ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พาไปเที่ยวทะเลแหวก ชุมพร

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 มิ.ย. 2553 เวลา 07:17:34 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

   อากาศกลางเมืองกรุงเทพฯ มันช่างร้อนระอุเสียเหลือเกินครับ แต่พอนิตยสารหนีกรุงประกาศหาทีมสัมผัสจริงจากทางบ้านจะพาไปเที่ยวเกาะเต่า เกาะนางยวน จังหวัดชุมพร เท่านั้นแหละครับ บรรดาแฟนคลับลูกค้าประจำบัตรเครดิตกสิกรไทยส่งชื่อสมัครกันเข้ามาเต็มไปหมด แต่พออ่านเหตุผลที่อยากไป ต้องยกให้ทีมผู้ชนะคราวนี้ครับ คุณรัฐไกร มิมะพันธ์ พ่อยอดขายนายเอ็ด ทำงานอยู่บริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เป็นลูกค้าชั้นดีของบัตรเครดิตกสิกรไทยเขียนออดอ้อนมาขอพาคู่หมั้นสาวคนสวยคุรพีรพรรณ ใบกว้าง หรือน้องกิ่ง ทำงานประจำในบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งอีกเช่นกัน และเธอยังมีกิจการส่วนตัวคือ "สถาบันพัฒนาทักษะสมอง Quality Kids" ผู้ปกครองที่มีลูกหลานยังเป็นเด็กเล็ก ลองมาปรึกษาวิธีการทำงานของบุคลากรที่นี่ดูได้เลย ที่สำคัญคู่แขกรับเชิญเรามีกำหนดลั่นระฆังวิวาห์กันในต้นเดือนมิถุนายนนี้แล้ว สัมผัสจริงฉบับนี้ของเราจึงเดินทางไปท่ามกลางความโรแมนติก ที่นอกจากเก็บภาพมหัศจรรย์ของเมืองไทยแล้วยังเป็นโอกาสที่จะเก็บภาพความหวานมาประกอบงาน "Pre Wedding" ของทั้งคู่นั่นเอง


    เวลาหกโมงเช้า พวกเรามากันพร้อมหน้าพร้อมตา ตรงตามเวลาเป๊ะ ที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักพหลโยธิน ถนนพหลโยธิน รถตู้เคลื่อนตัวออกช้า ๆ ตามนโยบาย ช้าแต่ปลอดภัยพาบรรยากาศที่สดใสน่ารักของคู่รักหวานแหว๋วออกเดินทาง ส่วนน้องกิ่งราศีว่าที่เจ้าสาวจับเจิดจ้าจนเธอดูสวยและมีความสุขม๊ากกกก... อีกทั้งบุคลิกนิสัยที่ร่าเริงสดใสน่ารัก จิตใจดีจนพวกเราได้รับความอบอุ่นนั้นจนรู้สึกได้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตลอดการเดินทางทุกย่างก้าวของน้องกิ่งจึงไม่คลาดสายตาที่แสดงออกถึงความรักเป็นห่วงเป็นใย ทะนุถนอมต้องการจะดูแลในแทบจะทุกวินาทีของพี่เอ็ดไปได้เราแวะทานอาหารเช้าที่หัวหินตามเวลาคือประมาณกว่าแปดโมงเช้าเล็กน้อย แล้วจึงเดินทางต่อ แม้ดวงอาทิตย์จะลอยสูงขึ้นไปพร้อมกับแดดที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ความหวานฉ่ำที่แผ่ออกมาจากบุคคลที่ ณ วันนั้นกำลังมีความสุขที่สุดในโลก ทำให้บรรยากาศในรถพลอยรู้สึกไม่ร้อนเท่าไหร่นัก พวกเราประมาณการกันว่าจะแวะทานข้าวกลางวันที่ตัวเมืองชุมพรกันประมาณเที่ยง แล้วไปขึ้นเรือกันบ่ายโมงตรง เราเลือกใช้ของบริษัทลมพระยาครับ เพราะชื่อเสียงดี เป็นบริษัทที่ทำงานบริการด้านนี้มาเก่าแก่มานมนาน สามารถไปลงเกาะได้ถึง 4 เกาะครับ คือ เกาะนางยวน เกาะเต่า เกาะพะงัน และเกาะสมุย วันหนึ่งออกสองเวลาครับ รอบแรกเช้า 07.00 น. รอบบ่าย 13.00 น. ถ้าไปรถทัวร์ไปลงในตัวเมืองชุมพร ก็จะมีรถสองแถวมารับไปส่งที่ท่าเรือเหมือนกัน ที่ท่าเรือก็จะมีร้านอาหารเครื่องดื่มง่าย ๆ จำพวกแซนวิช แฮมเบอรืเกอร์ ข้าวผัด อะไรทำนองนั้น เพราะนักท่องเที่ยวที่จะไปมักเป็นชาวต่างชาติเสียส่วนมาก ส่วนคนไทยแม้เรื่องมากแต่ก็กินง่ายครับ มีอะไรขายเราก็กินไอ้นั่น


 เรามาถึงท่าเรือก็บ่ายโมงพอดีชนิดที่กับต้องวิ่งลงเรือกันเลยทีเดียว ที่ผมพยายามลงรายละเอียดของเวลามาตั้งแต่เช้าออกเดินทางเพื่อจะเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่าน ได้ประมาณเวลาถูกถ้าคิดจะมาแบบเดียวกับเรา คงต้องออกจากกรุงเทพฯ เร็วขึ้นอีกนิด อาหารเช้าอาจแวะซื้อกินง่าย ๆ แล้วจึงมากินข้าวกลางวันกันที่เมืองชุมพรถึงจะลงเรือทัน เพราะบนเรือมีแต่ขนมกินเล่น ไปขึ้นฝั่งบนเกาะเต่าก็บ่ายสามโมงเย็นเข้าไปแล้ว เมื่อไปถึงเกาะเต่า ที่ท่าเรือบริษัทลมพระยา หาดทรายรี วันแรกกิจกรรมยังไม่มาก ทุกคนจึงใช้เวลาทำความรู้จักสถานที่พักตามอัธยาศัย

 

รีสอร์ตสวยกลางป่า แนวอนุรักษ์ธรรมชาติ


 เราได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากโรงแรม ดุสิตบัญชา รีสอร์ท รีสอร์ตหรูท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ตระการตาไปด้วยต้นไม้ใหญ่และก้อนหินยักษ์ ทำเลที่ตั้ง ตั้งอยู่ปลายบนสุด เลียบหาดทรายรีขึ้นไปสุดท้ายบนยอดเขา ก็จะถึงที่นี่แหละครับ สงบส่วนตัวมาก ๆ ห้องพักแต่ละห้องได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเป็นเฉพาะหลังไปเพราะต้องสร้างคร่อมธรรมชาติที่มีอยู่ รีสอร์ตที่นี่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดตามธรรมชาติเลย แต่จะก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างให้เข้ากันกับธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว น่านับถือความคิดอนุรักษ์ธรรมชาติของเจ้าของสถานที่ยิ่งนัก ดังนั้นจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับคู่รักหนุ่มสาวที่จะมาหามุมสวย ๆ เก็บภาพถ่ายแห่งความสุขกลับไป เกาะนางยวนเป้าหมายไปดูทะเลแหวกสอง อยู่ฝั่งตรงข้ามทะเลข้างหน้านี่เอง

 

ข้ามน้ำทะเลใส ข้ามสะพานทรายธรรมชาติ ข้ามสะพานไม้ไต่หน้าผาชัน


   วันรุ่งขึ้นทุกคนตื่นเช้า เพราะตื่นเต้นที่จะได้เที่ยวนั่นเอง เราจองเรือหางยาวไว้แล้ว ความที่มันใกล้กันมาก เรือหางมารับเราถึงหน้ารีสอร์ต นัดเวลากันหลังอาหารเช้านิดหน่อย ตอนแรกว่าจะสั่งข้าวกล่องไปด้วยเพราะได้ข่าวว่าทั้งเกาะมีร้านบริการอยู่ร้านเดียว ไม่มีให้เลือก แต่นายท้ายเรือบอกว่า เค้าห้ามเอาอาหารเครื่องดื่มจากข้างนอกเข้าเกาะ เลยยกเลิกแผนการบ้าหอบฟางอันเป็นแนวถนัด นั่งเรือออกไปประมาณ 10 นาที น้ำทะเลที่นี่แจ๋ว เห็นปะการังชัดตา ตามทางรวมทั้งฝูงปลาเต็มไปหมด


    "ถึงแล้วครับ" นายท้ายบอกผู้โดยสาร เล่นเอางงไปตาม ๆ กัน ก็ดี ไม่โดดแดดเผาผิวมาก นัดหมายขอเบอร์โทร.เรียกให้มารับตอนบ่าย แล้วเราก้ขึ้นฝั่ง จ่ายค่าบำรุงท่าเรือเกาะกันตามธรรมเนียม ก็เห็นป้ายชัดเจน ห้ามนำขวดเครื่องดื่มของกินเล่นต่าง ๆ ขึ้นมาบนเกาะนี้เป็นอันขาด ผมเห็นด้วยนะครับ เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นต้นกำเนิดขยะสะสมที่จะไม่มีวันหมดไปง่าย ๆ และอีกอย่างหนึ่งเค้ามีบริการขายอยู่แล้วด้วย ราคาก็ตามควรที่ต้องมีการขนส่ง ยิ่งสิ่งใดต้องแช่เย็นก็ต้องยิ่งต้องจ่ายค่าไฟให้เค้าด้วย


    พี่เอ็ด น้องกิ่งทำการบ้านมาอย่างดี วิ่งนำข้ามสะพานสันทราย ที่เริ่มร้อนจากไอแดดแล้ว เรากระโดดหย๋องแหย๋งตามไป พยายามวิ่งให้พ้นทรายสู่สะพานไม้ทางขึ้นผาทันที น้องกิ่งยังหันมาสอนพวกเราอีกนะ "พี่ พี่ จะดูทะเลแหวกให้สวย ต้องขึ้นไปดูบนโน้นนนนน...นะค่ะ" เรามองตามนิ้วคุรน้องขึ้นไปแล้วรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนขึ้นมารำไร มองลอดนิ้วมือที่ยกขึ้นบังดวงอาทิตย์ หยีตาพยายามมองเห็นเป็นสะพานไม้ไม่ใหญ่มาก สร้างเป็นทางวนขึ้นไปรอบ ๆ ไปจรดโน่น บนโน้นที่สูงเกือบแหงนคอตั้งบ่า น้องกิ่งออดอ้อน "ไปเถอะคะ เดินง่าย เค้าทำเป็นทางเดินสบายแล้ว" เราหันไปทางนายเอ็ด รู้ทันทีว่าช่วยเราไม่ได้แน่ เพราะดูหน้าแล้วพระเอกของเราเห็นด้วยกับนางเอกทุกอย่างแน่ ว่าแล้วทีมช่างภาพมือฉมังของหนีกรุงก็เดินตามคู่รักหนุ่มสาวต้อย ๆ ขึ้นภูเขาไป


    เดินสบาย ๆ ท่ามกลางแดดร้อนพออุ่น ๆ อุณหภูมิประมาณ 40 องศา วัดจากคะเนการเดือดของเหงื่อบนผิวกาย เราก็เดินหามุมถ่ายรูปสวย ๆ ขึ้นไปตลอดททาง เกาะฝั่งทางนี้จะเป็นที่ตั้งของห้องพักแรมครับ อากาศข้างบน ลมเย็นสบายมากครับ มองลงมาภาพที่ปรากฏคือความมหัศจรย์ธรรมชาติทะเลแหวกแห่งเกาะนางยวน ทรายที่นี่จะเป็นทรายที่ขาวมาก สร้างตัวเป็นสะพานธรรมชาติ เชื่อมเกาะสองเกาะให้เป็นเดินทางต่อเนื่อง แม้ว่าช่วงเดือนนี้ฝนไม่ตกมานาน ทำให้น้ำไม่มากพอที่จะขึ้นมาปิดสันทรายที่ผุดขึ้นมาเป็นเหมือนสะพานธรรมชาติเชื่อมเกาะนางยวนที่เป็นเกาะแฝดให้แยกหรือเชื่อมหากันตามธรรมชาติ เวลาน้ำขึ้นหรือน้ำลงอีกฝั่งหนึ่งก็จะเป็นท่าเรือที่เราเพิ่งขึ้นมา และร้านอาหาร ห้องอาบน้ำไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวแบบไปเช้า กลับเย็น เรายืนถ่ายรูปกันจนหนำใจ ก็ชวนกันกลับไปเล่นน้ำข้างล่าง ร้อน ๆ แบบนี้ได้โดดน้ำทะเลใส ๆ เย็น ๆ นับเป็นที่ต้องการของพวกเราทุกคนนาทีนี้

เล่นน้ำใสแจ๋วกับปลาสวยแสนเชื่อง


    ด้านหน้าของห้องอาหารเป็นสำนักงานสอนดำน้ำ และให้เช่าหน้ากากดำน้ำ พวกเราไปใช้บริการกันครบ แค่เดินลงน้ำไปแค่หัวเข่า ก็มองเห็นฝูงปลาเต็มไปหมด เราหย่อนตัวลงไปสัมผัสกับความเย็นฉ่ำใต้น้ำ อา...ช่างเย็นสบายใจเสียจริง ๆ เมื่อความร้อนที่เกาะผิวกายอยู่มานานเกือบสองชั่วโมงหายไปด้วยความเย็นฉ่ำใต้น้ำ เราก็มีสมาธิมากขึ้นกับสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ ฝูงปลาน้อยใหญ่หลายฝูง บ้างอยู่ปนกันหลายเผ่าพันธุ์ บ้างอยู่ด้วยกันเฉพาะไอ้ตัวที่หน้าเหมือนกันเท่านั้น ทำให้เราสงสัยของเราบ้างว่ามันจะจำกันได้ยังไงแฮะหน้าเหมือนกันออกปานนั้น ปลานกแก้วตัวใหญ่ ๆ ว่ายมาแทะปะการังในที่ตื้นกันไปฝูง เราลอยตัวดูมันแทะก้อนปะการังได้ยินเสียงกรอบแกรบจุ๊บจิ๊บแปลกหู ปะการังที่ริมหาดเกาะนางยวนนี้เยอะมากครับ พอว่ายออกไปลึกหน่อย ก็เจอเป็นก้อนปะการังยักษ์กันเลยทีเดียว


   น้ำในวันนั้นเป็นใจกับพวกเรามากเพราะใสแจ๋วเหลือเกิน (ผมไปคุยอวดกับน้องในร้านอาหารถึงความโชคดีของเราก็ได้รับคำตอบว่า น้ำมันใสแบบนี้ทุกวันแหละค่ะ...จบข่าว) ปะการังที่เราได้เห็นที่นี่ มีมากมายหลายชนิด สีสันแปลกตา เราเล่นน้ำกันจนนายเอ็ดมองไปเห็นน้องกิ่งถึงกับตาเหลือก "ขึ้นดีมั้ยจ๊ะน้อง...ดำหมดแล้วน้องกิ่ง" น้องกิ่งเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองจะต้องเข้าพิธีแต่งงานกันในอีกไม่กี่วัน เลยต้องจำใจกันชวนขึ้นถนอมผิวเจ้าสาวไว้


   ก็พอดีได้เวลาทานข้าวเที่ยงกัน ถึงได้พิสูจน์ว่าอาหารที่นี่ รสชาติก็ไม่น่ารังเกียจอะไรกระเดียดไปทางอร่อยด้วยซ้ำ นั่งคุยกันชมวิวทิวทัศน์ที่เป็นชาวต่างชาติพากันมาเล่นน้ำที่นี่ เพลินตาดี แดดเริ่มแรงขึ้น พวกเราต่างพากันคิดถึงสระน้ำน่าสบายที่โรงแรมดุสิตบัญชารีสอร์ท ห้องพักติดแอร์เย็นฉ่ำ วิวริมผา ไม่ต้องชวนซ้ำสอง ผมโทร.ไปเรียกคนขับเรือพาเรากลับโรงแรมเป็นการปิดทริปทะเลแหวกสองแห่งเกาะนางยวนที่ทุกคนที่มา ได้รับความอิ่มเอมใจไปทั่วหน้า ยิ่งคู่รักหนุ่มสาวนิสัยดีคู่นี้ ต่างเติมความหวาน แบ่งปันความสุขแก่กันและกันตลอดเวลา พวกเราพลอยรู้สึกมีความสุขไปกันทั้งสองด้วย ขอให้กุมมือกันก้าวไปข้างหน้า สู้ชีวิตที่รออยู่อย่างไม่พรั่นพรึง ยิ้มรับความสุขที่รอทั้งสองอยู่ในอนาคตอันใกล้นี้ และรักษาความรักอันยิ่งใหญ่นี้ไปตราบนานเท่านานนะครับ พี่เอ็ด น้องกิ่ง...สัมผัสจริง ยิ่งใหญ่กว่าคราวนี้ ผมพาท่านผู้อ่านมาร่วมรับความสุขที่พวกเราได้รับการแบ่งปันมาอย่างไม่ตั้งใจ เพียงแค่อยู่ใกล้ความรู้สึกที่ได้รักและถูกรักของคู่รักอันงดงามคู่นี้ก็ทำให้เรามีรอยยิ้มอย่างห้ามไม่ได้นั่นเอง อยากให้คนไทยทุกคนรักกันครับ อย่างน้อยก็ทำเพื่อพ่อหลวงของเราเถอะครับ


   คุณรัฐไกร มิมะพันธ์ (พี่เอ็ด) ไปเที่ยว trip นี้ได้ความประทับใจกลับมามากมายเลยครับ ประทับใจแรก ประทับใจทีมงานทุกคนที่ให้ความสนิทสนม เป็นกันเอง และดูแลเราเป็นอย่างดี แถมยังได้ประสบการณ์ดี ๆ จากพี่   ทีมงานทุกท่านกลับมาด้วย คุ้มค่ามาก ๆ เลยครับ ประทับใจที่สองประทับใจบรรยากาศความสวยงาม และน้ำทะเลใส ๆ ของเกาะเต่าและเกาะนางยวนมาก ๆ โดยเฉพาะที่เกาะนางยวน เคยแต่อ่านเจอจากหนังสือหลาย ๆ เล่ม ว่าเป็นจุดชมวิวของเกาะนางยวนสวยติดระดับโลก พอขึ้นมาเห็นภาพด้วยตาตัวเอง ยอมรับเลยครับว่าสวยจริง ๆ น่าจะสวยกว่าในภาพด้วยซ้ำ แต่กว่าจะขึ้นมาถึงจุดชมวิวนี้เล่นเอาเสียเหงื่อไปหลายหยด แต่เกินคุ้มแน่นอนครับ สำหรับเหงื่อที่เสียไปครับ ประทับใจที่สาม ขอขอบคุณ K-Credit Card ที่พาเราไปเที่ยวสถานที่ สวย ๆ และดูแลพวกเราเป็นอย่างดี สุดท้ายขอขอบคุณ ชาวบ้านเกาะเต่า และผู้ประกอบการทุกท่านที่ดูแล เกาะเต่า เกาะนางยวน และช่วยกันอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยว สวย ๆ ให้พวกเราได้ชื่นชมกัน


   คุณพีรพรรณ ใบกว้าง (น้องกิ่ง) ขอขอบคุณ..."เกาะเต่าและเกาะนางยวน" ให้ได้มีภาพสวย ๆ มาชมกันกว่าจะสุดยอด (เขา) ได้ ขอบอกว่าสุดยอดจริง ๆ ต้องไปดูด้วยตาตัวเอง เมืองไทยต้องไปให้ได้แล้วหนีงานเอ๊ย "หนีกรุง" กันเถอะเรา ขอขอบคุณ "ทีมงานหนีกรุง" ที่มีแต่ความเป็นกันเอง ราวกับรู้จักกันมานานแรมปี พร้อมภาพถ่ายมืออาชีพ ช่างสรรหามุม ไม่ว่าจะบนบกหรือว่าใต้น้ำ ถ่ายภาพออกมานึกว่าไม่ใช่เราเอง 555 ขอบอกได้อย่างเดียวว่า ประทับใจ ขอขอบคุณ..."Peter Kelly" ใจดีให้ยืมชุดงาม ๆ มาถ่ายภาพ ทำให้ดูสวยขึ้นมาโดยไม่ต้องทำอะไร ท้ายที่สุด ขอขอบคุณ "บัตรเครดิตกสิกรไทย" มี KBank ที่ไหน feel good ที่นั่น

 

ข้อมูลจาก :นิตยสารหนีกรุง