ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์

วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

ต่อยอดมือสอง รถเข็นหรูของหนูมีตังค์

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 14 ส.ค. 2554 เวลา 14:10:37 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



ใครจะคิดว่าธุรกิจรถเข็นเด็กมือสองจะสามารถขยายต่อยอดไปได้อีกมาก เมื่อมองเห็นช่องทาง แต่ละธุรกิจก็สามารถที่จะเติบโตไปได้อย่างน่าสนใจ

เช่นธุรกิจขายของมือสองรายนี้ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่เพิ่งจะต่อยอดขยายกิจการจากรถเข็นและอุปกรณ์สำหรับเด็กแรกเกิดมือสอง มาสู่การเป็นตัวแทนจำหน่ายรถเข็นเด็กสุดหรูแบรนด์อะปริก้าขึ้นในประเทศไทย

นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด เล่าถึงที่มาที่ไปของธุรกิจใหม่ว่า ตอนนั้นในครอบครัวเริ่มมีสมาชิกใหม่ จึงมีการซื้ออุปกรณ์ของเด็กแรกเกิดมาใช้พอเสร็จแล้วจึงนำไปให้กับคนในที่ทำงานใช้ จากนั้นจึงเริ่มนำเข้าอุปกรณ์มือสองจากญี่ปุ่น ซึ่งเธอว่ามีคนให้ความสนใจมาก เพราะสินค้ามือสองเหล่านี้เป็นรถเข็นที่ใช้เฉพาะเด็กแรกเกิด ใช้ได้ไม่นานก็ไม่ได้ใช้แล้ว โดยที่คุณภาพและอุปกรณ์ยังดีอยู่มาก

ลูกค้าส่วนมากเป็นคนต่างประเทศ เป็นคนญี่ปุ่นที่มาอยู่ในไทย แม่-เด็กจากโรงเรียนนานาชาติก็สนใจใช้ของที่มาจากประเทศญี่ปุ่นด้วย ทำให้รถเข็นมือสองของอรุณศรีเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง ตอนหลังจึงเริ่มต่อยอดโดยการนำเข้าสินค้าภายใต้แบรนด์อะปริก้าขึ้น

เธอว่ารถเข็นนั้น บ้านเราเองไม่ค่อยมีดีไซน์ สีพื้น ๆ กับสินค้านำเข้าจากจีนที่ไม่ค่อยได้มาตรฐาน ทำให้คุณแม่ส่วนใหญ่ยอมเสียเงินเพื่อได้ของที่มีมาตรฐานแทนการซื้อสินค้าราคาถูกเท่านั้น

ในขณะที่สินค้าของอะปริก้าเจาะกลุ่มค่อนข้างพรีเมี่ยม มีดีไซน์ และได้มาตรฐาน

เริ่มตั้งแต่การวิจัยทางด้านการตลาด บริษัทจะมีหน่วยงานวิจัยทำงานร่วมกับหมอและวิศวกร เพื่อออกแบบรถเข็นและคาร์ซีตที่เหมาะกับเด็กแรกเกิดในขนาดต่าง ๆ กัน มีการอิงกับแฟชั่น สีสันที่เหมาะกับคุณแม่ด้วย เช่น เฉดสีของอายแชโดว์ของคุณแม่ในปีนั้น ๆ อาจจะสอดคล้องกับสีของรถ เป็นต้น

สินค้าของอะปริก้ามีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็กทั้งหมด เช่น รถเข็น, คาร์ซีต (เก้าอี้นั่งนิรภัยในรถสำหรับเด็ก) และสินค้าที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น เป้อุ้ม และเก้าอี้ทานข้าว เป็นต้น โดยปัจจุบันได้ขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศในเอเชีย อาทิ จีน, เกาหลี, ฟิลิปปินส์ และล่าสุดคือ ประเทศไทย

อรุณศรีกล่าวต่อว่า รูปแบบของธุรกิจมีการเชื่อมโยงกัน ระหว่างการขายสินค้าเด็กมือสอง จำหน่ายอยู่ที่ หมื่นกวˆาบาทหมื่นบาท และสำหรับการเป็นตัวแทนจำหน่าย "อะปริก้า" (Aprica) นั้น ลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท โดยนำเข้าสินค้าจำหน่ายในราคาขาย เริ่มต้นที่ 2-4 หมื่นบาทขึ้นไป "คนที่ซื้อสินค้าใหม่ก็สามารถที่จะมาขายคืนเราได้ ทางเราก็จะนำไปขายต่อและบางคนก็จะเอามาเทิร์น เพื่อที่จะซื้อของใหม่ ซึ่งลดราคาไปได้กว่าหมื่นบาท"

นอกจากนี้ การทำการตลาดของรถเข็นและเบาะในรถยนต์นั้น เธอว่าการตลาดจะแตกต่างจาก การทำแบบอื่น ๆ โดยจะมีโครงการที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น โครงการ "รักลูก..ให้รอดปลอดภัย..เมื่อใช้รถ" จากความร่วมมือของหน่วยงานราชการและสาธารณสุข เพื่อรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กขณะอยู่ในรถยนต์ ซึ่งได้สนับสนุนให้เด็กใช้คาร์ซีตและบูสเตอร์ซีต (ที่นั่งเสริม) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนรถยนต์ โดยโครงการนี้จะเป็นการสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับคาร์ซีตให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์คาร์ซีต นับเป็นโอกาสสำคัญทางการตลาดของบริษัทอีกด้วย"

สำหรับปลายปีนี้ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด จะนำเข้ารถเข็นรุ่นใหม่เข้ามาจำหน่ายอีกสองรุ่น โดยจะมีแผนที่จะวางขายตามดีพาร์ตเมนต์สโตร์และร้านขายของสำหรับเด็กแรกเกิด รวมทั้งวางตามห้างเซ็นทรัลสาขาหลัก ๆ เช่น เซ็นทรัลชิดลม ลาดพร้าว ปิ่นเกล้า บางนา โดยคาดว่าทั้งสองธุรกิจจะมี ยอดขายโตกว่า 30 เปอร์เซ็นต์