ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตั้งสมาพันธ์อาเซียน ยกระดับของชำร่วยไทย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 25 พ.ค. 2555 เวลา 11:04:6 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



ในขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมกำลังปรับตัวเพื่อรับตลาดการค้าเสรีประชาคมอาเซียน หรือ AEC แต่สำหรับสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยได้ออกตัวไปเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการสมาคมของขวัญของชำร่วยในสามประเทศ คือไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย จัดตั้งเป็นสมาพันธ์กิฟต์อาเซียน (Asean Gifts Federation) ขึ้น และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันเป็นปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) เมื่อเดือนตุลาคม 2010 ที่ผ่านมา

โดยมี นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ จากตัวแทนสมาคมของขวัญของชำร่วยไทย เป็นประธานสมาพันธ์กิฟต์อาเซียน (Asean Gifts Federation) คนแรก และจะเริ่มดำเนินการในฐานะสมาคมตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในอาเซียนร่วมกันภายใต้ประชากร 580 ล้านคน

โดยการประชุมในครั้งแรก เป็นการตกลงกันในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระดับประเทศ และระดับอาเซียน เช่น การจัดงานแสดงสินค้าภายในประเทศ รวมทั้งการยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าของขวัญของชำร่วยให้มีมาตรฐาน โดยการจัดทำเครื่องหมายการันตี (TGP Mark) จากนั้นมีการลงความเห็นว่า ทั้งสามประเทศควรจะมีการพัฒนาในส่วนของงานดีไซน์เพิ่มขึ้น โดยทั้งสามประเทศจะมีการจัดกิจกรรม เช่น การประกวด Asean Gifts Design Awards ในระดับประเทศก่อนที่จะขยายไปรวมกลุ่มในระดับอาเซียนต่อไป

นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาในระดับภูมิภาค เป็นศูนย์กลางในการติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนกันและกัน รวมไปถึงการค้าขายกับสมาคมผู้ซื้อในอุตสาหกรรมของขวัญนอกกลุ่มและนอกภูมิภาคต่อไป

สำหรับสมาชิกในสมาพันธ์กิฟต์อาเซียน ประกอบด้วยสิงคโปร์ ซึ่งมีผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ราว 200 ราย ไทย 320 ราย และมาเลเซีย 250 ราย โดยที่ไทยมีความพร้อมในการผลิต การออกแบบมากที่สุด ขณะที่สิงคโปร์เป็นผู้ซื้อมากกว่า

ประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือการสร้างมาตรฐาน หรือการทำเครื่องหมายการันตี (TGP Mark) ในเรื่องของการผลิตและดีไซน์ ช่วยกลั่นกรองสินค้าที่มีคุณภาพ และไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการของขวัญของชำร่วยอย่างมาก เพราะฐานการผลิตส่วนหนึ่งมาจากจีน แต่สินค้าจีนมีการละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้ผู้ซื้อได้รับผลกระทบไปด้วย

สำหรับขั้นตอนในการสร้างมาตรฐาน จะเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบ ซึ่งมาจากสมาคมการพิมพ์สกรีนไทยจะเข้ามาตรวจสอบเรื่องมาตรฐานการพิมพ์โลโก้ และจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเข้ามาให้คำแนะนำให้ความรู้กับผู้ประกอบการ และการสร้างมาตรฐาน

กระบวนการต่อมาจะเริ่มรับสมัคร กลั่นกรอง และให้เครื่องหมายการันตี หรือ TGP Mark ในทุก 2 เดือน โดยจะเริ่มประชาสัมพันธ์ครั้งแรกในงาน Thailand Gifts and Premium Fair 2012 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2555 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งจากงานนี้จะเป็นการรับประกันให้กับซัพพลายเออร์ ลูกค้า ผู้ประกอบการที่เข้ามาในงานนี้ได้สินค้าที่มีมาตรฐานกลับไป

จากนั้นหากต้องการขายในระดับอาเซียน ทางสมาคมจะมีหลักสูตรร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออกให้ความรู้ผู้ประกอบการ เกี่ยวกับการค้าขายในประเทศอาเซียน เรื่องของภาษี มาตรฐานต่าง ๆ เพื่อจะได้ รับรองให้กับผู้ซื้อในอาเซียนต่อไป ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่มีมาตรฐาน ทางสมาพันธ์สามารถถอดเครื่องหมายการันตีในระดับอาเซียนและตราในระดับประเทศออกได้

นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ กล่าวว่า "สาเหตุเกิดจากผู้ซื้อบริษัทใหญ่ ๆ มีคำถามตลอดเวลาว่า ทำไมเวลาซื้อสินค้าพรีเมี่ยมแล้วสินค้าแตกหักเสียหาย ไม่ได้มาตรฐาน

อีกเหตุผลหนึ่ง เป็นการสร้างมาตรฐาน เพื่อป้องกันสินค้าจากจีนซึ่งมีราคาถูก แต่ไม่มีคุณภาพ ช่วยให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสเลือกมากขึ้น"

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่มีการผลิตในเมืองไทยได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทางกรมส่งเสริมการส่งออกจะคัดเลือก เพื่อให้ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai trade อีกด้วย

สำหรับอุตสาหกรรมของขวัญของชำร่วยไทย คาดว่าในปีนี้โตขึ้น 15% อย่างแน่นอน เทรนด์สินค้าซึ่งเป็นที่นิยมในปีนี้คือเสื้อผ้า, กระเป๋า, เครื่องเขียน, Gifts Set, เครื่องใช้สำนักงาน, อุปกรณ์ไอที Eco Trend ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และตะกร้าของขวัญอีกด้วย