updated: 12 เม.ย 2555 เวลา 10:45:56 น.
โบรกฯทองแนะกลยุทธ์นักลงทุนทยอยสะสมซื้อทองคำตุนในจังหวะราคาทองขาลง เหตุสัญญาณ ศก.สหรัฐฟื้น ต่างชาติเทขายทองถือดอลลาร์แทน เผยรอจังหวะเงินเฟ้อพุ่งช่วงครึ่งปีหลังดันราคาทองขึ้น เตือนจุดอันตรายนักลงทุน "โกลด์ฟิวเจอร์ส" หากไตรมาส 2 ไม่สามารถยืนราคา 1,600 เหรียญต่อออนซ์ อย่าฝืนซื้อ
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำมีลักษณะค่อนข้างผันผวน และมีทิศทางเป็นขาลง โดยข้อมูลราคาทองจากเมื่อต้นปีเคยอยู่ที่ 1,622 เหรียญต่อออนซ์ ได้ปรับขึ้นเรื่อยมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปิดราคาสิ้นเดือนที่ระดับ 1,786.50 เหรียญต่อออนซ์ และหลังจากนั้นในเดือนมีนาคม ราคาทองก็ปรับตัวลดลง จนปิดสิ้นเดือนที่ระดับ 1,667 เหรียญต่อออนซ์ ซึ่งแกว่งตัวแตกต่างจากปีก่อนที่ส่วนใหญ่เป็นช่วงขาขึ้นโดยล่าสุดเมื่อ 10 เมษายน 2555 ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,648-1,643 เหรียญต่อออนซ์
นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ราคาทองคำในภาพรวมอยู่ในช่วงขาลง แต่นักลงทุนยังสามารถลงทุนได้ โดยแนะนำนักลงทุนทยอยเข้าซื้อทองคำแท่งต่อ เนื่องจากตามสถิติพบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทองคำสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึงเฉลี่ย 15% ชนะอัตราเงินเฟ้อที่เฉลี่ยในช่วง 5 ปีอยู่ที่ราว 3%
ดังนั้นการลงทุนทองคำในระยะยาวจึงสร้างผลตอบแทนที่ดี แม้ระหว่างปีจะมีความผันผวนขึ้นบ้างก็ตาม
"การลงทุนในทองคำแท่งยังทำได้อยู่ เพียงแต่ต้องวางกลยุทธ์แบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน เพื่อทยอยเข้าซื้อในแต่ละช่วงราคาที่ปรับตัวลดลง เพื่อเฉลี่ยราคาทองที่ซื้อไว้ให้มีต้นทุนต่ำ โดยจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาแม้ทองจะเป็นขาลง แต่ก็มีแรงซื้อทองคำแท่งเข้ามาคึกคัก เพราะถ้ามองกันระยะยาวแล้วมีสินค้าทางการเงินแค่ 4 อย่างที่ชนะเงินเฟ้อได้ คือทอง น้ำมัน อสังหาฯ ตราสารหนี้ที่อิงเงินเฟ้อ" นายธนรัชต์กล่าว
ขณะที่ครึ่งปีหลังในประเทศก็มีปัจจัยเงินเฟ้อสูง ซึ่งจะส่งผลต่อความต้องการลงทุนทองมากขึ้น ประกอบกับที่เศรษฐกิจสหรัฐมีทิศทางฟื้นตัวซึ่งจะกดดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาลงทุนในทองคำมากขึ้นหนุนในราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นได้
สำหรับการลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (gold futures) ที่ผ่านมามีนักลงทุนขาดทุนไปค่อนข้างมาก แนวโน้มการลงทุนจึงลดลง เนื่องจากนักลงทุนไทยถนัดเล่น gold futures ขาขึ้นมากกว่าขาลง และบางรายเพิ่งเข้ามาก็ไม่มีความเข้าใจ ซื้อแล้วก็ใช้วิธีถือยาว ทั้งที่ราคาไม่เป็นตามที่คิดทำให้ขาดทุนมาก
"ดังนั้นจึงแนะนำว่านักลงทุนควรตั้งระดับกำไรที่ต้องการ ในช่วงขาลงหากเปิดสถานะขายล่วงหน้า (short) ไว้ และทยอยปิดสถานะเมื่อทำกำไรได้ตามที่คาดหวัง อย่าไรก็ตามหากราคาทองมีทิศทาง
ที่เปลี่ยนไปไม่เป็นตามที่คาด นักลงทุนต้องแพ้ให้เป็น เมื่อราคาไปผิดทาง นักลงทุนควรต้องปิดสถานะอย่าปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อย ๆ โดยหวังว่าราคาจะกลับมาเป็นอย่างที่คิดไว้"
นายธนรัชต์กล่าวว่า หากในไตรมาส 2 ราคาทองคำยืนราคาที่ระดับ 1,600 เหรียญไม่ได้ และหลุดจากระดับดังกล่าวก็อาจทำให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่เปิดสถานะซื้อล่วงหน้า (long)
ไว้เพราะคาดว่าราคาจะขึ้น ต้องปิดสถานะด้วยการขายคืนจนกดดันให้ราคาทองปรับตัวลดลงไปอีก ซึ่งนักลงทุนจะมีความเสี่ยงและควรระมัดระวังให้มาก
ทั้งนี้ปัจจัยที่กดดันให้ราคาทองปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาสแรก ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มมีทิศทางฟื้นตัว ส่งผลให้นักลงทุนขายทองเพื่อไปถือเงินดอลลาร์ซึ่งแข็งค่าขึ้นแทน ขณะเดียวกันการที่สหรัฐลังเลจะใช้มาตรการทางการเงินเชิงปริมาณครั้งที่ 3 (QE3) ก็ยิ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์ยังมีทิศทางแข็งค่าต่อเนื่องอีก จนนักลงทุนซึ่งหวังว่าจะมี สภาพคล่องเข้ามาในระบบช่วงไตรมาสที่ 2 ต้องขายทองออกอีกระลอกเพื่อลดความเสี่ยงแล้วหันไปถือดอลลาร์แทน
"ข่าวต่าง ๆ ที่ออกมาได้ส่งผลให้ช่วงห่างของราคาทองมีสูง โดยแกว่งตัวตั้งแต่ 1,680-1,610 เหรียญภายใน 2 วัน ซึ่งถือว่าเป็นการผันผวนอย่างรุนแรง จากนี้ยังต้องจับตากองทุนอีทีเอฟที่ถือทองคำมูลค่ารวมราว 2 พันตัน ว่าจะทำอย่างไรหากค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อไปอีก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทุกครั้งที่ราคาทองลง ก็จะมีธนาคารกลาง รวมถึงนักลงทุนสถาบันรายใหญ่
อื่น ๆ ที่ยังมั่นใจกับการลงทุนทองคำเข้ามารับซื้ออยู่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่พยุงไม่ให้ราคาทองตกลงไปมากนัก"
ด้านนายดนุ ชาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีแคป จำกัด โบรกเกอร์ทองอีกราย กล่าวว่า นักลงทุนยังสามารถลงทุนในทองคำได้ แม้ปีนี้ทองคำจะค่อนข้างลงทุนยากกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแนะนำว่าควรใช้กลยุทธ์ทยอยสะสม แนวรับที่ระดับ 1,620 เหรียญ ทางเทคนิคชี้ว่าสามารถซื้อลงทุนได้
และหากเป็นการซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ให้ขายที่ระดับแนวต้าน 1,640 เหรียญ แต่หากลงทุนระยะยาวกว่านั้นให้มองที่แนวต้านระดับ 1,720 เหรียญ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังหากราคาทองคำปรับตัวลดลงหลุด 1,600 เหรียญ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือปัญหาทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยุโรป ที่อาจทำให้นักลงทุนต้องขายทองคำออก แล้วโยกเงินกลับเข้ามาถือดอลลาร์แทน ซึ่งจะกดดันให้ราคาทองดิ่งลงได้ ขณะที่ปัจจัยเรื่อง QE3 นั้นตลาดรับรู้กันแล้ว
