ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ค่ายแอร์เปิดศึกรับอากาศส่อแววร้อนยาว ชูรุ่นประหยัดไฟ ชิงเค้ก 1.4 หมื่นล้าน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 14 ก.พ. 2554 เวลา 08:04:37 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เครื่องปรับอากาศค่ายเล็ก-ใหญ่เตรียมส่งสินค้าบุกตลาดเต็มรูปแบบ หลังแนวโน้มอากาศร้อนยาวทั้งปี เร่งดีมานด์ทะลุ 1.4 หมื่น ล. เซ็กเมนต์ "อินเวอร์เตอร์" ประหยัดไฟกลายเป็นไฮไลต์โตแรง-มาร์จิ้นงาม มิตซูฯ-พานาฯ-แอลจี ปูพรมขยายฐาน ด้านแบรนด์จีนไม่ยอมตกขบวน ขอเป็นทางเลือก

"จีเอฟเค รีเทล" บริษัทวิจัยและรวบรวมข้อมูลทางการตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการเครื่องปรับอากาศในปีนี้ว่า จะเติบโตเพิ่มขึ้นเนื่องจากอากาศที่ร้อนตลอดทั้งปี แต่อาจไม่เท่ากับปีที่ผ่านมาที่ขยายตัวถึง 54% โตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากค่ายต่าง ๆ ปรับราคาสินค้าลงประมาณ 10% ตามภาษีสรรพสามิตที่ลดลง รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ได้รับความนิยมมากในปีที่ผ่านมา

 

คาดการณ์ด้วยว่า เครื่องปรับอากาศในกลุ่ม "อินเวอร์เตอร์" ที่ช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟจะเป็นตัวหลักขับเคลื่อนตลาดปีนี้ แม้ปัจจุบันยังมีส่วนแบ่งไม่มากนัก ประมาณ 10% และราคาสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน 20% แต่จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าตลาดเติบโตต่อเนื่อง ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาอินเวอร์เตอร์เติบโตจาก 1.28 หมื่นยูนิต ขยับขึ้นเป็น 3.6 หมื่นยูนิต ในปีที่แล้ว และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มขึ้นกว่า 90%

 


ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาเฉลี่ยของเครื่องปรับอากาศรุ่นอินเวอร์เตอร์ขนาด 9 พันบีทียู เริ่มที่ประมาณ 1.2 หมื่นบาท ขณะที่รุ่นมาตรฐานทั่วไป 1.5 หมื่นบาท ในขนาดเดียวกัน

 

นายอนันต์ บรรเจิดธรรม กรรมการและผู้จัดการทั่วไป ส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิอิเลคทริค กันยง วัฒนา จำกัด กล่าวว่า ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าสัดส่วนแอร์อินเวอร์เตอร์จะเพิ่มขึ้นกว่า 20% ของตลาด เนื่องจากความต้องการประหยัดพลังงาน และราคาที่ปรับลดลงต่อเนื่องจากการแข่งขัน จากปัจจุบันช่องว่างราคาห่างจากรุ่นทั่วไป 15-20% บวกกับบรรดาผู้ประกอบการแต่ละค่ายต่างเพิ่มไลน์อัพเจาะตลาดนี้มากขึ้น

 

ซึ่งมิตซูบิชิกันยงฯชูไฮไลต์รุ่นซูเปอร์อินเวอร์เตอร์ที่ประหยัดพลังงานมากกว่าคู่แข่งเป็นตัวเร่งยอดขาย เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด 30% จากตลาดรวมปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 10% หรือ 1 ล้านยูนิต ควบคู่กับกลยุทธ์การตลาดในปีนี้จะมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายชัดเจนมากยิ่งขึ้น เน้นทำตลาดแบบเจาะจงสินค้า (Select & Focus) รวมถึงวางงบฯ 750 ล้านบาท สำหรับบุกตลาดทุกกลุ่ม ควบคู่กับการสร้างความใกล้ชิดกับดีลเลอร์และปรับดิสเพลย์หน้าร้านในรูปแบบใหม่

 

เช่นเดียวกับ "แอลจี" เป็นอีกค่ายหนึ่งได้เริ่มลอนช์เครื่องปรับอากาศ รุ่น "อินเวอร์เตอร์ 4d" เข้าสู่ร้านค้าและโฆษณาผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ ด้วยจุดขายความเงียบและประหยัดไฟถึง 60%

 

ขณะที่ค่ายพานาโซนิค นายณัฐพงษ์ ฤกษ์สุทธิวิเศษ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ บริษัท พานาโซนิค เอ.พี. เซลส์ ประเทศไทย จำกัด เชื่อว่า เครื่องปรับอากาศในกลุ่มอินเวอร์เตอร์จะขยายตัวมากที่สุด เป็นไปตามเทรนด์การประหยัดพลังงาน สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจของพานาโซนิค สินค้ามากกว่า 50% จะอยู่ในกลุ่มนี้ ขณะเดียวกันได้เพิ่มมูลค่าด้วยการเพิ่มรุ่นสแตนดาร์ด อินเวอร์เตอร์ เป็นทางเลือกของลูกค้า  

 

พานาโซนิคนำร่องด้วยการเปิดแคมเปญสื่อสารให้ตลาดรับรู้ถึงการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ จากนั้นเตรียมลอนช์แคมเปญใหญ่ที่จะตามออกมา ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางขายให้แข็งแกร่งทุกช่องทาง นอกจากนี้พานาโซนิคยังได้ขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้ากลุ่มพาณิชย์ สำหรับบริษัทและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ การปรับตัวของตลาดยังรวมไปถึงเครื่องปรับอากาศจากประเทศจีนที่เตรียมปรับไลน์อัพใหม่จับกลุ่มประหยัดพลังงานมากขึ้น

 

นายสมชาย พิศิษฐ์จริง ประธานบริษัท มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ "มีเดีย" (Midea) จากประเทศจีน กล่าวว่า เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าและรับการแข่งขัน บริษัทได้ปรับนโยบายนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศใหม่ โดยโมเดลใหม่ที่จะนำเข้าวางตลาดในปีนี้ทั้งหมดจะเป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์สินค้าและกิจกรรมการตลาด "กรีนเทคโนโลยี" ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 3.5 หมื่นเครื่อง