ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"ไป่ตู้"ยักษ์ออนไลน์จีนสยายปีกบุกไทย ดอดทาบซื้อ"กระปุกดอทคอม"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 21 ก.ย. 2554 เวลา 10:55:17 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"ไป่ตู้" เสิร์ชเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่แดนมังกรท้าชน "กูเกิล" ซุ่มเปิดบริการเว็บไซต์ เวอร์ชั่นภาษาไทย  พร้อมดอดเจรจาซื้อ "กระปุกดอทคอม" เว็บดังอันดับ2ของไทย  จับตาสมรภูมิออนไลน์ไทยเดือด เว็บต่างชาติพาเหรดยึดหัวหาด



แหล่งข่าวในวงการไอที เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ไป่ตู้ (Baidu) เว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นรายใหญ่ที่สุดของจีน ตัดสินใจแน่นอนแล้วที่จะเข้ามาทำตลาดในไทย โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการเว็บไซต์รายใหญ่อันดับ 2 ของไทยอย่าง "กระปุกดอตคอม" ซึ่งคาดว่าจะมีการ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลายปีนี้หรือในช่วงต้นปีหน้า หลังจากที่ไป่ตู้ได้เปิดหน้าเว็บภาษาไทยอย่างเงียบ ๆ นอกจากนี้นักท่องโลกไซเบอร์บางรายพบว่า ทางไป่ตู้เริ่มส่งซอฟต์แวร์เข้ามาดักจับข้อมูลเพื่อสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ในไทยมาระยะหนึ่งแล้ว

พร้อมกันนี้เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ วันที่ 16 กันยายน 2554 นายรอบิน ลี่ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ "ไป่ตู้" ได้ประกาศเป้าหมายที่จะเป็นแบรนด์ระดับโลกและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกภายในทศวรรษนี้ ครอบคลุมประเทศต่าง ๆ มากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก และจะเป็นตัวแทนของธุรกิจจีนที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก

พร้อมกับรายงานว่า ไป่ตู้เตรียมจะเปิดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและอียิปต์เร็ว ๆ นี้ ซึ่งเบื้องต้นได้เปิดบริการเป็น web directory บริการค้นหาเว็บไซต์โดยการเชื่อมโยงลิงก์ต่าง ๆ และข้อมูลที่ต้องการเวอร์ชั่นภาษาไทย ผ่านทาง th.hao123.com และกำลังทดลองระบบ zhidao.baidu.co.th หรือ "Baidu เรารู้" บริการถามตอบเวอร์ชั่น ภาษาไทย โดยผู้ใช้งานจะต้องสมัครเป็นสมาชิก เพื่อโพสต์คำถามที่ต้องการตามหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น สุขภาพ ความรัก กีฬา ซึ่งจะมีผู้ใช้งานคนอื่น ๆ เข้ามาตอบ และแชร์ประสบการณ์

ทั้งนี้ไป่ตู้เป็นผู้ให้บริการเสิร์ชภาษาจีนรายใหญ่สุด ก่อตั้งเมื่อปี 2543 ปัจจุบันไป่ตู้ครองส่วนแบ่งการตลาดเสิร์ชในจีนมากกว่า 75% มีผู้ลงทะเบียนใช้งานกว่า 200 ล้านคน โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมามีรายได้จำนวน 528.4 ดอลลาร์สหรัฐ

ด้านนายปรเมศวร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์กระปุกดอตคอม กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้มีผู้ให้บริการเว็บไซต์จากต่างชาติเข้ามาเจรจาหลายรายเพื่อร่วมมือทางธุรกิจ เนื่องจากกระปุกฯทำธุรกิจเว็บไซต์ประเภทพอร์ทัล ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเว็บไซต์ไทย ด้วยจำนวนผู้ชมวันละประมาณ 6-7 แสนคนต่อวัน โดยหนึ่งในผู้มาเจรจาก็คือ ไป่ตู้ เนื่องจากซีอีโอของไป่ตู้ประกาศนโยบายชัดเจนว่าต้องการขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยที่จะมีผู้ให้บริการต่างประเทศเข้ามาเพื่อเป็นทางเลือก ใหม่ ๆ ของการใช้งาน

"อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบทางไป่ตู้ ก็คุยกับเว็บไซต์ในไทยอีกหลายราย ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะบอกผลสรุปของเรื่องนี้ ต้องดูรายละเอียดก่อน ความเป็นไปได้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคลิกกันหรือไม่ กล่าวคือ นโยบายของ 2 บริษัทต้องเห็นในทางเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องออกมาในรูปแบบของการร่วมทุนอย่างเดียวเสมอ ไป อาจจะมาในรูปแบบของการเป็นคอนเทนต์พาร์ตเนอร์ หรือเซอร์วิสพาร์ตเนอร์กันก็ได้"

อย่างไรก็ดี บริษัทมีนโยบายชัดเจนในการร่วมมือกับต่างประเทศ คือจะไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย เพราะต้องการ บริหารเว็บไซต์เอง ไม่เช่นนั้นจะต้องซื้อกิจการไป 100% เท่านั้น เหตุผลที่กระปุกฯต้องร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติ เนื่องมาจากการแข่งขันของอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตในอนาคตที่จะแข่งขันกันรุนแรงขึ้น และมีสเกลใหญ่ขึ้น จำเป็นที่จะต้องมีเงินทุนเพื่อรักษาตลาดเพื่อพัฒนาต่อไปข้างหน้า

นายปรเมศวร์กล่าวต่อว่า ปีนี้มีเว็บไซต์จากต่างชาติเข้ามาคุยกับเว็บไซต์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 24-25 ล้านคน ขณะที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง ประกอบกับธุรกิจในไทยเริ่มมีการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทำให้เว็บต่างประเทศเห็นความคุ้มค่าที่จะเข้ามาลงทุน บวกกับบรรยากาศการเมืองที่มีความนิ่ง นอกจากนี้การเกิดขึ้นของ กสทช.ซึ่งจะทำให้บริการ 3 จีเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญ ประกอบกับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขึ้นในราคาที่ถูกลง ล้วนเป็นปัจจัยเอื้อให้ตลาดไทยเติบโตและสร้างความสนใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน

โดยเว็บไซต์ไทยที่ต่างชาติให้ความสนใจมีอยู่ 2 ประเภท คือ เว็บที่มีความนิยมสูง มีเรตติ้งของผู้ใช้งานอยู่ในลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย และเว็บที่มีความชัดเจน หรือเฉพาะทางจะมีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ

"3 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมจะแข่งขันกันสูงมากกว่านี้ และต้องอาศัยสเกลเพื่อลงทุนต่าง ๆ บางครั้งระดับร้อยล้านพันล้าน และเมื่อตลาดแข่งขันถึงจุดหนึ่ง หากกระปุกฯอยู่นิ่งอาจจะไม่สามารถรักษาตลาดที่มีอยู่ในวันนี้ได้ จึงจำเป็นต้องมีผู้ร่วมทุนเข้ามาสนับสนุน เราจึงต้องเตรียมตัวก่อนที่วันนั้นจะมาถึง"

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา วงการอินเทอร์เน็ตไทยเป็นที่สนใจของต่างชาติมาก เริ่มจากที่บริษัทระคุเท็น อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในญี่ปุ่นซื้อกิจการ "ตลาดดอตคอม" แบบ 100% และเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทเทนเซนต์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่จากจีน ก็เข้าซื้อ 49% ใน "สนุกดอตคอม" เว็บไซต์อันดับหนึ่งของไทย

และที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการ คือเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา "กูเกิล" เสิร์ชเอ็นจิ้นเบอร์ 1 ของโลกได้ประกาศเปิดออฟฟิศในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมแต่งตั้งนายอริยะ พนมยงค์ เป็นหัวหน้าฝ่ายขายประจำประเทศไทย พร้อมการสรรหาทีมงานเสริมทัพอีก 20 คน โดยประกาศบุกตลาดในแง่ของการขายและธุรกิจในเมืองไทยแบบเต็มตัว

ขณะที่ต้นปี 2554 พร็อพเพอร์ตี้กูรู เว็บท่าด้านอสังหาริมทรัพย์ของสิงคโปร์ ได้เข้าร่วมทุนกับ "ดีดีพร็อพเพอร์ตี้" เว็บไซต์ซื้อขายบ้านของไทย ตามมาด้วย LivingSocial เว็บประเภท group- buying รายใหญ่ในอเมริกา เข้าซื้อเว็บ "เอ็นโซโก้" (ensogo.com) เว็บจำหน่ายคูปองลดราคาสินค้าที่ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ คือ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้ใช้งานในเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 40 ล้านคน จาก 21 ประเทศ

นอกจากนี้ "4shared.com" เว็บไซต์สำหรับการเก็บไฟล์และแบ่งปันไฟล์ยอดฮิตที่มีผู้ลงทะเบียน 100 ล้านราย ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวในไทย มากขึ้น โดยได้แต่งตั้งบริษัทวิคเตอร์ อินเตอร์แอกทีฟเป็นตัวแทนขายโฆษณารายเดียวในประเทศไทย และเหตุผลที่เข้ามาประเทศไทยก็เพราะว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้งาน 4shared มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยจำนวน ผู้ลงทะเบียนกว่า 10 ล้านราย

 

หน้าเว็บไป่ตู้สำหรับผู้ใช้ในไทย http://zhidao.baidu.co.th/