ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

"ธนชาตประกัน" บุกฟ้าแลบชิงท็อป 5 ชูธง "แบงก์แอสชัวรันซ์" โตแบบมีกำไร

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 13 ก.พ. 2554 เวลา 17:25:52 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นับ เป็น "ค่ายประกัน" อีกรายหนึ่งที่ "มาแรง" ในช่วงนี้ จริง ๆ สำหรับ "กลุ่มธนชาตประกัน" แม้ในปี 2553 จะเป็นครั้งแรกที่วางเป้าหมายแบบ "รวมกลุ่ม" ช่วยกันกวาดเบี้ยให้ถึง 10,000 ล้านบาทก็สามารถวิ่งเข้าเป้าสิ้นปีได้สวยงาม โดย "ธนชาตประกันภัย" มีเบี้ยกว่า 3,900 ล้านบาท และ "ธนชาตประกันชีวิต" กวาดเบี้ยไปกว่า 6,000 ล้านบาท ที่สำคัญ 2 บริษัทกวาดกำไรรวมกว่า 1,000 ล้านบาท


ยิ่งกว่า นั้น ความท้าทายยังทวีขึ้นไปอีกด้วยเป้าหมายการเติบโตของปีนี้ โดย "พีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัดบอกว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ย 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เพื่อกระโดดจากอันดับ 8 ให้ขึ้นมาติด "ท็อป 5" ในธุรกิจประกันวินาศภัยให้ได้ ภายใต้ 2 กลยุทธ์หลัก คือ แบงก์แอสชัวรันซ์บนฐานลูกค้าที่ยังค่อนข้าง "สด" จึงน่าจะเติบโตกว่า 75%

ควบ คู่กันไปในกลยุทธ์ที่ 2 คือ ประกันภัยรถยนต์ (มอเตอร์) ที่ยังคงเป็นสัดส่วนหลักในการป้อนเบี้ยถึง 85% พร้อมกับ "เติม" โปรดักต์ใหม่ ๆ เข้ามาเสริม จากก่อนหน้านี้ที่ออก "ธนชาต 2+" ทุนประกัน 4 แสนบาท เบี้ย 7,900 บาทมาแล้ว จึงเติม "ธนชาต 2+ Gold" มาจับรถกลุ่มที่ทุนประกันสูงขึ้น สูงสุด 1 ล้านบาท เบี้ย 8,900-9,900 บาท เป็นการอุดช่องว่างตรงกลางก่อนจะขยับมาเป็น "ธนชาต 1-Lite" ประกันชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท คิดเบี้ยเริ่มต้น 10,000 บาท

"แม้ เราจะตั้งเป้าเติบโตสูง แต่เราต้องการเติบโตอย่างมีกำไร โดยจะรักษาระดับโครงสร้างอัตราต้นทุนรวม (combined ratio) ไว้ที่ 80% หรือเท่ากับมีโอกาสทำกำไรประมาณ 20% ฉะนั้นเราจะไม่แข่งเรื่องราคาอย่างเด็ดขาด" พีระพัฒน์ย้ำ

เช่นเดียว กับ "วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัดที่บอกว่า เป้าหมาย ปีนี้จะมีเบี้ยรับรวมกว่า 8,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% ในจำนวนนี้เป็นเบี้ยใหม่ 5,000-6,000 ล้านบาท นั่นหมายถึงแผนการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการสร้าง "ผลงานใหม่" ในปีนี้เป็นส่วนใหญ่

"เราถือว่ายังเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหม่ ฐานธุรกิจเดิมไม่ใหญ่มาก สัดส่วนเบี้ยต่ออายุจึง ยังไม่สูง แต่เรามีโอกาสและศักย ภาพที่จะเติบโตจากงานใหม่ ๆ ได้มาก โดยเฉพาะแบงก์แอสชัวรันซ์ที่ช่วงนี้เป็นโอกาสสำคัญจริง ๆ จึงทุ่มทุกอย่างเพื่อเร่งส่วนนี้ก่อน คาดว่าจะสร้างเบี้ยได้ถึง 7,700 ล้านบาท หรือเติบโต 85% จากปีที่แล้ว ที่มีเบี้ยจากแบงก์แอสชัวรันซ์ 4,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าบนเป้าหมายปีนี้เราจะอยู่ในท็อป 5 ของบริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยใหม่จากแบงก์แอสชัวรันซ์สูงสุดได้แน่นอน"

กล ยุทธ์ของธนชาตประกันชีวิต ด้านโปรดักต์ประกันออมทรัพย์ที่จ่ายเบี้ยระยะสั้น 4-5 ปีน่าจะยังเป็น "ไม้เด็ด" ในการกวาดเบี้ย เพราะลักษณะใกล้เคียงกับโปรดักต์แบงก์ลูกค้าจึงเข้าใจได้ง่าย ขณะเดียวกันในฝั่งลูกค้าสินเชื่อ ก็เตรียมจะปูพรม "ประกัน สินเชื่อ" (Credit Shield) เข้าไปจับกับสินเชื่อทุกรายการเพื่อปิดความเสี่ยงให้ลูกค้าและแบงก์ พร้อมกับขยายธุรกิจให้บริษัทไปด้วย

วิจักษณ์บอกอีกว่า ปีนี้จะเห็นโมเดลธุรกิจแบบ "ผนึกจุดแข็ง" ร่วมกับกลุ่มธนชาตอย่างชัดเจนขึ้น เช่น ในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่เป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของธนาคารธนชาตก็จะมีประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อรถยนต์ "Smile Car" และประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เข้ามาเสนอลูกค้า หรือกรณีลูกค้าสินเชื่อเอสเอ็มอีก็จะมีประกันชีวิตคุ้มครองเจ้าของกิจการ "Smile SME" และประกันภัยทรัพย์สินมาเสนอลูกค้า เป็นต้น

กุญแจสำคัญ สู่ประตู "ท็อป 5" ของกลุ่มธนชาตประกันในปีนี้ยังอยู่ที่ "ธนาคารนครหลวงไทย" ที่กำลังจะรวมเป็นกลุ่มเดียวกันกับ "ธนชาต" ซึ่งในแง่ธุรกิจแบงก์แอสชัวรันซ์ได้เริ่มขายผ่านสาขาของธนาคารนครหลวงไทยมา ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ทำให้เวลานี้ช่องทางสาขาจึงขยายจาก 250 แห่งขึ้นเป็นกว่า 650 แห่ง ฐานลูกค้ากระโดดจากประมาณ 2 ล้านราย พุ่งเป็น 4 ล้านราย โดยเฉพาะลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ที่จะเข้ามา "เติมเต็ม" ให้กับกลุ่มธนชาตที่แต่เดิมมีฐานลูกค้ารายย่อยเป็นส่วนใหญ่

บน เป้าหมายและการเติบโตที่เร่งเครื่องบุกแบบก้าวกระโดดนี้ ทั้งพีระพัฒน์และวิจักษณ์บอกตรงกันว่า เป้าหมายทั้ง 2 บริษัทคิดเป็นเบี้ยรวมทั้งสิ้น 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% อยู่บนเหตุผลและศักยภาพการเติบโตที่เป็นไปได้จริง และโตอย่างมีกำไรด้วย ล้อไปกับ "ธนาคารธนชาต" ยุคใหม่เมื่อควบรวมเสร็จสินทรัพย์จะกระโดดขึ้นมาอยู่ใน "ท็อป 5" ของธุรกิจแบงก์ ดังนั้นธุรกิจประกันจะขึ้นไปอยู่ที่ "ท็อป 5" ด้วย ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด