช้นางลอยเหมือนเราเลย มีฉลากแพ็กเกจเหมือนเราเด๊ะ ข้อสังเกตต้องกลิ่นอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าแฟนคลับเราจำได้อยู่แล้ว คือถ้าใครจะทำน้ำอบนี่ไม่หวงอยู่แล้ว ตราบใดที่ไม่ใช้ชื่อนางลอยนี่ยินดี ทำเลย เป็นการอนุรักษ์ของไทยด้วย"
       แต่สองปีมานี้ธุรกิจน้ำอบนางลอยนั้นไม่ค่อยราบรื่นเท่าไรนัก คุณชลมารคแจงว่า เป็นเพราะสถานการณ์การชุมนุม ทำให้ลูกค้าไม่ค่อยกล้ามาซื้อ เพราะม็อบมาอยู่ตรงหน้าร้านน้ำอบ ปีนี้จึงเป็นปีที่เหนื่อยมาก ลูกค้าอาจโทรเข้ามา แล้วเราจะให้รถเอาไปส่งตามจุดนัดที่สะดวก เรียกได้ว่าเอาใจกันสุดๆ ทุกทีโหลสองโหล ไม่ได้ส่ง จะส่งที 50 ถึง 60 โหล
       "ปีก่อนมาเผากันหน้าบ้านเลย ต้องปิดร้านวันที่ 13 คิดดูสิ ขายน้ำอบจะปิดร้านได้ไงวันนั้น เหมือนขายเค้กจะปิดวันที่ 1 มกราคมได้ยังไง ปีนี้เอาอีก หนักกว่าเก่า แต่มาคิดอีกที พารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ โดนหนักยิ่งกว่าเรา โดยทุกปีพี่ต้องตุนของแต่พฤษภาคมของทุกๆ ปี แล้วมาขายมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน เอาเงินมาหมุนจ่ายลูกน้อง แต่ตอนนี้จาก 100% หายไปเสีย 50"

 

@แพ็กเกจจิ้งที่หลากหลาย เอาใจเทศกาล
        คุณชลมารคเล่าว่า ผลิตภัณฑ์ของทางร้านตอนนี้ แน่นอนว่าน้ำอบเป็นเรือธง และได้มีการเพิ่มเติมในส่วนของแพ็กเกจจิ้งให้สวยงาม ไปเอาขวดเหล้ามาใส่ เอาขวดเล็กๆ น่ารักๆ มาใส่ เพราะช่วงสงกรานต์จะขายได้ เพียงแต่ปีนี้ลูกค้าไม่เข้ามาที่ร้านเท่าไร ก็ขายยากหน่อย
        "ขวดสวยก็จะมีคนซื้อเอาไปให้ผู้ใหญ่ในวงการการเมือง แล้วก็มีตะกร้าแบบกิ๊ฟเซ็ต มีแป้ง ดินสอพอง น้ำอบ มีสโหร่ง ผ้าขาวม้า เสื้อขาวบาง ไว้ให้คุณลุง คุณป้า ผู้อาวุโส บางทีก็มีขัน ผ้าขนหนู ซึ่งคนซื้อเขาก็ชอบ เพราะเอาไปให้ได้เลย"
        นอกจากผลิตภัณฑ์น้ำอบแล้ว นางลอยยังมีเทียนอบ ดินสอพอง แป้งหินร่ำ ซึ่งใช้กลิ่นนางลอยทั้งหมด เป็นกลิ่นน้ำหอมอย่างดี แต่ราคาจะแพงหน่อย รับประกันคุณภาพ
        คุณชลมารคเล่าว่า จำนวนผลิตน้ำอบของทางร้านค่อนข้างเยอะในหลัก 7 ถึง 8 แสนขวดต่อปี แต่ทั้งนี้มีหลายขนาดหลายแบบผลิต โดยได้รักษาคุณภาพของน้ำอบไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าของน้ำอบนางลอย
        สำหรับใครที่กลัวของปลอม คุณชลมารคแนะนำให้ไปซื้อที่ร้านน้ำอบนางลอย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดเทพธิดาราม และฝั่งเดียวกับวัดสระเกศ บริเวณผ่านฟ้า โทรศัพท์ 0-2221-0465

 

@ความภาคภูมิใจในกิจการของครอบครัว
       คุณชลมารคเล่าว่า เมื่อก่อนนี้ พระพี่นางฯ ท่านชอบมาซื้อ ทางร้านอยากถวาย แต่ท่านไม่เอา ภูมิใจและดีใจมาก ตอนนั้นกล้องก็ไม่มีอะไรง่ายเหมือนเดี๋ยวนี้ เลยไปได้ถ่ายภาพไว้
       "ตอนท่านมา จะมีรถนำขบวนมาก่อน แล้วท่านนก็ตามมาหลังจากนั้นไม่นาน โดยวันไหนท่านมาจอดซื้อน้ำอบ เตี่ยพี่จะดีใจมาก จะเอาไปให้ถึงรถ"
       นอกจากนี้ ในงานกาชาดครั้งหนึ่งนั้น คุณชลมารคบอกว่า ในหลวงกับพระราชินี เสด็จฯ เปิดงาน แล้วมีคนในวังมาเชิญคุณแม่ของคุณชลมารคไปถวายน้ำอบ
       "แม่พี่ต้องแต่งชุดไทยสวยมาก แต่วันนั้นพี่เรียนหนังสือ กลับมาไม่ทัน แต่ก็มีรูปอยู่ เป็นรูปที่คุณแม่ยื่นให้ท่าน"
       คุณชลมารคเล่าต่อว่า เมื่อก่อนนี้ กินอยู่ในบ้านก็เห็นน้ำอบนางลอย เตี่ยให้ไปส่งของกะเตี่ย ก็หิ้วตามๆ จนรู้ว่าเจ้านี้ค้าขายด้วยยังไง เก็บเงินยังไง โดยไม่มีความประทับใจ เพราะรู้สึกลำบาก ต้องนั่งสามล้อจากโรงงานมาร้าน
       "ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ทำไมต้องมาช่วย อยากไปเล่นน้ำ แต่ต้องมายืนขายของหน้าร้าน แต่อย่างตอนนี้นั้นยอมรับเลยว่า สบายกว่าเตี่ยมาก มีสื่อเข้ามามาก สมัยเตี่ยไม่ค่อยมีใครมาถ่าย"
       "มีสิ่งหนึ่งที่ยกขึ้นเหนือหัวเลย คือลูกคิดของเตี่ย เครื่องคิดเลขอันใหญ่เอามาสอนให้แกคิดแกไม่คิด พอท่านจากไป เราก็เอาขึ้นเทิดหัว เอาไว้ดูต่างหน้า เตี่ยลำบากมากกว่าจะได้โรงงานนี้มา ลำบากยังไงเราก็ต้องสู้"

 

@อนาคตของธุรกิจน้ำอบนางลอย
       คุณชลมารคเล่าว่า ตอนนี้มีธูปนางลอยแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาโอกาสทำได้ เพราะต้องขยายโรงงาน ย้ายไปยังหัวเมือง เพราะธูปมีฝุ่นเยอะ
       อนาคตของธุรกิจครอบครัวภายใต้ชื่อนางลอย ที่มีน้ำอบเป็นเรือธงนั้นจะเป็นอย่างไร คุณชลมารคบอกว่า ขึ้นกับรุ่นที่ 4 ซึ่งเขาก็มีความคิดไว้ว่า อยากจะเอาเข้าสปา หรือทำเป็นสินค้าโอท็อป คือเราไม่อยากให้น้ำอบนางลอยมันสูญหายไป ต้องอยู่กับลูกๆ ของพี่ชายแล้ว ให้เขาไปศึกษากัน แล้วมาปรับปรุงพัฒนาธุรกิจ
       แต่ ณ เวลานี้ ชื่อของน้ำอบนางลอยก็ติดไปทั่วประเทศ โดยคุณชลมารคบอกว่า เชียงใหม่จะเป็นจังหวัดที่ขายน้ำอบดีที่สุด ขณะที่ในส่วนอื่นของประเทศ นางลอยก็หอมฟุ้งไปทั่วประเทศ