ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

"ฟินันซ่าประกันชีวิต"ดิ้นหนีตาย จีบสามกลุ่มทุนใหม่ ใส่2พันล้านต่อชีวิต

updated: 29 มิ.ย. 2554 เวลา 09:04:39 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ฟินันซ่าประกันชีวิตมีลุ้นอยู่รอด 3 นักลงทุนใหม่ทั้งไทย-เทศแข่งเสนอตัวเข้ามาลงทุน ระบุเป็น กลุ่มนอกวงการธุรกิจประกัน พร‰อมแนะตัดขายหนี้เสีย 1,000 ล้านบาท ชี้ใส่เงินลงทุนขั้นต่ำ 2,000 ล้านบาท เทกโอเวอร์พร้อมถือหุ้นใหญ่ 99% ทันที ย้ำยังมีโอกาสฟื้น ยันสถานการณ์บริษัทตอนนี้ดีขึ้น แจงไม่เคยชงเรื่องเพิกถอนใบอนุญาต



หลังจากมีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะว่าจะมีการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตของบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด ที่มีปัญหาด้านฐานะการเงิน ขาดเงินกองทุนกว่า 1,000 ล้านบาท และถูกสั่งให้หยุดรับประกันเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกันทางการได้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้ามาควบคุมบริษัทตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2553

นายสุจินต์ พงษ์ศักดิ์ ผู้จัดการและกรรมการควบคุม บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าในการสรรหากลุ่มทุนใหม่เข้ามาร่วมทุนเพื่อแก้ไขฐานะเงินกองทุนของบริษัทว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างเจรจากับกลุ่มทุน 3 ราย เป็นต่างชาติ 2 ราย และกลุ่มทุนจากไทย 1 ราย ซึ่งแต่ละรายค่อนข้างให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในบริษัทดังกล่าวอย่างมาก

"นักลงทุนที่เข้ามาเจรจาในปัจจุบัน ไม่มีใครที่อยู่ในธุรกิจประกันชีวิตเลย แต่เชื่อว่าไม่ใช่ปัญหา แม้ธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางมาก ๆ ไม่ใช่ใครทำก็ได้ แต่ผู้ลงทุนคงจะว่าจ้างผู้ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจประกันชีวิตเข้ามา บริหาร แม้แต่การเข้ามาสำรวจมูลค่าทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ก็ต้องจ้างนักคณิตศาสตร์ประกันภัยมาดู ซึ่งค่าว่าจ้างค่อนข้างแพง แสดงว่าเขาก็ต้องสนใจจะลงทุนมากเช่นกัน"

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่เข้ามาเจรจาได้ยื่นข้อเสนอให้ทางบริษัทขายหนี้เสียกลุ่มหนึ่งออกไป มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์จำนองและบริษัทได้ตั้งสำรองหนี้สูญไปบ้างแล้ว การขายหนี้ส่วนนี้ออกไปจึงไม่น่าจะกระทบต่อสินทรัพย์บริษัทให้ขาดทุนมากนัก

"นักลงทุนมีข้อเสนอเรื่องนี้เพียงประเด็นเดียว เพราะไม่อยากต้องมาไล่เก็บทวงหนี้อีก จึงอยากให้บริษัทขายหนี้ก้อนนี้ออกไป ซึ่งเราก็พยายาม ดำเนินการอยู่"

สำหรับการลงทุนในบริษัทนายสุจินต์ชี้แจงว่า หากประเมินในเบื้องต้น นักลงทุนจะต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อยประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อมาเติมเงินกองทุนที่ขาดอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งการเริ่มใช้เกณฑ์กำกับเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RBC) ในเดือนกันยายนนี้ รวมถึงหลักเกณฑ์ใหม่ในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ อาจจะทำให้ต้องเติมเงินกองทุนโดยรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 500 ล้านบาทเตรียมไว้สำหรับการขยายธุรกิจอีกครั้งหลังจากเริ่มดำเนินธุรกิจครั้งใหม่ได้

ทั้งนี้ การที่นักลงทุนเติมเงินเข้ามาในวงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาทดังกล่าวจะทำให้ผู้ลงทุนใหม่กลายเป็นถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 98-99% ซึ่งกฎหมายไทยอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นในธุรกิจประกันชีวิตได้ไม่เกิน 25% แต่ถ้าคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เห็นชอบก็สามารถขยายสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 49% และในกรณีที่ต้องการถือเกิน 49% ขึ้นไปก็สามารถทำได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ เช่น ระยะเวลาที่อนุญาตให้ถือหุ้นได้เกิน 49% เป็นต้น

"โดยส่วนตัวเห็นว่า ด้วยเงื่อนไขและปัจจัยที่มีอยู่ในปัจจุบันมีโอกาสมากกว่า 50% ที่บริษัทฟินันซ่าฯจะอยู่รอดและกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง ซึ่งยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้นมากกว่าปีที่แล้วที่ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องความไม่สงบทางการเมือง และเกรงว่าต่างชาติจะไม่มั่นใจและไม่กล้าเข้ามาลงทุน แต่เมื่อเห็นทิศทางเศรษฐกิจฟื้นตัว ต่างชาติกลับเข้ามา เลยมั่นใจว่ามีโอกาสที่บริษัทจะฟื้นได้"

นายสุจินต์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีข่าวลือเกี่ยวกับการปิดบริษัทฟินันซ่าประกันชีวิตอยู่เป็นระยะ ๆ ทำให้ผู้เอาประกันบางส่วนวิตกกังวลและมาขอเวนคืนกรมธรรม์บ้าง ในฐานะที่เป็นกรรมการควบคุมยืนยันว่าไม่เคยพูดถึงหรือเสนอประเด็นนี้ไปยัง คปภ.หรือกระทรวงการคลังแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่บริษัทประกันวินาศภัย 2 แห่งที่ประสบปัญหาเรื่องฐานะการเงินและสภาพคล่องที่เพิ่งถูกสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตไป ก็ไม่กระทบต่อบริษัทและไม่กระทบให้ผู้เอาประกันแห่มาเวนคืนกรมธรรม์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันบริษัทยังมีผู้เอาประกันอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 100,000 ราย มูลค่าสินทรัพย์รวมประมาณ 5,500 ล้านบาท