ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

รถคันแรก แคมเปญดุ รัฐยึดอิมแพ็คจัดอีเวนต์4-8ต.ค. "นิสสัน"พลิกเกมสู้ หวั่นวิออส-ซิตี้ขายกระจาย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 17 ก.ย. 2554 เวลา 09:24:01 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

 

 


ค่ายรถสบช่องนโยบายรถคันแรกระอุ โหมอัดโปรโมชั่นชิงยอดชูเงื่อนไขดาวน์น้อย-ดอกเบี้ยต่ำ ฟรีบำรุงรักษา นิสสัน พลิกเกมสู้ หวั่นวิออส-ซิตี้แรงฉุดไม่อยู่ไม่อยู่ ส่งแคมเปญดูแลราคาขายต่อ ด้านลีสซิ่งจ่อเพิ่มดาวน์ สกัดลูกค้าทิ้งรถหลังได้คืนภาษี "คลัง"ยอมปลดล็อกเปิดทางโดนกรรมสิทธิ์ก่อน 5 ปี กรณีรถถูกยึด รัฐบาลเดินหน้าคิกออฟจัดอีเวนต์ใหญ่ มหกรรมขาย "รถคันแรก" ที่อิมแพ็ค 4-8 ต.ค.นี้



พลันที่นโยบาย "รถคันแรก" คลอดจากอ้อมอกรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ค่ายรถยนต์กลุ่มที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิ์ก็เร่งโหมทำโปรโมชั่นกันอย่างเต็มที่ รวมถึงเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องใช้เวลา รอนาน

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้าเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้มาสด้าได้แจ้งให้ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศรับทราบถึงมาตรการเพื่อจัดเตรียมเอกสารรวมถึงการชี้แจงขั้นตอนและรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งเงื่อนไขและการขอคืนภาษี พร้อมทั้งสั่งเพิ่มกำลังการผลิตมาสด้า 2 จากเดิม 3,000 คัน เป็น 3,500 คัน ต่อเดือน คาดทั้งปีน่าจะทำยอดขายได้ 60,000 คัน ส่วนปิกอัพ บีที-50 จะมียอดขายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 300 คันต่อเดือน

อัดแคมเปญดุ

พร้อมทั้งส่งแคมเปญส่งเสริมการขายรถยนต์มาสด้า 2 ทั้งรุ่นสปอร์ต แฮตช์แบ็ก 5 ประตู และรุ่นเอลิแกนซ์ ซีดาน 4 ประตู ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 2 ปี ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.4% ส่วนปิกอัพมาสด้า บีที-50 แถมประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี ดอกเบี้ย 1.99% และหากนำรถเก่ามาแลกซื้อรถใหม่เพิ่มมูลค่าให้สูงสุด 15,000 บาท

ขณะที่ยักษ์ใหญ่โตโยต้าก็โหมลุยหนักกับแคมเปญสบายดี เริ่มจากการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระเพื่อถ่างค่างวดแต่ละเดือนลดต่ำลง สามารถผ่อนชำระได้นานถึง 84 เดือน ใช้เงินดาวน์เพียง 15% ส่งผลให้ตอนนี้มียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวีออสนั้นมียอดขาย 7,000-8,000 คันต่อเดือน ส่วนยาริสมียอดขายประมาณ 500-1,000 คันต่อเดือน ลูกค้าต้องรอรถทั้งสองรุ่นนานประมาณ 1 เดือน

และเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับยอดขายที่ 10,000 คัน โดยพยายามลดแท็กไทม์ (ระยะเวลาการผลิตต่อคัน) ลง อาทิ โรงงานสำโรงใช้เวลา 56 วินาที และโรงงานบ้านโพธิ์ลดจากมากกว่า 1 นาที เหลือเพียง 1 นาที ซึ่งในเดือนกันยายนนี้จะเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานบ้านโพธิ์ จากปีละ 1.4 แสนคัน เป็น 2.2 แสนคันด้วย เช่นเดียวกับค่ายฮอนด้า ได้เพิ่มกะทำงานจาก 2 กะ เป็น 3 กะ ตั้งแต่เดือนกันยายน เพื่อให้มีรถยนต์ ส่งมอบให้ลูกค้า

"เราเชื่อว่าระยะเวลารอรถมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ มั่นใจว่าแคมเปญที่มีอยู่ประกอบกับการส่งมอบรถอย่างรวดเร็ว อาทิ แจ๊ซ-ซิตี้รอ 1 เดือน บริโอ้ 2 เดือน จะทำให้ยอดขายขยับได้สูงขึ้น โดยคาดว่าเป้ายอดขายทั้งปีของฮอนด้าจะขยับขึ้นสูงถึง 127,200 คัน"

หวั่นตลาดเปลี่ยน

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากตัวเลขการคืนภาษีของค่ายรถยนต์แต่ละค่ายเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่ารถยนต์ในกลุ่มซิตี้คาร์ อาทิ วีออส ซิตี้ และมาสด้า 2 เป็นกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับการคืนภาษีสูงสุดเต็ม 1 แสนบาท ในขณะที่อีโคคาร์ได้คืนประมาณ 6-7 หมื่นบาท เมื่อนำเม็ดเงินมาหักลบกับราคาขาย ทำให้รถยนต์ทั้งสองกลุ่มนี้มีราคาใกล้เคียงกัน น่าจะมีผลทำให้ตลาด อีโคคาร์ถูกช่วงชิงจากกลุ่มซิตี้คาร์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้บริหารมาสด้า กล่าวว่า เป็นไปได้มาก และไม่เฉพาะกลุ่มรถเก๋งเท่านั้น ตลาดปิกอัพก็น่าจะเปลี่ยนด้วย เพราะปิกอัพตอนเดียวเสียภาษีสรรพสามิตแค่ 3% ในขณะที่ปิกอัพดับเบิลแค็บเสีย 12% ย่อมต้องได้ส่วนลดมากกว่า ก็ทำให้รถทั้งสองกลุ่มนี้ลงมาใกล้เคียงกัน พฤติกรรมการเลือกซื้อรถคงเปลี่ยนตามไปด้วย

ทั้งนี้คาดว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมจะอยู่ที่ระดับ 920,000-930,000 คัน กลุ่มรถบีคาร์ที่เดิมคาดว่าจะมีประมาณ 220,000 คัน น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 250,000 คัน ส่วนรถซีคาร์คาดมียอดขายอยู่ที่ระดับ 80,000 คัน

นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นิสสันไม่ได้ห่วงตรงนี้มากนัก ซึ่งได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับและดูแลลูกค้าทั้งผู้ที่ได้รับสิทธิ์และกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ไว้ทั้งหมด

รวมทั้งได้ปรับกลยุทธ์หันไปชูความคุ้มค่า คุ้มราคาของนิสสัน มาร์ช ภายใต้แนวคิด "ซื้อนิสสัน มาร์ช คุ้มค่า กว่าเป็นแสน" ทั้งราคาขายต่อ การ บำรุงรักษาหลังการขาย รวมทั้งอัตราความประหยัดเชื้อเพลิงตลอดอายุการใช้งานที่มีเหนือกว่า หากเทียบกับจำนวนเงิน ที่ได้รับคืนสำหรับกลุ่ม รถเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร

"นิสสันอาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากตรงนี้มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องกำลังการผลิต ซึ่งถือเป็นจังหวะไม่ดีเมื่อเทียบกับ 2 ค่ายใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามนิสสันจะพยายามดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด"

กลุ่มอกหักโวยแหลกกีดกันการค้า

นายสมพงษ์ ผลจิตจรูญ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาลว่า เพื่อความเท่าเทียมระหว่างค่ายรถยนต์ต่าง ๆ แล้ว รัฐบาลต้องพิจารณาให้สิทธิ์กับรถยนต์ทุกประเภท และไม่ควรจำกัดเฉพาะรถยนต์ที่ผลิตแต่ในประเทศไทยเท่านั้น

หากรัฐบาลจำกัดและให้สิทธิ์เฉพาะรถยนต์ที่ประกอบในประเทศนั้น เป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลน่าจะเกิดความสับสน เพราะนโยบายบอกว่าต้องการให้เป็น "รถยนต์คันแรก" แต่ทำไมรถยนต์นำเข้าไม่ได้รับพิจารณา นอกจากนี้รถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศนั้นได้รับสิทธิ์การส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไออยู่แล้ว แถมยังได้รับสิทธิ์ปกป้องด้วยกำแพงภาษีซีบียูอีก 80%

"ตรงนี้อาจจะเกิดคำถามว่า รถยนต์ที่นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือประเทศอื่น ๆ ที่ได้เตรียมการลงทุน หรือนำเข้ามาขายในประเทศ จะต้องได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว และจะถือเป็นมาตรการการกีดกันทางการค้าได้หรือไม่" นายสมพงษ์กล่าว

ขณะที่นายสฤษฏ์พร สกลรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดและวางแผนผลิตภัณฑ์ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า "แผนการส่งรถยนต์นั่งขนาดเล็กของฮุนได i10 ออกสู่ตลาดนั้นอาจจะส่งผลกระทบบ้าง ทั้งนี้หวังว่านโยบายของรัฐบาลจะเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้เกิดความหลากหลาย และลูกค้ามีโอกาสได้เลือกสรรรถยนต์ใหม่มากยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มคนที่ซื้อรถยนต์คันแรกควรจะต้องมีทางเลือกมากกว่านี้"

สำหรับประเด็นที่ว่า การคืนภาษีสรรพสามิตดังกล่าวถือเป็นการอุดหนุนภายในจากรัฐบาลไทยหรือไม่นั้น ล่าสุดเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ณ เจนีวา ได้สอบถามมายังกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศว่า มาตรการดังกล่าวอาจจะเสี่ยงต่อการถูกประเทศคู่ค้าดำเนินการฟ้องร้องใน WTO หากมีการระบุถ้อยคำที่ขัดต่อหลักการปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment) ที่ไทยผูกพันไว้ในองค์การการค้าโลก (WTO)

"ความกังวลของคณะผู้แทนไทยก็คือ มาตรการดังกล่าวเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากเป็นการคืนภาษีให้เฉพาะกับรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ ในขณะที่รถยนต์นำเข้าไม่ได้รับสิทธิ์นี้ ดังนั้นกระทรวงการคลังจะต้องระมัด ระวังในการใช้ถ้อยคำในประกาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไม่ระบุหรือมีข้อความใดที่ส่อไปในทางอุดหนุนอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศ"

"คลัง" ยันไม่ขัดการค้าเสรี

สำหรับกรณีที่มีค่ายรถนำเข้าจากต่างประเทศเตรียมฟ้องร้องเพราะไม่ได้ประโยชน์จากโครงการรถคันแรก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวยืนยันว่า มาตรการนี้ไม่ได้แทรกแซงราคาหรือกีดกันทางการค้า เพราะไม่มีส่วนลด การจัดเก็บภาษี และการซื้อขายเป็นไปอย่างปกติ เป็นการดำเนินการเพื่อช่วย เหลือประชาชนให้มีรถยนต์เป็นของตัวเอง และสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ

"แนวทางในการทำงาน เรามุ่งไปที่ ผู้ซื้อเป็นหลัก ไม่ได้เน้นผู้ประกอบการ ฉะนั้นผู้ประกอบการจะไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ส่วนใครจะฟ้องยังไง ก็รอดูว่าเขาจะฟ้องประเด็นอะไร" นายบุญทรงกล่าว

นโยบายขณะนี้คือรถที่จะเข้าโครง การได้ต้องประกอบในประเทศเป็นหลัก ส่วนจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะขยายให้รถยนต์นั่งนำเข้าที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ซีซี สามารถเข้าร่วมมาตร การคืนเงินรถยนต์คันแรกด้วยหรือไม่

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า โครงการคืนเงินรถยนต์คันแรกไม่ผิดหลักองค์การการค้าโลก (WTO) หรือ FTA ที่มีหลักการเรื่อง national treatment คือหากเราเก็บภาษีรถที่ผลิตในประเทศ 10% ก็ต้องเก็บภาษี รถที่ผลิตต่างประเทศ 10% เท่ากัน เนื่องจากนโยบายนี้ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ แต่เป็น การคืนเงินให้ประชาชนที่ซื้อรถยนต์คันแรก ตามอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ซื้อ หรือไม่เกิน 1 แสนบาท

รัฐดึงค่ายรถจัดคิกออฟที่อิมแพ็ค

นายชลิต ศิลป์ศรีกุล รองประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยภายหลังการหารือกับกรมสรรพสามิตว่า ทั้งสองฝ่ายได้มีข้อสรุปร่วมกันถึงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อให้โครงการคืนเงินรถ คันแรกเดินหน้าไปได้ด้วยดี โดยกรมสรรพสามิตยอมปลดล็อกเงื่อนไขการห้ามโอนภายใน 5 ปี ซึ่งสถาบันการเงินสามารถดำเนินการได้ โดยให้ยื่นเอกสารหลักฐานการยึดรถมาที่กรมสรรพสามิต ในกรณีที่ผู้ซื้อรถผ่อนชำระมาแล้ว 13 เดือน และทางการมีการคืนเงินตามมาตรการแล้ว แต่ผิดนัดชำระหนี้ ทำให้ต้องยึดรถ โดยสถาบันการเงินจะต้องยื่นเรื่องการยึดรถจากการค้างชำระ เพื่อสามารถโอนขายรถยนต์ดังกล่าวได้ และหากราคาขายทอดตลาดมีส่วนเกินจากจำนวนหนี้ ทางลีสซิ่งก็ยินดีนำเงินนั้นคืนให้กรมสรรพสามิต

สำหรับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อ จากมาตรการดังกล่าวขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งจะมีการกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติผู้ขอกู้ รวมถึงการวางเงินดาวน์ ให้ถือเป็นการแข่งขันเสรี ซึ่งปกติการวางเงินดาวน์จะอยู่ที่ 20-25% ของราคารถ ขณะที่การดำเนินการยึดรถจะใช้หลักเกณฑ์ค้างชำระ 3 เดือน และมีหนังสือแจ้งอีก 1 เดือนก่อนจะดำเนินการยึดรถ

นอกจากนี้ ในระหว่างวันที่ 4-8 ตุลาคมนี้ รัฐบาลจะมีการจัดมหกรรมเปิดตัวโครงการรถคันแรก ที่อิมแพค เมืองทองธานี ก็ได้ขอความร่วมมือค่ายรถยนต์ต่าง ๆ และสถาบันการเงินแต่ละแห่งที่จะเข้าร่วมโครงการ จัดทำแคมเปญพิเศษในโครงการดังกล่าวด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนสนใจมาร่วมงานจำนวนมาก

นายชลิตกล่าวว่า สำหรับหนี้เสียในระบบจากการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ปกติจะอยู่ที่ 2-3% ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง แต่เชื่อว่าโครงการรถยนต์คันแรกจะไม่ทำให้หนี้เสียเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มไม่เกิน 3% ขณะที่การปล่อยสินเชื่อสำหรับรถยนต์ใหม่อยู่ที่ประมาณ 4-5 แสนล้านบาท

ลีสซิ่งจ่อเพิ่มดาวน์ 5%

นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ในฐานะประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่มีความกังวลว่าหากลูกค้าได้รับเงินภาษีคืนไปแล้วอาจทิ้งรถแล้วปล่อยให้เป็นหนี้เสียนั้น ทางสถาบันการเงินคงต้องมีการพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขบางอย่างสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยการเพิ่มเงินดาวน์อย่างน้อย 5% จากปกติ เช่น ปกติดาวน์เริ่มต้น 10% ก็เพิ่มเป็น 15% สำหรับรถที่ได้สิทธิ คืนภาษีรถคันแรก เพื่อให้จำกัดสิทธิประโยชน์ให้อยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อรถจริง ๆ และป้องกันการใช้สิทธิ์หรือเช่าซื้อแทนกัน

ส่วนกรณีที่ลูกค้าได้เงินภาษีคืนกลับมาแล้วต้องการนำมาโปะสินเชื่อเช่าซื้อ นายอิสระกล่าวว่า กรณีเช่นนี้คงไม่ต้องออกรูปแบบสินเชื่อมาใหม่ แต่หากลูกค้าต้องการโปะสินเชื่อก็สามารถทำได้ โดยใช้เงินไปลดเงินต้นและคำนวณค่างวดเช่าซื้อใหม่ตามรอบเวลาที่ต้องการ จากเงินต้นสุทธิที่คงเหลือ