ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

"น่าน" ฟีเวอร์ นักท่องเที่ยวแห่"แก้ชง"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 05 ก.พ. 2554 เวลา 14:53:02 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

...น่านมีอะไร ?


เพราะน่านไม่มีอะไร...ที่นั่นเลยมีเสน่ห์


อาจเป็นคำตอบที่ได้ยินคุ้นหู เมื่อถามคนที่เคยไปมาแล้ว เพราะจังหวัดน่านไม่มีอะไรจริง ๆ ที่นั่นมีแต่ความเงียบสงบ แต่อาจไม่สงัดเท่ากับ "เชียงคาน" จังหวัดเลย หรือกุ๊กกิ๊กเก๋ ๆ แบบ "ปาย" ที่แม่ฮ่องสอน


ไม่เพียงแต่คนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มคนวัยทำงานเท่านั้นที่กำลังอยาก "รู้จัก" จังหวัดน่านมากขึ้น แต่บริษัทเอกชนชื่อดังหลายแห่ง เช่น โตชิบา กสิกรไทย เมืองไทยประกันชีวิต เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ รวมไปถึงผู้บริหาร ซีอีโอชายหญิง ต่างก็อยากจะ "รู้จัก" จังหวัดที่ว่านี้มากขึ้นเช่นกัน


จากสถิติตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ก่อนเริ่มจะย่างเข้าปีเถาะในปี 2554 จะสังเกตได้ว่า ทั้งกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างโหมโรงจัดทริปไปท่องเที่ยวเมืองน่านกันเป็นจำนวนมาก

 

ทำให้กระแสท่องเที่ยวที่นั่นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง "วิสูตร บัวชุม" ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ ที่ดูแลการท่องเที่ยวในส่วนของจังหวัดแพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ บอกว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวของจังหวัดน่านเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความบริสุทธิ์ทั้งด้านธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม

เป็นผลให้คนมาเที่ยวน่านมีสถิติเพิ่มขึ้นต่อปีเป็นเลขถึง 2 หลัก หรือเติบโตขึ้นถึง 20% ในปีที่ผ่านมา หากรวมจำนวนนักท่องเที่ยวแล้ว ทั้งปีตกประมาณ 5 แสนคน

 

ที่สำคัญ ปีนี้ตรงกับ "ปีเถาะ" ซึ่งผู้ที่เกิดปีนี้จึงมีความตั้งใจจะเดินทางมาไหว้พระธาตุแช่แห้งซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ทำให้นักท่องเที่ยวไหลทะลักเข้าสู่เมืองน่านอย่างมิได้นัดหมาย ถึงขั้น ททท.ได้คาดหมายอย่างมั่นใจว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเมืองน่านมากถึง 6.5 แสนคน หรืออาจจะมากกว่า คาดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท เลยทีเดียว

จากเดิมเคยสะพัดอยู่ 900 ล้าน ในปี 2550 และสะวิงขึ้นมาเป็น 1,600 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว

 

เป็นกระแส "น่านฟีเวอร์" จริง ๆ


"วิสูตร" ยังให้ข้อมูลอีกว่า อัตราการเข้าจองที่พักเริ่มสูงมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 จนมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ก็ยังมีคนเข้ามาจองเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ อัตราการจองที่พักอยู่ที่ 80% ถ้าเป็นวันหยุดยาว อย่างเช่นวันพ่อปีที่แล้ว อัตราการจองที่พักสูงเต็มเพดานถึง 100%

 

ยิ่งตอนปีใหม่ อุทยานแห่งชาติที่จังหวัดน่าน อาทิ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีนักท่องเที่ยวเที่ยวชมถึงหลักหมื่นคน

"ปัจจุบันจังหวัดน่านมีที่พักอยู่ราว 1,600 ห้อง และกำลังจะเพิ่มขึ้น เท่าที่ประเมินด้วยตา ตอนนี้มีการก่อสร้างห้องพักในระดับท้องถิ่นประมาณ 30 ห้องต่อโครงการ อยู่ประมาณ 20 แห่ง" ผู้อำนวยการวิสูตรจำลองภาพจริงให้เห็น


ขณะที่หลายฝ่ายก็กังวลอยู่ลึก ๆ และกลัวว่า กระแสฟีเวอร์ของนักท่องเที่ยวอาจจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เหมือนที่ "ปาย" โดนมาแล้ว


"สำรวย ผัดผล" ประธานมูลนิธิฮักเมืองน่าน สะท้อนความรู้สึกว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คนในท้องถิ่นปรับตัวรับได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีการตั้งรับว่าเราควรจะเป็นอย่างไร การเข้ามาของรัฐและกลุ่มทุนซึ่งเป็นทุนมหาศาลที่เข้ามาเร็ว เราเองก็แทบรับไม่ทัน วันนี้การรักษาวัฒนธรรม ธรรมชาติของเมืองน่านจึงไม่ใช่ภารกิจของคนน่านเท่านั้นอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นของนักท่องเที่ยวทุกคน

 

"พื้นที่เขตเทศบาลเมืองน่าน 5.4 ตารางกิโลเมตร มีวัดกว่า 20 แห่ง เมื่อก่อนเราจะได้ยินแต่เสียงสวดมนต์ แต่วันนี้ในเทศกาลปีใหม่ เสียงและแสงสีของงานรื่นเริงก็เกิดขึ้น ดังมากขึ้น การสร้างความรู้ความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงกับคนในท้องถิ่นอาจยังไม่เพียงพอ นี่คือสิ่งที่ท้าทายงานของเรา และท้าทายคนที่ชื่นชมกับความเป็นเมืองน่านด้วยเช่นกัน"สำรวยกล่าว

"จิระนันท์ พิตรปรีชา" กวีซีไรต์ที่เคยร่วมงานกับทางจังหวัดน่าน มองในแง่ดีว่า วัฒนธรรมน่านที่กำลังจะตายไปอาจจะกลับมาเพราะกระแสการท่องเที่ยวก็ได้ "เดี๋ยวนี้ที่น่านก็เริ่มมีหมู่บ้านทอผ้า มีกลุ่มทำเครื่องเงินอย่างเป็นเรื่องเป็นราว"
การสร้างความสมดุลระหว่างธรรมชาติกับความเจริญจึงเป็นสิ่งที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต้องไม่มองข้าม
มิเช่นนั้น สิ่งดี ๆ และดั้งเดิมก็จะไม่เหลืออยู่ในประเทศไทยอีกเลย