ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

เงินเลือกตั้งกระตุ้นจับจ่ายเกินคาด ธุรกิจเด้งรับ3หมื่นล./มอไซค์-มือถือ-น้ำเมายอดพุ่ง

updated: 05 มิ.ย. 2554 เวลา 14:03:13 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

3 หมื่นล้านปลิวว่อน ธุรกิจเฮรับเม็ดเงินเลือกตั้ง สินค้าอุปโภคบริโภคคึกคัก เบียร์-เหล้าขายดี ยี่ปั๊วซาปั๊วเร่งสั่งสต๊อกเพิ่ม ขณะที่ธุรกิจสื่อรับอานิสงส์ถ้วนหน้า โรงพิมพ์ ป้ายหาเสียง ใบปลิว งานชุก ส่วนทีวีทำใจไพรมไทม์ขายเต็มแล้ว โฆษณาหาเสียงเสียบยาก โทรศัพท์มือถือ มอเตอร์ไซค์ ปิกอัพมือ 2 ตัวเลขพุ่ง



จากการคาดการณ์ของสภาพัฒน์ระบุว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงจะมีเงินสะพัดเข้ามาในระบบมากกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเลือกตั้งในช่วงปี 2548 และ 2550 จะเป็นแรงกระตุ้นให้ธุรกิจหลาย ๆ อย่างคึกคักขึ้นและมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เช่น สื่อโฆษณา สิ่งพิมพ์ เครื่องดื่ม โทรศัพท์มือถือ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ

สินค้าอุปโภคบริโภครับนิ่ม ๆ

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธาน เครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลังเชื่อว่าสภาพการค้าขาย การจับจ่ายของผู้บริโภคจะดีขึ้นมาก โดยมีปัจจัยมาจากเม็ดเงินจากการเลือกตั้ง สภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น บวกกับราคาพืชผลทางการเกษตร สำหรับเครือสหพัฒน์สินค้าโดยภาพรวมจะได้อานิสงส์จากการเลือกตั้งไปด้วย มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะเติบโตถึง 15-20% ซึ่งเป็นการตั้งเป้าสูงสุดของเครือ สหพัฒน์ในรอบ 5 ปี ทั้งนี้ นอกจากภายในประเทศแล้ว ภาคการส่งออกก็ดีด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ปีที่ผ่านมากำลังการผลิตสินค้าของเครือสหพัฒน์เต็มกำลังการผลิตเกือบทุกตัว

เช่นเดียวกับนายสมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด หรือดีทแฮล์มเดิม ที่กล่าวเมื่อก่อนหน้านี้ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคจากนี้จนถึงช่วงเลือกตั้งจะคึกคักขึ้น จากเศรษฐกิจที่ขยายตัว ดีขึ้น ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นที่จะใช้จ่ายมากขึ้น คาดว่าในเดือนมิถุนายนนี้ตลาดรวมสินค้าอุปโภคบริโภคจะเติบโต 8-9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนไตรมาสแรกที่ผ่านมาตลาดรวมโต 6%

ยี่ปั๊ว-ซาปั๊วเร่งสต๊อกเหล้าเบียร์

นายฉัตรชัย วิรัตนโยสินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า การเลือกตั้งมีส่วนส่งผลให้ตลาดเบียร์โดยรวมดีขึ้นค่อนข้างมาก ซึ่งดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนการประกาศยุบสภา เนื่องจากนักการเมืองลงพื้นที่หาเสียง ตอนนี้ยี่ปั๊วซาปั๊วมีออร์เดอร์เข้ามาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะภาคอีสานที่เป็นตลาดหลักของเหล้าเบียร์ และตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไม่เพียงแต่เหล้าเบียร์เท่านั้นที่ขายดีขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคหลาย ๆ อย่างก็มีตัวเลขเพิ่มขึ้น และหลังเลือกตั้งจบเชื่อว่าตลาดรวมจะโตต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี

สอดคล้องกับความเห็นของแหล่งข่าวจากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ที่ระบุว่า การเลือกตั้งมีส่วนทำให้ตัวเลขเหล้าไทยมีตัวเลขดีขึ้น โดยเฉพาะเหล้าขาวที่สินค้าเดินเร็วขึ้น จากปกติ ที่เมื่อเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นตัวเลขจะลดลง

โรงพิมพ์-มอเตอร์ไซค์ ตัวเลขพุ่ง

นายพรชัย รัตนชัยกานนท์ นายกสมาคมการพิมพ์ไทย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ความต้องการใช้สื่อสิ่งพิมพ์มากขึ้น และคาดว่าช่วงการเลือกตั้งจะมีเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจการพิมพ์ 3,000-4,000 ล้านบาท จากการเลือกตั้งครั้งก่อนที่มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท ในการจัดทำป้ายหาเสียง โปสเตอร์ แผ่นพับ ใบปลิว โดยจะมีส่วนช่วยโรงพิมพ์ในภูมิภาคมีงานเพิ่มขึ้น เพราะผู้สมัครส่วนใหญ่จะสั่งพิมพ์กับโรงพิมพ์ในพื้นที่

ก่อนหน้านี้ นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์คาดการณ์ว่า พรรคการเมืองจะซื้อรถจักรยานยนต์รวม 3 หมื่นคัน วงเงิน 1,200 ล้านบาท เพื่อให้หัวคะแนนนำไปหาเสียงตามหมู่บ้านต่าง ๆ เนื่องจากราคาไม่แพงและเข้าถึงประชาชนได้ง่ายกว่าการใช้รถปิกอัพ คาดว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์จะสูงถึง 1.7-1.8 แสนคัน ส่วนการใช้ รถปิกอัพคาดว่าจะมีการซื้อมาใช้หาเสียงประมาณ 5,000 คัน ส่วนใหญ่จะเป็นรถมือสอง เพราะราคาถูกกว่ารถป้ายแดง ประกอบกับการซื้อรถป้ายแดงใช้เวลานาน

สอดคล้องกับ จินตนา อุดมทรัพย์ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทย ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ที่ระบุว่า ตลาดรถจักรยานยนต์จะได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายในช่วงเลือกตั้ง คาดว่า ยอดขายจะเพิ่มขึ้น 10%

นอกจากรถมอเตอร์ไซค์และรถปิกอัพมือ 2 ที่คาดว่าจะมียอดขายสูงขึ้นแล้ว นักการตลาดผู้คร่ำหวอดในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์มือถือระบุว่า โทรศัพท์มือถือก็จะเป็นสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่คาดว่าจะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นในเกณฑ์สูงในช่วงการเลือกตั้ง เหมือนกับการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา

สื่อรับอานิสงส์ถ้วนหน้า

นางอิชยา สันติตระกูล กรรมการบริหาร บริษัท แบรนด์คอนเน็คชั่นส จำกัด บริษัทวางแผนและซื้อสื่อโฆษณา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองต่าง ๆ ใช้สื่อค่อนข้างหลากหลาย ทั้งสื่อหลักและสื่อใหม่ อาทิ สื่อออนไลน์ เคเบิลทีวีท้องถิ่น วิทยุชุมชน ส่วนสื่อทีวีไม่ชัดเจนนักเนื่องจากการซื้อโฆษณาในสื่อทีวีต้องมีการวางแผนระยะยาว

"อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองใหญ่ที่มีงบฯมาก มีโอกาสที่จะซื้อเวลาโฆษณาทีวีได้ แต่ก็คงเป็นช่วงน็อนไพรมไทม์ ยกเว้นพรรคที่ใช้งบฯผ่านมีเดียเอเยนซี่รายใหญ่ที่มีโควตาเวลาโฆษณาช่วง ไพรมไทม์อยู่แล้ว"

นายสุรินทร์ กฤตยาพงษ์พันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยอมรับว่า เม็ดเงินจากการเลือกตั้งคงไม่มีผลต่อรายได้ของสื่อทีวีมากนัก เนื่องจากโดยธรรมชาติของสื่อทีวีจะขายโฆษณาล่วงหน้าค่อนข้างนาน โดยเฉพาะไพรมไทม์ แต่ก็อาจมีบ้างในช่วงเวลาที่เป็นน็อนไพรมไทม์ แต่ก็เชื่อว่าไม่ถือเป็นสาระสำคัญ และจากการเก็บข้อมูลการเลือกตั้งที่ผ่านมางบฯโฆษณาจากการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะกระจายไปที่สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโฆษณานอกบ้านมากกว่า

แหล่งข่าวจากบริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์รายหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้แคมเปญโฆษณาของพรรคการเมือง ต่าง ๆ ยังไม่ค่อยออกเผยแพร่ผ่านสื่อมากนัก แต่เชื่อว่าในอีกประมาณ 2 สัปดาห์แคมเปญต่าง ๆ จะเริ่มทยอยออกมาชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะพรรค การเมืองขนาดใหญ่ เช่น ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ฯลฯ ที่มีการวางแผนการใช้สื่อโดยทีมงานมืออาชีพ