ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ช้าอด! สินเชื่อ0%ธอส. ชี้สัปดาห์เดียวเกลี้ยง2.5หมื่นล้าน ดีเดย์ 9 พ.ค. สุดคุ้มกู้3ล้าน ประหยัด4.5แสน

updated: 04 พ.ค. 2554 เวลา 11:43:32 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

รัฐบาลมาร์คดีเดย์สินเชื่อหาเสียง 9 พ.ค.นี้ ให้ยื่นกู้ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 3 ล้านพร้อมกันทั่วประเทศ เผยคำนวณแล้วกู้ซื้อบ้าน 1-3 ล้าน ประหยัดค่าดอกเบี้ย+โอน+จดจำนองตั้งแต่ รายละ 1.9-4.5 แสนบาท สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย-สมาคมโบรกเกอร์บ้านมือสองขานรับท่วมท้น เช็กสต๊อกบ้าน-คอนโดฯ พร้อมโอนทะลักท่วมวงเงินสินเชื่อ 2.5 หมื่นล้าน คาดสัปดาห์เดียวเกลี้ยงพอร์ตแน่นอน

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนให้มีบ้านหลังแรกเป็นของตัวเองภายใต้นโยบายรัฐบาลจะช่วยเหลือเฉพาะผู้ซื้อบ้านโดยตรง โดยจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน 1% และค่าธรรมเนียมการจดจำนอง 1% รวมเป็น 2% เท่ากับกู้ซื้อบ้าน 1 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมโอนและจด   จำนอง 2 หมื่นบาท หรือกู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท จะประหยัดค่าโอนและจดจำนอง 60,000 บาท

 


ด้านนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า กระบวน การปล่อยสินเชื่อของ ธอส.ยังปฏิบัติงานตามปกติ การพิจารณาสินเชื่อก็เป็นไปตามขั้นตอนปกติ ไม่ได้ช้าหรือเร็วขึ้นกว่าปกติที่ผ่านมา เพียงแต่สิทธิประโยชน์ที่ผู้ขอสินเชื่อจะได้รับจะเป็นไปตามมติ ครม.กำหนด

 


หลังจากมีมติ ครม.แล้ว ธอส.ในฐานะหน่วยงานผู้รับปฏิบัติก็ได้จัดเตรียมความพร้อมในการรองรับปริมาณคำขอสินเชื่อภายใต้โครงการบ้าน ธอส.เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก ที่คาดว่าจะมีความต้องการขอสินเชื่อสูงมากจากทุกจุด    ทั่วประเทศ

 


แนวทางของ ธอส.คือ เพื่อสร้างความโปร่งใสและกระจายโอกาสการเข้าถึง  สินเชื่อได้อย่างทั่วถึง จึงเสนอให้มีระยะเวลาประชาสัมพันธ์สินเชื่อโครงการนี้ นำไปสู่การกำหนดวันยื่นสินเชื่อพร้อมกัน ทั่วประเทศในวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2554 ดังนั้น คำขอสินเชื่อที่มีคุณสมบัติใช้สิทธิ์ภายใต้โครงการนี้จะได้รับการพิจารณาใหม่พร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นคำขอสินเชื่อของผู้ซื้อบ้านในโครงการอาคารชุดหรือบ้านจัดสรรสินเชื่อสำหรับ  ผู้ที่มีที่ดินอยู่แล้วและต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง และคำขอสินเชื่อของกลุ่มซื้อบ้านมือสองแต่เป็นบ้านหลังแรก

 


นายไพบูลย์ ขวัญบุรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ธอส. เปิดเผยว่า ธอส.มีทรัพย์รอขายหรือ NPA ในมือที่ไม่เกิน 3 ล้านบาทประมาณ 3 หมื่นรายการ มูลค่ารวมประมาณ 6,500 ล้านบาท ถ้าหากประชาชนสนใจซื้อเป็นที่อยู่อาศัยแห่งแรกก็สามารถติดต่อได้ ขอดูข้อมูลได้ทันที หากสนใจก็สามารถขอยื่นกู้ใช้สิทธิ์ภายใต้โครงการที่รัฐบาลอุดหนุน รวมทั้งจะได้สิทธิประโยชน์เพิ่ม เพราะถ้ากู้ซื้อ NPA ของ ธอส. จะมีเวลาผ่อนเงินดาวน์ 12 งวด จากนั้นจึงยื่นกู้วงเงินที่เหลือหลังจากผ่อนดาวน์หมดแล้ว    


 

@กู้ 1 ล้าน 0% ลด 1.3 แสนบาท  
นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภายใต้สิทธิพิเศษดอกเบี้ย 0% 2 ปีแรก หากเป็นการกู้ซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท ภายใต้อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันคือประมาณ 7% เท่ากับผู้ซื้อบ้านจะประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย 2 ปีแรก ประมาณ 130,000 บาท หรือกู้ 2 ล้านบาท ประหยัด    ดอกเบี้ย 260,000 บาท และถ้ากู้ 3 ล้านบาท จะประหยัดดอกเบี้ย 390,000 บาท 
โดยปัจจุบันถ้าซื้อบ้าน 1 หลัง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 7% จะมีภาระผ่อนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยในปีแรกประมาณ 96,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 8,000 บาท ในจำนวนนี้เงินที่จ่ายกว่า 80% คือปีละประมาณ 84,000 บาท หรือเดือนละ 7,000 บาท เป็นการจ่ายเพื่อผ่อนชำระดอกเบี้ย


ดังนั้นกรณีที่ได้รับยกเว้นดอกเบี้ย 0% เข้าใจว่าธนาคารยังต้องให้ผู้ซื้อบ้านมีภาระผ่อนจ่ายต่อเดือนเท่าเดิม คือปีละประมาณ 96,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 8,000 บาท แต่ประโยชน์ที่ได้รับคือเงินทั้งหมดจะถูกนำไปหักเงินต้น เท่ากับในปีที่ 2 ผู้ซื้อบ้านจะมีเงินต้นที่ต้องชำระลดลงเหลือประมาณ 900,000 บาท หากผ่อนชำระเงินงวดปีที่ 2 คือ 96,000 บาท หรือเดือนละ 8,000 บาท เท่ากับจะไปลดภาระเงินในปีที่ 3 ลงจาก 900,000 บาท เหลือประมาณ 800,000 บาท ทำให้การคำนวณเงินงวดที่ต้องจ่ายพร้อมดอกเบี้ยในปีที่ 3 ลดลงตามไปด้วย  
ส่วนในฐานะผู้ประกอบการอสังหา ริมทรัพย์ มาตรการดังข้างต้นจะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจอสังหาฯอย่างแน่นอน โดยบริษัทได้แจ้งลูกค้าที่เข้าข่ายเป็นผู้ซื้อบ้านหลังแรกให้จัดเตรียมเอกสารการขออนุมัติสินเชื่อให้พร้อม เพื่อสามารถยื่นกู้ได้ทันที  


@"ส.สินเชื่อฯ" แนะผู้บริโภค  
นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า จากนโยบายช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทที่ขอสินเชื่อผ่าน ธอส.จะได้อัตราดอกเบี้ย 0% 2 ปีแรก ถือว่าผู้ซื้อบ้านจะได้รับสิทธิประโยชน์เรื่องอัตราดอกเบี้ยมากพอสมควร เพราะจะได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในช่วง   2 ปีแรก จากที่ต้องเสีย ดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี  


แต่มีข้อเสนอแนะถึงสิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องระมัดระวังคือ วิธีการคำนวณเงินผ่อนต่องวด ซึ่งปัจจุบันมี 2 รูปแบบคือ 1) ถึงแม้ได้อัตราดอกเบี้ยพิเศษในช่วง   2 ปีแรก แต่ธนาคารก็จะคำนวณเงินงวดที่ต้องจ่ายเท่ากันตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งเป็นวิธีที่ธนาคารพาณิชย์ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าลูกค้ามีความสามารถ  ผ่อนชำระได้ตลอด และ 2) วิธีคำนวณเงินงวดในช่วงแรกตามอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ให้กับลูกค้า เช่น 2 ปีแรกคิดดอกเบี้ย 0% ก็จะผ่อนชำระเฉพาะ    เงินต้น แต่กรณีนี้หากในปีที่ 3 คิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ลูกค้าจะมีภาระผ่อนเงินงวดต่อเดือนเพิ่มขึ้นและกลายเป็นภาระทันที


@ดันตลาดบ้านมือสองโตกว่า 15%
นายแพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์      กล่าวว่า จะส่งผลดีต่อตลาดบ้านมือสองระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยมูลค่าตลาดบ้านมือสองปีที่ผ่านมาประมาณไม่ต่ำกว่า 5-6 หมื่นหน่วยต่อปี มูลค่าคูณ 2-3 ล้านบาท มูลค่าในตลาด 1.5-2 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้คาดว่าเป็นบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ไม่ต่ำกว่า 40% จากยูนิตหมุนเวียนในตลาด 2-3 แสนหน่วย (รวมทรัพย์สินของธนาคาร)

 


ดังนั้น ถ้ามีมาตรการออกมาก็จะ  ทำให้ประชาชนอยากมีบ้านหลังแรกในเซ็กเมนต์การซื้อขายบ้านมือสองมากขึ้น มองด้วยว่าเป็นการช่วยได้ตรงจุดเพราะเป็นตลาดใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 6-7% ถ้าได้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% 2 ปี เท่ากับจะช่วยลดภาระจ่ายดอกเบี้ย 1 ใน 7.5% ซึ่งถือว่ามากพอสมควร 
ในภาพรวมน่าจะช่วยให้ตลาดบ้านมือสองเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 15% เดิมคาดการณ์ว่าจะเติบโต 5-10% เท่าที่ทราบมีการประสานงานกับ ธอส.อยู่ตลอด เพราะบางบริษัทก็นำทรัพย์ ธอส. มาขาย และน่าจะเป็นโอกาสให้ ธอส.นำเอ็นพีเอออกมาระบาย


@ชี้ 1 สัปดาห์เกลี้ยง 2.5 หมื่นล้าน
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจ สต๊อกบ้านและคอนโดฯพร้อมโอนที่มีราคาขายไม่เกิน 3 ล้านบาท พบว่า มูลค่าสินค้าพร้อมโอนสูงกว่าวงเงิน      สินเชื่อที่รัฐบาลประกาศออกมา อาทิ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท มีสินค้าพร้อมโอนในมือ รวมมูลค่ารอโอนประมาณ 16,000 ล้านบาท, บมจ.แอล.พี.เอ็น.     ดีเวลลอปเมนท์ มีสินค้าห้องชุดพร้อมโอนรวมกันมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท


บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มีสินค้าพร้อมโอนภายในเดือนมิถุนายนมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท, บจ.กานดา พร็อพเพอร์ตี้ มีบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์พร้อมโอนรวมกันประมาณ 1,000 ล้านบาท, บมจ.ธนาสิริกรุ๊ป มีสินค้าแนวราบพร้อมโอน 200 ล้านบาท, บมจ.มั่นคงเคหะการ 100 ล้านบาท, บมจ.อารียา พร็อพเพอร์ตี้ 2,500 ล้านบาท, บจ.เดอะคอนฟิเดนซ์ 60 ล้านบาท บมจ.     ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ 30 ล้านบาท ล่าสุดคือ บมจ.แสนสิริมีสินค้าพร้อมโอน    ภายในปีนี้ประมาณ 1,540 ล้านบาท


สำหรับประเด็นความรวดเร็วในการปล่อยสินเชื่อ 2.5 หมื่นล้านบาทในครั้งนี้ แหล่งข่าวใน ธอส. ประเมินให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า สินเชื่อ 2-2.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์ ก็น่าจะหมดวงเงิน เพราะเคยมีประสบการณ์ที่ ธอส. จัดแคมเปญพิเศษวงเงิน 5 พันล้านบาท ปรากฏว่ามีผลตอบรับดี มีคำขอสินเชื่อจนทำให้วงเงินหมดภายใน 1 วันมาแล้ว