ประชาชาติธุรกิจ
มอเตอร์ริ่ง

วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

อวสานค้ารถ-มอ"ไซค์จดประกอบ ชำแหละทำอะไหล่หลังรัฐเข้มตัดวงจรเลี่ยงภาษี

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 23 เม.ย 2555 เวลา 12:00:49 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ดับรถยนต์-มอเตอร์ไซค์จดประกอบ รัฐเข้มไม่รับจดทะเบียน พร้อมห้ามนำเข้าโครงรถใช้แล้ว สมาคมรถจดประกอบเผยรับผลกระทบหนัก 150 โรงงานเตรียมปิดกิจการ หั่นรถในสต๊อกขาย เป็นชิ้นส่วน ด้านร้านจำหน่ายบิ๊กไบก์รวมตัว แนะรัฐขึ้นทะเบียนรถย้อนหลัง



จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการงดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถที่ใช้แล้ว สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน, รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล และประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้ตัวถังของรถยนต์นั่งที่ใช้แล้วและโครง

รถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ยกเว้นกรณีการนำเข้าเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิต หรือการศึกษาวิจัยในปริมาณที่จำเป็น

นายเอนกนพรัตน์ ชาวบ้านกร่าง อดีตประธานชมรมรถยนต์จดประกอบแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์จดประกอบภายใต้ชื่อ "นพรัตน์ มอเตอร์" เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สมาชิกของชมรมที่เป็นโรงงานประกอบรถยนต์นั้นมีอยู่ราว 150 ราย ซึ่งแต่ละแห่งจะปิดกิจการในเร็ว ๆ นี้ ส่วนร้านนพรัตน์ มอเตอร์ของตนได้ปิดกิจการมากว่า 5 เดือนแล้ว หลังจากได้รับใบอนุญาตประกอบรถยนต์และจำหน่ายรถเป็นเวลา 2 ปี ส่วนรถยนต์ที่มีอยู่ในสต๊อกนั้นมีทั้งที่จดทะเบียนแล้วและยังไม่ได้จด ก็ต้องเก็บไว้เองไม่สามารถจำหน่ายได้ ทำให้ขาดทุนราว 10 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์จดประกอบนั้น นายเอนกนพรัตน์เปิดเผยว่า ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบรถเพิ่มขึ้น

โดยรถที่ได้รับความนิยมคือ มินิ และนิสสัน รุ่นคิวบ์ ที่มีราคาจำหน่ายจูงใจ อย่างรถมินิ ราคารถใหม่ราว 2 ล้านบาท แต่รถจดประกอบมีราคาจำหน่ายไม่ถึง 1 ล้านบาท นิสสันคิวบ์ ราคารถใหม่อยู่ที่ 1.3 ล้านบาท ส่วนราคารถจดประกอบอยู่ที่ 8-9 แสนบาท

"สำหรับรถจดประกอบนั้น เราก็ยอมรับว่ามีทั้งผู้ที่ดำเนินการถูกต้องและบางส่วนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่สำหรับเราเองไม่ได้มีการเลี่ยงภาษี สมาชิกชมรมของเรามีโรงงานกว่า 150 ราย แต่ละรายน่าจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทจากการยกเลิกการรับจดทะเบียน ซึ่งผมมองว่ารถจดประกอบไม่ได้แย่งตลาดของรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ถือเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย" นายเอนกนพรัตน์กล่าว

แหล่งข่าวผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศรายหนึ่งย่านวิภาวดี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังจากที่มีร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ทำให้ทางร้านเตรียมปิดกิจการเร็ว ๆ นี้ โดยรถในสต๊อกที่มีอยู่หลายคันได้มีการจดทะเบียนแล้ว แต่ก็ไม่มีลูกค้าซื้อ ทำให้จะต้องนำรถที่ประกอบแล้วมาแยกเป็นอะไหล่จำหน่ายต่อไป

"ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ที่จำหน่ายรถจากต่างประเทศมีอยู่หลายร้อยราย รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ทั้งอู่ทำสี ร้านประดับยนต์ที่จะได้รับผลกระทบตามมา ในส่วนของเราเองก็เตรียมเลิกกิจการในเร็ว ๆ นี้ ส่วนรถที่เรามีอยู่แล้วก็ต้องนำมาแยกจำหน่ายเป็นอะไหล่ต่อไป" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวอดีตผู้ทำธุรกิจรถยนต์และจดประกอบรายหนึ่งเปิดเผยว่า ที่ผ่านมารถยนต์จดประกอบนั้นสามารถหาซื้อได้ง่าย ทั้งจากอู่และโรงงานประกอบในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยจะมีตัวแทนไปประมูลรถยนต์มือสองมาจากประเทศญี่ปุ่น จากนั้นก็จะถอดแยกเป็นชิ้นส่วน นำใส่ตู้คอนเทนเนอร์และขนส่งมาบ้านเราทางเรือสินค้า

หลังจากนั้นชิ้นส่วนก็จะกระจายไปตามแหล่งขายอะไหล่มือสองต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่เชียงกง ย่านบางนา อู่ประกอบรถก็จะมาเลือกซื้อเพื่อนำไปประกอบเอง แล้วหาช่องทางในการจดทะเบียน ด้วยการยื่นหลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนและอุปกรณ์คือ ใบขนสินค้าขาเข้า บัญชีแสดงรายการสินค้าและใบเสร็จค่ารับเงินอากรขาเข้า หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงของรถจากวิศวกร และหลักฐานการชำระเงินภาษีสรรพสามิต

ด้วยขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้อู่ประกอบบางรายหาวิธีการหลีกเลี่ยงบางขั้นตอนที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง หรือร่วมทุจริตกับเจ้าหน้าที่บางรายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวทำให้ราคารถเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว แต่ก็ยังต่ำกว่าซื้อจากตัวแทนจำหน่าย ทำให้ในช่วงที่ผ่านมารถจดประกอบได้รับความนิยมสูง

ด้านนายเทพชัย เจริญพร ผู้ประกอบการนำเข้ารถบิ๊กไบก์จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ "59 ไบค์" เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประกอบการราว 30 รายได้รวมตัวกันตั้งกลุ่ม "ชมรมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์นำเข้า" เสนอข้อเรียกร้องต่อภาครัฐให้พิจารณาถึงการประกาศการงดรับจดทะเบียนรถที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถที่ใช้แล้ว

โดยมีข้อเรียกร้องคือ ภาครัฐน่าจะยืดระยะเวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสปรับตัว มีการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ส่งตัวแทนไปร่วมพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าวด้วย และหาวิธีการจัดการสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถนำเข้าจดประกอบไปก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าจะมีการรับขึ้นทะเบียนรถที่ซื้อ-ขายก่อนหน้าประกาศดังกล่าวด้วย

และการที่ผู้ประกอบการออกมาเรียกร้อง เนื่องจากมีผู้ที่ทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการตั้งแต่การนำเข้า การเสียภาษีสรรพสามิต และการจดทะเบียน แต่หากยกเลิกการรับจดทะเบียนก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ และมองว่าเป็นการปิดโอกาสสำหรับผู้บริโภคในการซื้อสินค้า

"ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้ก็มีการพูดถึงบ่อยครั้ง และเริ่มชัดเจนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลต่อ

ผู้ประกอบการจำหน่ายรถบิ๊กไบก์ที่มีอยู่ราว 200 รายที่อาจจะต้องเลิกกิจการ ส่วนร้าน 59 ไบค์เองก็ยกเลิกการสั่งประกอบรถแล้ว" นายเทพชัยกล่าว

ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า รถจดประกอบที่ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นมีราวปีละ 4,000 คัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ในด้านความปลอดภัย ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่นำเป็นชิ้นส่วนเพียง 30% และส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการด้วย