ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"ชาวเกาะ"พลิกเกมแก้มะพร้าวขาด ลงทุนสต๊อกกะทิเข้มข้นแตกไลน์โปรดักต์ลดเสี่ยง

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 03 มิ.ย. 2554 เวลา 18:19:31 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"อำพลฟูดส์ฯ" เดินหน้ารับมือมะพร้าวขาดตลาด ลงทุน 20 ล้าน สต๊อกกะทิเข้มข้นและส่งเสริมเกษตรกรปลูกมะพร้าว ควบคู่ขยายไลน์โปรดักต์ เพิ่มความสามารถการแข่งขัน-บริหารความเสี่ยง ทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่เพียบ



นายเกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกะทิชาวเกาะ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วบริษัทได้นำเข้ามะพร้าวจากอินโดนีเซียเพื่อทดแทนการขาดแคลนวัตถุดิบในประเทศ ขณะนี้สัดส่วนการนำเข้าเริ่มลดลงแล้วและคาดว่าจะหยุดนำเข้าได้ในช่วงต้นปี 2555 เนื่องจากเริ่มมีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดและมีแนวโน้มว่าผลผลิตมะพร้าวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตามเพื่อเตรียมการรองรับการขาดแคลนในระยะยาว ได้หันมาส่งเสริมเกษตรกรเพาะปลูกมะพร้าวมากขึ้น

ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการบริหารการจัดการภายในด้วยการปรับแผนการรับซื้อเนื้อมะพร้าวเพิ่มขึ้น จากปกติมีเนื้อมะพร้าวเข้าโรงงาน 150 ตัน คิดเป็นมะพร้าว 5 แสนลูก นอกจากการผลิตสินค้าป้อนตลาดแล้ว อีกส่วนหนึ่งจะเก็บสต๊อกในรูปของกะทิเข้มข้น ซึ่งจะสามารถเก็บได้นานขึ้น ซึ่งในส่วนนี้จะได้ลงทุนเครื่องจักร 20 ล้านบาท

"วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร กลุ่มมะพร้าวและผลไม้จะได้รับผล กระทบจากสภาพอากาศ ถือเป็นความท้าทายที่ต้องบริหารให้ดี ส่วนใหญ่ทำ สต๊อกเก็บในห้องเย็นขนาดใหญ่ ส่วนวัตถุดิบกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มไม่มีปัญหาเพราะข้าวมีผลผลิตทั้งปี"

นายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบัน อำพลฟูดส์ฯมีรายได้หลักจากกลุ่มกะทิ 75% อื่น ๆ อีก 25% และมีนโยบายจะเพิ่มสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ปีนี้จะมีสินค้าใหม่เกือบ 10 รายการ อาทิ น้ำซอสปรุงรสผัดกะเพรา, เยลลี่โภชนาการหรืออาหารเยลลี่อ่อนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก, กะทิกลิ่นใบเตย, พุดดิ้งมะพร้าวในกล่องยูเอชทีแบรนด์คิง ไอแลนด์ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ได้ลอนช์ไอศกรีมหวานเย็น แบรนด์ ICEDREAM ออกมา 3 รสชาติ คือ ส้ม องุ่น และสตรอว์เบอรี่ และวางแผนเพิ่มรสชาติใหม่ ๆ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม อาทิ กลุ่มเครื่องดื่มน้ำนมข้าวกล้องงอก 7 ชนิด และเครื่องดื่มธัญญาหารน้ำนมข้าวยาคูแบรนด์วี-ฟิท เครื่องดื่มธัญญาหารน้ำลูกเดือยแบรนด์โปร-ฟิทยังมีการเติบโตต่อเนื่อง และมีแผนจะจัดกิจกรรมการตลาดและโฆษณาผ่านสื่อ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเพิ่มเพื่อรองรับเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

ส่วนสินค้าในกลุ่มน้ำแกงพร้อมปรุงตรารอยไทย นายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันส่งออกสัดส่วน 90% ขณะที่ตลาดในประเทศเติบโตไม่หวือหวาจึงยังโฟกัสกลุ่มเป้าหมายต่างชาติที่ต้องการทำอาหารไทย และมีแผนขยายตลาดใหม่ทั้งในกลุ่มยุโรปและอเมริกา จากเดิมลูกค้าหลักอยู่ที่ญี่ปุ่น ล่าสุดได้เปิดตัวซอสผัดกะเพรา ซึ่งเป็นเมนูที่ต่างชาตินิยม จากที่มีอยู่ 9 รายการ

"รอยไทยเป็นหัวหอกของการทำตลาดต่างประเทศ และเราก็ให้ความสำคัญตลาดนี้มากขึ้น คาดว่าภายใน 3 ปีจะปรับสัดส่วนเป็น 50 : 50 จากตอนนี้ที่รายได้ในประเทศ 70% ต่างประเทศ 30% ซึ่งไตรมาสแรกโต 30% ส่วนหนึ่งมาจากมะพร้าวราคาแพง และมะพร้าวในตลาดราคา 70-80 บาท ทำให้ลูกค้าส่วนหนึ่งหันมาใช้กะทิสำเร็จรูปแทน สิ้นปีนี้คาดมีรายได้ 2,200 ล้านบาท"