ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เปิดแผน3ปีโลคอสต์"ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส" นำร่องปีแรก 8 เส้นทางในเอเชีย-หัวเมืองศก.ใหญ่ในปท.

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 04 ส.ค. 2553 เวลา 18:38:52 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เปิดแผนธุรกิจ 3 ปี โปรเจ็กต์ร่วมทุนโลว์คอสต์การบินไทย "ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส" ผูกปิ่นโตเช่าฝูงบินสิงคโปร์ แอร์บัส A320 ลำละ 8 ล้านบาท/เดือน ให้สิทธิยึดหัวหาดในประเทศ ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ หาดใหญ่ และต่างประเทศทั่วเอเชีย นำร่องปีแรก 8 เส้นทาง ฝันปีที่สองฟันกำไรทันที 25 ล้านบาท

คณะกรรมการฝ่ายบริหารนโยบาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังจากนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย (DD) เซ็นเอ็มโอยูกับนายโทนี่ เดวิส ซีอีโอ ไทเกอร์ แอร์เวย์ส สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 ประกาศร่วมทุนจัดตั้งไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำแห่งชาติขึ้นในไทย และได้จัดทำแผนธุรกิจร่วมลงทุนของทั้งสองฝ่าย ระยะเริ่มดำเนินการ 3 ปีแรก ระหว่าง 2554-2556 ห้ามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขายหุ้นทิ้ง


 

ตามข้อตกลงในแผนการบินไทยจะให้สิทธิไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส เปิดเส้นทางบินในประเทศโดยใช้สนามบินหลัก 4 เส้นทาง คือ ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ และเส้นทางบินระหว่างประเทศทั่วภูมิภาคอาเซียนกับเอเชีย ตามเงื่อนไขจะต้องเช่าใช้ฝูงบินแอร์บัส A320 จากไทเกอร์ โฮลดิ้ง สิงคโปร์ ปีแรก 3 ลำ ปีที่สอง 5 ลำ ปีที่สาม 10 ลำ ค่าเช่า 8,064,000 บาท/ลำ/เดือน (252,000 เหรียญสหรัฐ) ค่าซ่อมบำรุงใหญ่ 5,792,000 บาท/ลำ/เดือน (181,000 เหรียญสหรัฐ) และ ค่าบำรุงทั่วไป 1,344,000 บาท/ลำ/เดือน (142,000 เหรียญสหรัฐ) 


ขณะเดียวกันก็ได้จัดทำตารางบินประจำ ปีที่ 1 (มีนาคม 2554) นำร่องบิน 84 เที่ยว/สัปดาห์ 8 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางต่างประเทศ 5 เมือง ในประเทศ 3 เมือง พอเข้าสู่ปีที่ 2 (31 มีนาคม 2555) จะเพิ่มความถี่เป็น 133 เที่ยว/สัปดาห์ ขยายเป็น 12 เส้นทาง เพิ่มเส้นทางต่างประเทศเป็น 9 เมือง ในจำนวนนี้จะมีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ดานัง รวมอยู่ด้วย 7 เที่ยว/สัปดาห์ ส่วนในประเทศมี 3 เมือง ปีที่ 3 (31 มีนาคม 2556) จะเพิ่มความถี่เป็น 266 เที่ยว/สัปดาห์ 19 เส้นทาง แบ่งเป็นต่างประเทศ 13 เส้นทาง เพิ่มบรูไน และในประเทศ 6 เมือง อาทิ ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ เชียงใหม่ เป็นต้น

 

ในแผนฯตั้งเป้าประมาณการผลการดำเนินงาน ช่วงเริ่มต้นไตรมาส 1 ปี 2554 จะมีผู้โดยสาร 1.42 ล้านคน รายได้ 2,348 ล้านบาท รายจ่าย 2,766 ล้านบาท แสดงผลขาดทุนเฉพาะปีแรกเท่านั้น (พ.ศ. 2555) จำนวน 225 ล้านบาท ปีถัดไป 2556 จะกำไรทันที 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.1% ปี 2557 จะกำไร 569 ล้านบาท เพิ่ม 27.2% หลังจากนั้นเมื่อมีเครื่องบินครบ 10 ลำ จะเพิ่มยอดผู้โดยสารได้ถึงปีละ 4 ล้านคน

"ที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายบริหารนโยบาย (Executive Meeting Management : EMM) มีมติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 เห็นชอบร่วมกันให้ร่วมทุนเปิดบริการโลว์คอสต์ ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ซึ่งเป็นผลมาจากคณะกรรมการบริหารกลยุทธ์การบินไทย (SSC) มีมติไปก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 ระบุรายละเอียดผลการศึกษา มีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่จะส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการบินในอนาคต ส่วนแบ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่เกินกว่า 60% จะใช้บริการโลว์คอสต์เป็นหลัก อัตราการเติบโตในเส้นทางบินภูมิภาคอาเซียนและเอเชียช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยปีละเกิน 30% ขึ้นไป จึงเป็นเหตุให้การบินไทยต้องตัดสินใจดำเนินการ

อีกทั้งยังได้อ้างอิงถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดขนส่งทางอากาศในประเทศไทยตามพยากรณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศ (IATA) ระบุตลอด 5 ปี ระหว่างปี 2553-2556 จะมีผู้โดยสารเข้า-ออกเมืองไทยเพิ่มเฉลี่ย 5.3% โดยเฉพาะผู้โดยสารระหว่างประเทศจะเพิ่มเฉลี่ยปีละ 6% สิ้นสุดปี 2557 จะมีถึง 38.7 ล้านคน ต่างจากปัจจุบันการบินไทยเพิ่งจะรับขนส่งลูกค้าได้ปีละเพียง 10-12 ล้านคน ยังมีช่องทางเติบโตได้อีกมาก" คณะกรรมการฝ่ายบริหารการบินไทยกล่าว

 

นายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดได้พิจารณาแผนธุรกิจร่วมทุนของการบินไทยกับไทเกอร์ โฮลดิ้ง มามากกว่า 2 ครั้ง กระทั่งหลังสุดต้องเปิดประชุมวาระพิเศษช่วงหยุดราชการวันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553 เนื่องจากตามโปรแกรมวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม ต้องเซ็นเอ็มโอยูร่วมทุนกันทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนการตัดสินใจเลือกทำธุรกิจกับโลว์คอสต์ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่สิงคโปร์นั้นเพราะการบินไทยเคยเสนอปรับโครงสร้างนกแอร์ สายการบินลูกมาหลายครั้ง รวมทั้งขอเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจาก 39.5% เป็น 48% แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากนกแอร์ไม่พร้อมจะเป็นโลว์คอสต์ให้บริการระหว่างประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย

 

ขณะที่นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย ยืนยันจะใช้ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส เป็นกลไกชิงส่วนแบ่งตลาดจากแอร์เอเชีย หรือโลว์คอสต์ทุกราย หลังจากช่วง 7 ปีที่ผ่านมาได้เสียส่วนแบ่งทั้งเที่ยวบินระหว่างประเทศไปกว่า 40% และในประเทศไปเกิน 10%

นายปิยสวัสดิ์ระบุว่า ปัจจุบันเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดในเอเชีย ปี 2546 การบินไทยเคยครองแชมป์ 42.2% ต่างจากตอนนี้เหลือเพียง 32.8% ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในกลุ่มโลว์คอสต์ 18.1% ในจำนวนนี้แอร์เอเชียกวาดมากสุด 11.5% และสายการบินนานาชาติอื่นกว่า 100 แอร์ไลน์ แบ่งจากยอดรวม 49.9% เช่นเดียวกับเที่ยวบินในประเทศ ไทย แอร์เอเชีย ครองมากสุดถึง 27.5% ใกล้เคียงกับการบินไทยทำธุรกิจมา 50 ปี ครองได้เพียง 32% นกแอร์ 16% บางกอกแอร์เวย์ส 15.8% วัน-ทู-โก 8.4%

สำหรับกรอบเวลาการจัดตั้ง ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส เพื่อเปิดดำเนินการภายในไตรมาส 1 ปี 2554 ตามแผนธุรกิจกำหนดจะให้มีพนักงานรวมทั้งหมดทุกส่วน ทั้งนักบิน ลูกเรือ ประจำออฟฟิศ จำนวน 26 คนเท่านั้น ทำหน้าที่ให้บริการ 7-19 เส้นทาง 84-266 เที่ยว/สัปดาห์ ไทเกอร์แอร์เวย์สจะรับผิดชอบการขายตั๋วโดยสารผ่านออนไลน์ 92% ของที่นั่งทั้งหมด จะเริ่มเปิดขายล่วงหน้า 1 กันยายน 2553 เป็นต้นไป จากนั้นจะเปิดตัวสายการบินอย่างเป็นทางการ 1 มีนาคม 2554

อย่างไรก็ตามการประกาศร่วมทุนแบบกะทันหันของการบินไทยได้กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ มีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้นใหญ่การบินไทย 51% กับพรรคภูมิใจไทย มีนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ ระหว่าง 8 เดือนนี้ สิงหาคม 2553-มีนาคม 2554 ก่อนเปิดสายการบินเริ่มมีกระแสการขับเคลื่อนอาจจะสะดุดหรือไม่ หากการเมืองขัดแย้งกันรุนแรง