updated: 04 พ.ค. 2555 เวลา 17:05:13 น.
บรรยากาศภายในบ้าน “จันทร์ส่องหล้า” ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร วันนี้ไม่เงียบเหงาอีกต่อไป แม้หัวหน้าครอบครัวจะยังเร่ร่อรอยู่ในต่างแดน แต่ภรรยาและลูกยังคงอยู่ที่เรือนหลังเดิมและมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาทดแทนอีก 1 คน ความเงียบเหงาค่อยๆบรรเทาขึ้นหลังงานมงคลสมรสระหว่างลูกสาวคนโตของบ้านจันทร์ส่องหล้า พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ (เอม) กับสถาปนิคหนุ่ม ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ (พงศ์)
บ้านจันทร์ส่องหล้าจึงถูกแบ่งให้เป็นเรือนหอ ซึ่งสร้างอยู่ฝั่งขวาของบ้านใหญ่ เป็นที่พักของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ แต่ก่อนบ้านใหญ่กับเรือนหอเชื่อมผ่านกันโดยห้องแต่งตัวของลูกสาวทั้งสอง แต่เมื่อ เอม แต่งงานจึงแบ่งห้องแต่งตัวกันคนละครึ่ง และแยกเรือนหลังเล็กให้เป็นเรือนหอของคู่สมรส ตามที่นิตยสาร Hello ได้นำเสนอเรือนหอและบทสัมภาษณ์แสนหวานของทั้งคู่ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ จึงได้เรียบเรียงและนำภาพบางส่วนมานำเสนอ
เรือนหอของเอมกับพงศ์เดิมเป็นห้องโล่งสีขาวเรียบๆต่อเติมจากบ้านใหญ่เพื่อใช้เป็นห้องจัดเลี้ยง เมื่อเปลี่ยนเป็นเรือนหอ ทั้งคู่จึงตกแต่งเรียบๆโทนสีครีมและสีไม้อ่อนจางสไตล์เซน ซึ่งทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันเลยเรื่องตกแต่งบ้านเพราะเลือกของเหมือนกันหมด

ทั้งคุณเอมและคุณพงศ์เจอกันเมื่อ3ปีก่อน ขณะเข้าคอร์สอบรมหลักสูตร “กลยุทธ์การบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” ที่คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงเวลานั้นทั้งคู่ต่างโดนจับจ้อง แต่ก็ได้เจอกันเมื่อเพื่อนๆในกลุ่มนัดเที่ยว ซึ่งคุณพงศ์สารภาพตรงๆว่าไม่คดกล้าจีบคุณเอม
“ผมรู้สึกชอบเอม เธอน่ารัก มีชีวิตชีวา เวลาที่ไปเที่ยวกันเธอก็ดูโดดเด่น แต่ไม่เคยกล้าจีบเพราะเค้าก็ถูกจับจ้อง คุณพ่อผมเคยเห็นเอมในทีวีก็บอกว่า “เด็กคนนี้รับมือกับปัญหาได้ดี ตอบปัญหาดี” ป๊าผมศึกษาเรื่องโหงวเฮ้งก็บอกว่าทุกอย่างบนใบหน้าเอมเข้าลักษณะดีตำรา ซึ่งเป็นการคุยตามสไตล์พ่อลูก พ่อยุให้จีบ ผมไม่เคยคิดจะจีบเอม”
เอมเองก็บอกถึงความรู้สึกสะดุดใจบางอย่างกับคนๆนี้ แต่ก็เป็นความสะดุดใจที่แวบผ่านไม่ทันคิดอะไรมาก
"มีช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองที่บ้านโดนแรงมาก บังเอีญช่วงนั้นได้คุยกับพี่พงศ์ ปกติพี่คนนี้ไม่ได้เจอกันบ่อยและไม่ได้สนิทกัน แต่รู้สึกอยากเล่าให้เขาฟังหมดว่าเราโดนอะไรบ้าง ปกติเอมไม่พูดเรื่องนี้ เพราะไม่รู้ว่าใครคิดยังไง แต่กับพี่พงศ์ไม่ได้ถามเขาเลยว่าคิดยังไงแต่อยากจะเล่ารู้สึกสบายใจ” พูดถึงตรงนี้ คุณเอมซึ่งนั่งพิงบ่าสามีที่พื้นพรมก็หันไปมองหน้าเขา “ไม่รู้ทำไม สงสัยเป็นที่ตีนกาเขามั้งคะ" ว่าแล้วเธอก็หัวเราะเสียงใส
"ผมคิดว่า คนเราคบกับสักระยะเพื่อลองปรับตัว ให้ได้รู้จักกัน ให้ลองทะเลาะกันแต่เวลาที่เหลือ ถ้าคนนั้นใช่ก็คือใช่ การคบกันนานหรือสั้นอาจไม่สำคัญเท่ากับการเจอคนที่ใช่ ถูกที่ ถูกเวลา"
นาทีที่เจ้าบ่าวขอเจ้าสาวแต่งงานกลางดาดฟ้าโรงแรมมองเห็นวิวแม่น้ำของเมืองฟอลเรนซ์ในมุมที่กำลังน่ารัก พงศ์เตรียมหนังสือตกแต่งบ้านไปวางบนโต๊ะแล้วส่งหูฟังข้างหนึ่งให้เอม แล้วเขาก็ส่งหูฟังอีกข้างให้เอม เสียงเพลง "แต่งงาน" ของวง Moor-The New Smallroom ดังมาจากหูฟังอันเล็ก
เอมฟังแล้วบอกกับพงศ์ว่า "จังหวะนั้นเอมยังงง ฟังเนื้อเพลงไม่รู้เรื่อง มันแนวมาก"
มาถึงขั้นนี้หญิงสาวยังไม่เข้าใจฝ่ายชายจึงต้องควักการ์ดแต่งงานที่เตรียมมา ขลุกขลักอยู่สักพัก แล้วส่งให้ เธอเปิดดูด้วยความงงๆ กับรูปการ์ตูน ผู้ชายถือแหวนคุกเข่า พอหันหน้าอีกทีก็เห็นชายหนุ่มลงไปนั่งคุกเข่าพร้อมกับส่งแหวานให้เธอพร้อมกับพูดว่า "แต่งงานกับพี่นะ"
เอมรู้สึกตกใจและงงๆ "ต้องใช่แน่ๆ ต้องเป็นวินาทีนี้แหละที่ถูกขอแต่งงานแล้วใช่ไหม"
เธอตกใจร้องไห้เลย น้ำตาเต็มตา หน้าคุณพงศ์ลักเลือนๆ พงศ์ถือแหวนค้างอยู่อย่างนั้น สาวเจ้าก็เอาแต่ขี้แย จนต้องถามซ้ำว่า "ตกลงแต่งไหมครับ"
"ค่ะๆแต่งค่ะแต่ง" ท่ามกลางเพื่อนๆและแขกท่านอื่นๆที่บังเอิญนั่งอยู่ ได้ลุกขึ้นยืนและปรบมือด้วยความประทับใจ
ลูกเขยคนนี้เอาชนะใจพ่อตา พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันที่ดูไบ "อิ๊งว่าพ่อชอบพี่พงศ์มาก" คุณอิ๊งบอก "ตอนกลับ พ่อยังพูดเลยว่า เห็นหน้าพงศ์ก็รู้ว่าเป็นคนดี ใจเย็น พ่อก็ดูโหงวเฮ้งเหมือนกัน"

รถมินิคู่บ่าวสาว ของขวัญจากโอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร ถ่ายที่หน้าบ้านคุณหญิงพจมาน
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์:เรียบเรียง









