ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฝ่าด่านหิน-ขั้นตอนขอสินเชื่อบ้าน 0% ธอส. เงื่อนไขที่ดีที่สุดในรอบ57ปี !

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 07 พ.ค. 2554 เวลา 09:32:49 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์




ประเด็นฮอตวงการอสังหาฯช่วงนี้ คงหนีไม่พ้น "โครงการบ้าน ธอส.เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก" วงเงินสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีมติอนุมัติส่งท้ายไปเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา



โดยให้สิทธิ์กับผู้ซื้อบ้านหลังแรก ที่มีราคาซื้อขาย (ตามสัญญาจะซื้อจะขาย) ไม่เกิน 3 ล้านบาท จะได้รับสิทธิพิเศษเหนือกว่าปกติ คือ 1)อัตราดอกเบี้ย 0% 2 ปีแรก 2)ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนในฝั่งที่ผู้ซื้อต้องจ่าย คือ 1% ของราคาซื้อขาย และฟรีค่าธรรมเนียมจดจำนอง 1% รวมเป็น 2%

ว่ากันว่านี่เป็นเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดในรอบ 57 ปี ของ ธอส. คาดว่าจะช่วยสร้างโอกาสให้คนมีบ้านได้กว่า 2 หมื่นครัวเรือน โดยไม่จำกัดรายได้และอาชีพ

ตามกำหนดการ ธอส.จะเปิดให้ยื่นเอกสารหลักฐานขอกู้พร้อมกัน 150 แห่งทั่วประเทศ (รวมสาขาและเคาน์เตอร์บริการ) ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม-30 ธันวาคม 2554 แต่หากมีผู้กู้เต็มวงเงิน 25,000 ล้านบาท จะเปิดรับรายชื่อใน เวตติ้งลิสต์ (สำรอง) อีก 5,000 ล้านบาท หากเกินจากนี้ถือเป็นอันสิ้นสุดโครงการทันที

ขั้นตอนหลังได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว ผู้กู้จะต้องทำนิติกรรม (เซ็นสัญญากู้) ใน 4 เดือน โดยจะมีกำหนดสุดท้ายภายในวันที่ 30 เมษายน 2555 เพื่อป้องกันการยื่นกู้เพื่อจองสิทธิ์

มีการวิเคราะห์กันว่า การเข้าถึง สินเชื่อบ้านหลังแรกก้อนนี้ น่าจะต้อง "ฝ่าด่านหิน" พอสมควร เนื่องจาก ธอส. กำหนดเงื่อนไขเฉพาะผู้ซื้อบ้านหลังแรกไว้รัดกุม ได้แก่ 1)ผู้ซื้อตัวจริงจะต้องมาเป็นผู้ยื่นเอกสารหลักฐานกู้เงินกับ ธอส.เท่านั้น ไม่สามารถมอบอำนาจผู้อื่นมาแทน และ 2)จะต้องมีเอกสารครบไม่เช่นนั้นจะต้องกลับมายื่นกู้ใหม่

ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการอสังหาริม ทรัพย์หลายรายให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า มีโอกาสที่วงเงินสินเชื่อที่เตรียมไว้จะหมดเกลี้ยงลงอย่างรวดเร็ว อาจจะใน 1-2 วัน ไม่น่าจะนานเป็นเดือนอย่างเอ็มดี ธอส.ประเมินแน่นอน



เพราะ "ของดี แบบนี้ มีที่ไหน" ดังนั้นผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการฯอาศัยความเร็วอย่างเดียวไม่พอ เอกสารที่นำติดตัวมาต้องครบด้วย

รับ 2 เด้ง 0%-ฟรีโอน/จดจำนอง

หากอยากได้สิทธิ์ ขั้นแรกต้องตรวจคุณสมบัติตัวเองก่อนว่าเข้าข่ายหรือไม่ คือ 1)ต้องไม่เคยมีที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง 2)ต้องไม่มีชื่อหรือเคยเป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านที่นำมาแสดงเป็นหลักฐาน และต้องมีชื่อเป็น "ผู้อาศัย" ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 3 ปี ยกเว้นพิสูจน์ได้ว่าไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยตามทะเบียนบ้านที่นำมาเป็นหลักฐาน และ 3)ผู้กู้ต้องมีชื่อเป็น "เจ้าบ้าน" และอยู่อาศัยจริงในบ้านที่ยื่นกู้

เมื่อคุณสมบัติครบถ้วน จะได้สิทธิ์ทั้งการกู้ซื้อบ้าน (หลังแรก) ทาวน์เฮาส์-ทาวน์โฮม อาคารชุด อาคารพาณิชย์เพื่ออยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยมือสอง ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เกินจากนี้ถือว่าไม่ผ่าน

สำหรับอัตราดอกเบี้ยจะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ 1) 2 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 0% 2)ปีที่ 3-5 สำหรับลูกค้า "สวัสดิการ" คิดดอกเบี้ย MRR -0.50% ต่อปี (ดอกเบี้ย MRR ธอส.ปัจจุบัน 6.75%) และลูกค้า "ทั่วไป" คิดอัตราดอกเบี้ย MRR และ 3)ปีที่ 6 เป็นต้นไป ลูกค้า "สวัสดิการ" คิดดอกเบี้ย MRR-1% และลูกค้า "ทั่วไป" คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -0.5%

แต่ ธอส.มีกฎเหล็กว่า ห้ามไถ่ถอนใน 5 ปีนับจากวันทำสัญญา หรือตรวจพบภายหลังว่าไม่ใช่การขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังแรก ทาง ธอส.จะปรับชั้นเป็นลูกค้าปกติ ตามประกาศธนาคารย้อนหลัง (นับตั้งแต่วันทำสัญญาเงินกู้) จากเดิมได้สิทธิ์ดอกเบี้ย 0% 2 ปีแรก

แจงคุณสมบัติผู้กู้

นอกจากนี้ ธอส.ยังกำหนดคุณสมบัติอื่น ๆ สำหรับผู้กู้ไว้อย่างละเอียด ได้แก่ 1)กรณีผู้ขอสินเชื่อเคยเป็นผู้กู้ร่วมมาก่อน แต่ไม่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก็สามารถยื่นกู้โครงการบ้านหลังแรก ธอส.ได้ แต่ทั้งนี้จะพิจารณาวงเงินสินเชื่อจากความสามารถการผ่อนชำระเงินงวดที่เหลือ 2)กรณีเป็นคู่ "สามี-ภรรยา" หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสามีและภรรยาจะไม่สามารถยื่นกู้ได้ 3)การรีไฟแนนซ์บ้านหลังแรกไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ

4)กรณีเป็นลูกค้าที่ยื่นกู้กับ ธอส.แล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ หากต้องการเข้าร่วมโครงการสามารถขอยกเลิกและยื่นกู้ใหม่ได้ 5)ไม่สามารถ ยื่นกู้ล่วงหน้าเพื่อจองสิทธิ์ล่วงหน้าได้ เช่น ยื่นกู้วันนี้ แต่จะขอเซ็นสัญญาอีก 1 ปีข้างหน้าจะถือว่าผิดเงื่อนไข และ 6)พนักงานหรือลูกจ้าง ธอส. ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ

เอกสาร 5 อย่างต้องครบ

นอกจากจะตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว หากไม่อยากเสียเวลาต้องมีเอกสารให้ครบ 5 อย่าง คือ 1)สำเนาบัตรประชาชน/ข้าราชการ 2)สำเนาทะเบียนบ้าน (ทุกหน้า) 3)เอกสารรายได้ อาทิ สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน บัญชีเงินฝาก สำเนาการค้า หลักฐานการเสียภาษี ฯลฯ 4)สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร 5)สำเนาโฉนด หรือสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือสำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร

โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจะต้องมายื่นกู้เอง และถ้าเอกสารไม่ครบต้องกลับบ้านแล้วมารับบัตรคิวใหม่ในวันถัดไป

ห้ามโปะค่างวดเกิน 2 เท่า

สำหรับการผ่อนชำระเงินกู้ต่อเดือน จะถูกกว่า "สินเชื่อปกติ" ที่ ธอส.ปล่อยอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคิดดอกเบี้ยเงินกู้ 2 ปีแรกเฉลี่ย 4%

หากใครได้สิทธิ์โครงการนี้เท่ากับประหยัดดอกเบี้ย 2.75% ต่อปี บวกกับได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง 2% หรือล้านละ 2 หมื่นบาท ดังนั้นกรณีกู้ซื้อบ้าน 1 ล้านบาท 2 ปีแรก คำนวณแล้วประหยัดเงินประมาณ 100,000 บาท ถ้ากู้ซื้อบ้าน 2 ล้านบาท ประมาณ 200,000 บาท และกู้ 3 ล้านบาท ประมาณ 3 แสนบาท

แม้จะปลอดดอก 2 ปี แต่ ธอส.มีข้อแม้ "ห้ามโปะเกิน 2 เท่าของค่างวด"

เปิดพื้นที่พิเศษรับคนแห่ขอกู้

ทั้งนี้ ธอส.เตรียมการรับมือผู้ที่จะมายื่นกู้บริเวณ ธอส.สำนักงานใหญ่ (รัชดาภิเษก) ที่คาดว่าจะหลั่งไหลเข้ามาแบบมืดฟ้ามัวดิน โดย ธอส.ได้เนรมิตพื้นที่ชั้น 2 ของอาคาร 2 ที่ร้างไว้นานเพื่องานนี้โดยเฉพาะ จัดตั้งเคาน์เตอร์พร้อมคอมพิวเตอร์รับคีย์ข้อมูลจำนวน 21 เครื่อง และเจ้าหน้าที่ 40 คน โดยจะเปิดให้รับบัตรคิวล่วงหน้าได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. (เปิดให้เข้าจากประตูชั้น 1) เปิดให้ยื่นกู้ได้ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. (ตามเวลาทำการปกติ)

โดยขั้นตอนจะเริ่มต้นจาก 1)ตรวจสอบเอกสารหลักฐานยื่นกู้ 2)คีย์ข้อมูล ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน ราคาซื้อขาย และวงเงินยื่นกู้ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน แต่เจ้าหน้าที่จะให้ความสำคัญกับการคีย์ข้อมูลเลขบัตรประชาชนและวงเงินยื่นกู้เป็นพิเศษ จากนั้นเป็นอันแล้วเสร็จรอการติดต่อกลับเรื่องการอนุมัติสินเชื่อ ใช้เวลาประมาณ 2 นาที

โดยในวันแรกคือ 9 พฤษภาคม 2554 ธอส.ได้จัดเตรียมบัตรคิวไว้ 2,000 ใบ ซึ่งสูงกว่าปริมาณลูกค้าปกติ 20 เท่า

ไม่อยากผิดหวัง พลาดโอกาสทอง สำรวจตัวเองให้พร้อม