ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พาไปรู้จักธุรกิจขายกังหันวิดน้ำ เปลี่ยนเทรนด์ เน้นฮวงจุ้ย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 28 พ.ค. 2555 เวลา 19:54:25 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กว่า 10 ปีกับการเป็นผู้ประกอบการ "กังหันวิดน้ำจากไม้ไผ่" ของ นางบุญลือ สืบจากสี หนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตงานไม้และแปรรูปไม้จากจังหวัดนครนายก ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจเธอยังคงหาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพราะจากเดิมที่เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศ เธอเผยว่าขณะนี้คู่แข่งเริ่มรุกคืบและพัฒนาตนเองขึ้นมา

พร้อมกันนั้น เธอเองก็ต้องรักษามาตรฐาน คู่ไปกับการพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง

เพิ่มไอเดีย เพิ่มทางเลือก

บุญลือเล่าว่า เริ่มทำกังหันวิดน้ำตั้งแต่ปี 2546 เพราะว่าในตอนนั้นไม่มีคนทำ ทำให้สินค้าขายได้ดี แต่ปัจจุบันเริ่มมีงานที่ผลิตออกมาเหมือนกัน ทำให้ยอดขายเริ่มลดลง

ในแต่ละปีเธอจึงคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาเสนอแก่ลูกค้า จากแต่เดิมมี 3 แบบคือ คนโยก คนพายเรือ และคนตำข้าว ก็เพิ่มลูกเล่นเป็นคนเลื่อยไม้, ปั่นจักรยาน, ชกมวย, ตีแบดมินตัน เป็นต้น รวมแล้ว

มีให้เลือกกว่า 200 แบบ

ล่าสุดเพิ่งวางขายเมื่อปีที่แล้วคือ กังหันวิดน้ำจากรากไม้ โดยจุดขายของรากไม้อยู่ที่ความคงทนที่อยู่ได้ถึง 5-10 ปี เป็นอีกทางเลือกให้กับลูกค้าที่มีความต้องการเปลี่ยนไปตลอดเวลา

เสริมดวงกับฮวงจุ้ย

เมื่อปีที่ผ่านมาในงานโอท็อป บูทได้รับความสนใจจาก อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ และแนะนำว่ากังหันวิดน้ำถือว่าช่วยในเรื่องฮวงจุ้ยเธอจึงได้แนวคิดใหม่ โดยนำไม้มงคล 4 ชนิด คือ ไม้สัก ไม้คูน ไม้พะยุง

และไม้ขนุนมาประกอบเป็นกังหันวิดน้ำ โดยรับซื้อไม้จาก อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี หรือเมื่อมีใครโค่นต้นไม้เพื่อล้างสวนก็จะนำไม้มาขายให้ถึงที่โดยนอกจากไม้มงคลทั้ง4 แล้วนั้น กังหันวิดน้ำไม้ไผ่

ก็ถูกนำมาใส่ความหมายได้เช่นกัน เพราะกังหันวิดน้ำอยู่ร่วมกับน้ำ ซึ่งในทางฮวงจุ้ยนั้นถือว่าน้ำคือทรัพย์ ขณะที่กังหันวิดน้ำที่มีคนโยก เป็นความเชื่อเรื่องกิจการงานงานดี, คนเลื่อยไม้คือฝ่าฟันอุปสรรค, คนพายเรือ ช่วยเรื่องค้าขายรุ่งเรือง เป็นต้น

เน้นขายมากกำไรน้อย

สำหรับการตลาดจะเน้นขายส่ง โดยจะมีลูกค้าจากจตุจักร ตลาดมีนบุรี และตลาดบางใหญ่มารับไปอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ราคาขายส่ง ขนาดจิ๋วอยู่ที่ 130 บาท ส่วนรากไม้ราคาเริ่มต้นที่ 350-39,000 บาท กังหันวิดน้ำไม้ไผ่ผลิตออกมาเดือนละ มากกว่า 500 ตัวต่อเดือน ส่วนกังหันจากรากไม้อยู่ที่ 250 ตัวต่อเดือน ซึ่งทุกรุ่นได้กำไรเกินกว่าครึ่ง โดยเน้นขายปริมาณมาก กำไรน้อย เพื่อขยายฐานลูกค้าได้รวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันก็หาตลาดเองไปด้วย คือการเสนอขายโดยตรงเมื่อเจอร้านจัดสวนตามที่ต่าง ๆ

"ถ้าเจอร้านที่เอาสินค้าลงได้พี่ก็จะเสนอเขาเลย เริ่มแรกจะให้เขาลองขายตัวสองตัว พอขายได้เขาก็สั่งเพิ่มเอง จากที่เน้นออกงานโอท็อปแล้วรอลูกค้าเข้ามาก็หันมาขายแบบเชิงรุกมากขึ้น บวกกับสินค้าราคาไม่แพง ขายปลีกได้ราคาสูงทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่สั่งซื้ออีก"

ทำให้ตอนนี้กังหันวิดน้ำไม้ไผ่วางขายทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูเก็ต เชียงราย

นอกจากนี้ ยังมีงานจากโรงแรมรีสอร์ต ด้วย ซึ่งเป็นตลาดใหม่ตามความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่เข้ามา เช่น อนันตรา ภูเก็ต, เรือนสร้อยฟ้า รีสอร์ท ชะอำ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายยังต่างประเทศ ทั้งเยอรมนี, อิตาลี, ฝรั่งเศส, อินเดียด้วย

เอสเอ็มอีต้องปรับระบบ

กว่า 10 ปีที่ผ่านมา การลองผิดลองถูกในการผลิต พบว่า "งานยิ่งมากเงินที่ได้ยิ่งน้อย" นอกจากจะต้องเพิ่มกำลังการผลิต เพิ่มเงินค่าล่วงเวลา ถ้างานมากยังต้องปฏิเสธออร์เดอร์อื่น ๆ ที่เข้ามา ระหว่างนั้นไปด้วย

ทางออกก็คือ เธอเปลี่ยนแนวมารับงานลอตเล็ก ซึ่งเงินที่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่า เพราะค่าจ้างเป็นอัตราเดิม ไม่ต้องเพิ่มโอที งานก็ไม่ต้องเร่งด้วย

จากกังหันวิดน้ำไม้ไผ่สู่กังหันจากรากไม้ ไม้มงคล สู่กลุ่มลูกค้าที่เชื่อเรื่องโชคลาง ฮวงจุ้ย ถือเป็นอีกวิธีสร้างความแปลกใหม่ที่เอสเอ็มอีสามารถนำไปปรับใช้ในธุรกิจของท่านได้