ประชาชาติธุรกิจ
เด่นประชาชาติ

วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

57 พรรษาพระอิริยาบถครั้งวันวาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 02 เม.ย 2555 เวลา 13:47:06 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุครบ 57 พรรษา ในปีมะโรง ทีมข่าวประชาชาติธุรกิจ เซ็กชั่นดีไลฟ์ ขอพาย้อนวันเวลากลับสู่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ในพระบรมฉายาลักษณ์อดีตที่ยังคงประทับใจ ตรึงอยู่ในความทรงจำของปวงประชาราษฎร์มิคลาย

นับตั้งแต่พระราชธิดา องค์ที่สองในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดากิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

"ทูลกระหม่อม น้อย" เป็นพระนามที่บรรดาข้าราชบริพารเรียกกัน ทรงเริ่มการศึกษาระดับอนุบาล ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2502 ที่โรงเรียนจิตรลดา ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ขณะนั้นพระชนมายุได้ 3 พระชันษาเศษ ทรงมีพระสหายร่วมชั้นเรียนอีก 20 คน

ในชั้นอนุบาล ทรงศึกษาวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เลขคณิต และขับร้อง ทรงโปรดโรงเรียน พระอาจารย์ และพระสหายเป็นอันดี

เมื่อ ทรงเรียนจบชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ได้ทรงสอบร่วมกับนักเรียนทั่วประเทศ โดยใช้ข้อสอบกระทรวงศึกษาธิการ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสอบได้ที่หนึ่ง ได้คะแนนรวมร้อยละ 96.60 อันเป็นคะแนนสูงสุดสำหรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่เจ็ด จึงทรงได้รับพระราชทานรางวัลเรียนดี จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานแสดงศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 31 ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2511 ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่นี้

สมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระปรีชาสามารถในวิชาแทบทุกด้าน เช่น ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รำไทย ดนตรีไทย และวาดเขียน เป็นต้น มักจะทรงได้คะแนนมากกว่าพระสหายในชั้นเดียวกันอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ยังโปรดทรงหนังสือมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงพระปรีชาสามารถในทางร้อยแก้วและร้อยกรองอย่างยิ่ง ทรงเริ่มบทพระนิพนธ์ต่าง ๆ ตั้งแต่เมื่อทรงพระชนมายุได้เพียง 12 พระชันษา เป็นต้นมา บทพระราชนิพนธ์เหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์แพร่หลายในหนังสือหลายเล่ม ตัวอย่างเช่น "อยุธยา" "เจ้าครอกวัดโพธิ์" "ศาสนาเกิดขึ้นได้อย่างไร" เป็นต้น

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้ความสำคัญกับการบันทึกบัญชีในกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนโครงการตามพระราชดำริ และทรงเป็นแบบอย่างในการพัฒนาด้านการบันทึกบัญชี

พระองค์มีพระปรีชา สามารถในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย ซึ่งพระองค์ได้นำมาใช้ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และให้การอุปถัมภ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ จากพระราชกรณียกิจในด้านศิลปวัฒนธรรม พระองค์จึงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวาย

พระสมัญญาว่า "เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย" และ "วิศิษฏศิลปิน"

นอก จากนี้ พระองค์ยังทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายหลากโครงการ โครงการในระยะเริ่มต้นนั้น มุ่งเน้นทางด้านการแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กในท้องถิ่นทุรกันดาร และพัฒนามาสู่การให้ความสำคัญทางด้านการศึกษา เพื่อการพัฒนาบุคคลอย่างสมบูรณ์