ประชาชาติธุรกิจ
AEC เปลี่ยนประเทศไทย

วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

อาหารสัตว์ยอดขายวูบวันละ300ตัน ธุรกิจ1.2หมื่นแห่งลุยกู้วิกฤตฟาร์ม"หมู-ไก่ไข่"จมน้ำ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 26 ต.ค. 2554 เวลา 13:10:05 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



ธุรกิจขายอาหารสัตว์กว่า 1.2 หมื่นรายและโรงงานผลิตทั่วประเทศ 348 แห่ง เตรียมแก้วิกฤตปลายปี"54 ยอดขายร่วงแล้ววันละ 300 ตัน ผลจากไก่และหมูจมน้ำตายหลายล้านตัว "เอ เอฟ อี" ผู้นำฟาร์ม ทั่วประเทศเล็งหาพื้นที่เลี้ยงทดแทนแถบภาคตะวันออกสร้างผลผลิตเพิ่ม ส่วนฟาร์มไก่ไข่รายใหญ่อยุธยาวอนรัฐชดเชยไก่ตายตัวละ 130 บาท



นายนรสีห์ ตระกูลช่าง ประธานบริษัท เอ เอฟ อี จำกัด ในฐานะผู้ก่อตั้งร่วมกับเครือข่าย 59 ฟาร์ม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ช่วงไตรมาส 4 ปี 2554 ทั่วประเทศกำลังได้รับแรงกดดันจาก 4 ปัจจัย คือ ปัจจัยแรก วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เริ่มขาดแคลนและเตรียมขึ้นราคาหลังจากน้ำท่วมภาคกลาง โรงงานผู้ผลิตรายใหญ่หลายแห่งตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมต้องปิดพร้อม หยุดผลิตชั่วคราว ปัจจัย 2 ยอดขายอาหารสัตว์ภายในประเทศหายไปวันละ 300 ตัน จากเดิมมีความต้องการใช้สูงถึงวันละ 400-500 ตัน

ปัจจัย 3 พื้นที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่หลายบริษัทในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจมน้ำตายไปแล้ว 2-3 ล้านตัว ตามสัดส่วนไก่ 1 ล้านตัวจะต้องเลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ 100 ตัน และปัจจัย 4 วัคซีนป้องกันโรคระบาดหลังเหตุการณ์น้ำลดมีความต้องการสูงมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาครัฐจะต้องเข้ามาร่วมจัดระเบียบเพื่อป้องกันความเสียหายซ้ำเติมสัตว์เศรษฐกิจกลุ่มปศุสัตว์ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ด้วย

เช่นเดียวกันกับฟาร์มเลี้ยงสุกรหลายพื้นที่ก็ประสบปัญหาคล้ายคลึงกับฟาร์มไก่ไข่ มีทั้งจมน้ำตาย เป็นโรค และน้ำหนักหมูไม่ได้ตามมาตรฐาน แต่จำเป็นต้องส่งขายโรงเชือดเพื่อไม่ให้สัตว์จมน้ำตายโดยไม่มีรายได้กลับคืนมา

ขณะนี้กลุ่มสมาชิกฟาร์มในเครือข่ายประเมินสถานการณ์ร่วมกัน พร้อมทั้งยืนยันธุรกิจอาหารสัตว์ปีนี้จะไม่หวือหวา คงอยู่ในสภาพทรงตัว แต่กำลังเร่งหา วิธีเลี้ยงทดแทนขึ้นมาใหม่ในพื้นที่ไม่ท่วมขัง แต่ก็ยอมรับจะต้องใช้เวลาปรับตัว สักระยะ ยังมีพื้นที่แถบภาคตะวันออกสามารถขยายปริมาณผลผลิตได้

นายเสน่ห์ กรรณสูตร เจ้าของฟาร์มไก่ไข่ "กรรณสูตรฟาร์ม" จังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าวว่า กิจการฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ของเกษตรกรในพื้นที่พระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของประเทศได้รับความเสียหายรวมแล้วเกิน 2 ล้านตัว เป็นของ 5 ฟาร์มหลัก ได้แก่ กรรณสูตรฟาร์มมากที่สุด 1.2 ล้านตัว คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียถึง 200 ล้านบาท ตั้งอยู่ในที่ดิน 170 ไร่ 26 โรงเรือน มีแม่ไก่โรงเรือนละ 50,000 ตัว ฟาร์มมิตรอำนวยสูญเสียไก่ไข่ไป 4 แสนตัว เอสเอทีฟาร์ม 2 แสนตัว ประมวลฟาร์ม 1.5 แสนตัว และฟาร์มโรจนะ 80,000 ตัว

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการชดเชยแม่ไก่เป็นจำนวนอย่างน้อยเท่ากับกรณีการเกิดไข้หวัดนก เฉลี่ยตัวละ 130 บาท เพื่อกระตุ้นผู้เลี้ยงเร่งกลับมาผลิตไข่ไก่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นได้ภายในครึ่งปีอีก 70-80% ของปริมาณไข่ที่ผลิตได้ตลอดทั้งปี

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์กระจายอยู่ทั่วประเทศแบ่งเป็น 9 เขต เปิดร้านขายอาหารสัตว์อยู่มากถึง 12,877 แห่ง ไม่รวมกลุ่มโรงสีขนาดใหญ่และเล็กซึ่งเป็นผู้จำหน่ายปลายข้าวและรำอีกกว่า 3.5 หมื่นราย

ส่วนโรงงานผลิตอาหารสัตว์มีอยู่กว่า 348 แห่ง เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ต้องใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์รวม 11 กลุ่ม ได้แก่ ปลาป่น 117 แห่ง กากถั่วเหลือง 23 แห่ง ข้าวโพดบด 51 แห่ง มันเส้น 232 แห่ง กากปาล์ม 39 แห่ง กากถั่วเขียว 4 แห่ง กากน้ำตาล 14 แห่ง กากเบียร์ 1 แห่ง ส่วนกากมะเขือยังไม่มีผู้สนใจเปิดโรงงาน

สำหรับภาคกลางซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต่อเนื่องมากว่า 2 เดือนนั้น มีร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ตั้งอยู่มากที่สุดกว่า 5,700 แห่ง และโรงงานผลิตอาหารสัตว์อีก 258 แห่ง