ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ผ่าแผนยุทธศาสตร์ "บินไทย" ขุมทรัพย์การเมือง...ยุคใครยุคมัน !

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 28 พ.ค. 2555 เวลา 13:14:45 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


เป็นข่าวดังในรอบสัปดาห์ สำหรับกรณีที่คณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย มีมติเลิกจ้าง นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ประเด็นที่ถูกจับตามองในขณะนี้คือ การจัดซื้อเครื่องบินของสายการบินไทย จำนวน 38 ลำ ตามแผนจัดหาเครื่องบินระยะที่ 2 ปี 2561-2565 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเดือนเมษายน 2554



แม้ประธานบอร์ด "อำพน กิตติอำพน" พยายามให้เหตุผลว่า มาจากปัญหาความไม่มีเอกภาพ และการประสานงานระหว่างบอร์ดกับดีดี ขณะที่ "อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม" ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการประเมินผลการทำงานของนายปิยสวัสดิ์ ชี้แจงเกี่ยวกับผลการประเมินว่า แม้ผลการประเมินจะผ่าน แต่การเลิกจ้างไม่ได้ดูเฉพาะผลประเมินเพียงอย่างเดียว แม้ KPI จะผ่าน แต่ใน KPI ที่ผ่านก็มีดัชนีที่บอกถึง "จุดอ่อน" อยู่ในนั้น การเลิกจ้างเหตุผลก็เป็นไปตามที่ประธานบอร์ดชี้แจง

"ลึกไปกว่านั้น ผมเคารพคุณปิยสวัสดิ์ นับถือท่านมาตลอด มันอธิบายไม่ได้ อย่าให้ผมพูดเลย" ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว

ส่วนกระบวนการสรรหาดีดีคนใหม่จะเริ่มเมื่อใด ต้องรอคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาอย่างเป็นทางการก่อน หลังมีคำสั่งแล้วจึงจะประชุม กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติผู้สมัคร

ในครั้งนั้น ครม.ได้อนุมัติแผนจัดหาเครื่องบินปี 2554-2565 ของ การบินไทย จำนวน 75 ลำ วงเงินรวม 457,127 ล้านบาท ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ประกอบด้วย 1.โครงการจัดหาเครื่องบินระยะแรกปี 2554-2560 จำนวน 37 ลำ วงเงิน 210,602 ล้านบาท พร้อมทั้งเครื่องยนต์สำรอง วงเงิน 5,473 ล้านบาท รวมวงเงิน 216,075 ล้านบาท

2.โครงการจัดหาเครื่องบินระยะที่ 2 ปี 2561-2565 จำนวน 38 ลำ แบ่งเป็นการจัดหาเครื่องบินแบบ Firm Order จำนวน 21 ลำ วงเงิน 125,992 ล้านบาท และการจัดหาแบบ Option Order จำนวน 17 ลำ วงเงิน 103,081 ล้านบาท พร้อมทั้งเครื่องยนต์สำรองวงเงิน 11,979 ล้านบาท รวมวงเงิน 241,052 ล้านบาท

หลังบอร์ดมีมติดังกล่าว หลายฝ่ายมองว่าประเด็นที่เป็นชนวนให้เลิกจ้าง "ปิยสวัสดิ์" ครั้งนี้คือ แผนการจัดหาเครื่องบินใหม่จำนวน 38 ลำ ตามโครงการจัดหาเครื่องบินปี 2561-2565 ที่ได้รับอนุมัติจาก ครม. และอยู่ระหว่างการทบทวนแผน ซึ่งต้องนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติในรายละเอียดอีกครั้ง (ดูตารางประกอบ)

ล่าสุด ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือและพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดการบินไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ในประเด็นแผนระยะยาวการปรับเปลี่ยนฝูงบินให้ทันสมัยระหว่างปี 2555-2561 ว่าจะปลดระวางเครื่องบินเก่า 51 ลำ รวมทั้งเครื่องบินที่นกแอร์เช่า แผนการส่งมอบเครื่องบินใหม่ 56 ลำที่ได้รับการอนุมัติแล้ว โดยซื้อ 26 ลำ และการเช่าดำเนินงาน 30 ลำ

ชนวนปัญหาอยู่ที่ว่า "ปิยสวัสดิ์" เห็นควรจะเริ่มดำเนินการได้แล้ว เพราะหากไม่เริ่มในตอนนี้อาจทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถจัดหาเครื่องบินได้ทันเวลา เนื่องจากความต้องการเครื่องบินในตลาดสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงได้ทำเรื่องเสนอบอร์ดว่าจะมีการดำเนินการจัดหาเครื่องบินใหม่ตามโครงการจัดหาเครื่องบินระยะที่ 2 ปี 2561-2565

และเพื่อให้การบินไทยเดินไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ทั้งสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในกลุ่มธุรกิจองค์กร ลูกค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการ รวมถึงด้านเครือข่ายเส้นทางและฝูงบิน

แต่ประธานบอร์ดกลับมองว่า ตอนนี้ฐานะทางการเงินของการบินไทยไม่ค่อยดี และยังมีความเสี่ยงจึงยังไม่อยากให้มีการจัดหาตามโครงการดังกล่าว ที่สำคัญเห็นว่าควรจะนำเรื่องนี้เสนอ ครม.ชุดปัจจุบันพิจารณาอีกครั้ง

แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า ในที่ประชุมบอร์ดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีเพียงนายปิยสวัสดิ์คนเดียวที่คัดค้านไม่ให้เรื่องการจัดหาเครื่องบินในโครงการเข้าสู่การพิจารณาของครม. ขณะที่บอร์ดคนอื่น ๆ เห็นพ้องกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นโครงการที่มูลค่าการลงทุนสูง

ส่งผลให้ถูกมองว่า "การเมือง" พยายามเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจเลือกเครื่องบินจำนวนดังกล่าวแทนฝ่ายบริหารของการบินไทย โดยเฉพาะยิ่งมีการประเมินว่า การจัดซื้อเครื่องบินแต่ละครั้งจะมีค่าคอมมิสชั่นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3% ของราคาเครื่อง

หากเป็นจริง ค่าคอมมิสชั่นของการซื้อเครื่องบินฝูงนี้จะมีมูลค่าถึงราว 6,000 ล้านบาท

เรียกว่าเป็น "ขุมทรัพย์" ที่หอมหวานไม่น้อยทีเดียว

ไม่เพียงแต่โครงการจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำเท่านั้น ที่ประชุมบอร์ดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมายังมีแผนจัดหาเครื่องบินลำตัวแคบเพิ่มเติมอีก 9 ลำ เพื่อให้เป็นฝูงบินของสายการบินไทยสมายล์

และยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมสำหรับไทยสมายล์อีกตามแผนที่จะมีเครื่องบินแอร์บัส A302-200 จำนวน 11 ลำ เพื่อให้ไทยสมายล์มีจำนวนเครื่องบินใกล้เคียงกับสายการบินคู่แข่งและสามารถแข่งขันในตลาดได้ ซึ่งแผนการจัดหาเครื่องบินของไทยสมายล์จะไม่รวมอยู่ในโครงการจัดหาเครื่องบิน 38 ลำในช่วงปี 2561-2565 แต่อย่างใด

ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่ประเด็นที่หลายฝ่ายประเมินและฟันธงว่า ต้องมีเรื่องของ "ผลประโยชน์" เข้ามาเกี่ยวพันแน่นอน

เพราะองค์กร "การบินไทย" เป็น "ขุมทรัพย์" ใหญ่ของพรรคการเมืองมาทุกยุคสมัย