ประชาชาติธุรกิจ
คอลัมน์

วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

10 คาถารักษาธุรกิจครอบครัว (คาถาที่ 10) โดยปิยะ ซอโสตถิกุล

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 30 พ.ค. 2555 เวลา 18:14:49 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คาถาที่ 10 จงมีคุณธรรมและความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจ

หลุมกับดัก หลายคนอาจจะคิดว่าข้อนี้ไม่สำคัญนะครับ เรามักมองสั้นๆ บางคนคิดอยากรวยเร็วๆ คิดอยากเอากำไรมากๆ คิดว่าทำผิดนิดหน่อยก็คงไม่มีใครรู้ คิดเอารัดเอาเปรียบคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้บริโภค คู่ค้า หรือผู้ถือหุ้น (ซึ่งก็คือญาติพี่น้อง) เอาเปรียบได้ก็เอา เราคิดว่าเราทำงานหนักแล้วก็ควรจะได้มากกว่าคนอื่น อันนี้เรียกว่าคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่ได้คิดถึงบริษัทที่ช่วยกันก่อสร้างขึ้นมา คิดว่ากำไรจากธุรกิจควรเป็นของตนเองคนเดียว


บางทีเราอาจจะเอาเปรียบหรือแก่งแย่งอำนาจกับญาติพี่น้อง อันนี้ก็เห็นมาเยอะครับ ประมาณศึกสายเลือด บอกได้เลยว่าต้องมีใครสักคนที่ไม่มีคุณธรรมหรืออาจจะทั้งสองฝ่ายก็ได้ นึกแล้วก็น่าเสียดายธุรกิจที่รุ่นก่อนๆ สร้างมาด้วยความยากลำบาก แต่กลับต้องมาจบลงเพราะการสู้รบกันเองภายในครอบครัว

เรื่องแบบนี้มักเกิดขึ้นในครอบครัวใหญ่ๆ ธุรกิจที่มีมูลค่ามากๆ และเริ่มมีผู้เกี่ยวข้องเป็นวงกว้างมากกว่าครอบครัวเดียว มีอา ลุง ป้า รุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 ความเก่งของแต่ละคนต่างกัน บางทีจะรวมตัวแบ่งกันเป็นฝ่าย บางทีปัญหาเกิดขึ้นจากความคิดที่แตกต่างกัน จากเขยหรือสะใภ้ เกิดจากการยุยง ความอิจฉา แต่บางครั้งก็เกิดจากการสื่อความไม่ดี เข้าใจผิด การทะเลาะกัน บางทีต้องขึ้นศาล มีการโกงกัน มีการแยกออกไปทำธุรกิจแข่งกัน บางครั้งรุนแรงขนาดทำร้ายกัน

การไม่มีความซื่อสัตย์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราไม่ได้คิดว่ามูลค่าของชื่อเสียงวงศ์ตระกูลและชื่อเสียงบริษัทนี่มหาศาลเลยนะครับ อาจจะเอาไปค้าขายอะไรไม่ได้ก็จริง แต่เมื่อชื่อเสียงเหล่านี้เสียไปแล้วก็เป็นการยากที่จะกอบกู้กลับคืนมา บางทีก็ทำให้เกิดการทะเลาะกันเองตามมา

 

 

Case 1 ยังจำได้ไหมครับ ครั้งที่ประเทศจีนมีปัญหาเรื่องนมผงส่งออกปนเปื้อนเมลามีน เพราะผู้ผลิตต้องการลดต้นทุน นอกจากนี้ยังมีพวกของเล่นเด็กที่ใช้สีไม่ได้มาตรฐาน มีสารตะกั่ว หรืออาหารสุนัข ยาสีฟันที่ไม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยของประเทศสหรัฐอเมริกา โอ้โห! แต่ละอย่างที่เขาเลือกที่จะตุกติกนี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรเลือกทั้งนั้นเลยนะครับ คนในโลกเรานี้รักเด็กกันมาก รักสุนัขกันมาก ดังนั้นกว่าประเทศจีนจะกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาหรือทำให้คนกลับมาเชื่อถือในสินค้าได้ต้องใช้เวลานานมาก ส่วนบริษัทเหล่านั้นก็ขาดลูกค้ารายใหญ่ทันที และต้องปิดกิจการ ถูกลงโทษติดคุกก็มี เรียกว่ากรรมตามทันตาเลย

หรืออย่างในกรณีของธนาคาร ชื่อเสียงก็มีความสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าเกิดคนไม่มีความมั่นใจเมื่อไหร่ก็เสร็จเลยนะครับ ในเวลา 10 วันนี่อาจโดนปิดได้เลย เพราะคนจะแห่กันไปถอนเงินออกมาไว้กับตัว

Case 2 สมัยวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อปีพ.ศ. 2540 ถ้ายังจำได้ จะมีภาพของฝูงคนไปต่อคิวกันที่หน้าบริษัทเงินทุนยาวเหยียด มีหลายบริษัทที่เอาเงินฝากประชาชนไปปล่อยกู้แบบไม่ระมัดระวังหรือไม่ถูกกฎเกณฑ์ มีการช่วยเหลือพักพวกที่มากู้ บางครั้งมีการเรียกเงินปากถุงซึ่งทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียเป็นการกระทำที่ไม่มีจรรยาบรรณต่ออาชีพทำให้ชื่อเสียงไม่ดี แล้วในสมัยนั้นเขาสร้างความมั่นใจกันอย่างไรเวลามีคนมาขอถอนเงินรู้ไหมครับ เขาก็ต้องเอาเงินสดออกมาเป็นสิบๆ ล้านเลย ออกมาวางหน้าสถาบันการเงิน ใครจะเอาเท่าไหร่เอาไปเลย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าธนาคารยังมีเงิน ที่ไหนได้ข้างหลังไม่มีแล้วนะครับ

ภาพแบบนี้ก็ได้เห็นอีกครั้งเมื่อปีพ.ศ. 2553 ที่กลุ่มประเทศยุโรปรวมถึงประเทศอังกฤษ ที่คนขาดความมั่นใจในระบบธนาคาร เพราะวิกฤตทางการเงินจนรัฐบาลต้องออกมาบอกว่าจะค้ำประกันเงินฝาก 100% ทั้งๆ ที่จริงแล้วมียอดจำกัด

โรงพยาบาลก็เช่นกัน ชื่อเสียงมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ หากมีโรงพยาบาลไหนที่รักษาผิดพลาดหรือคุณหมอวินิจฉัยโรคผิดพลาด จนมีคนไข้ต้องเสียชีวิตและมีข่าวเผยแพร่ออกไป ชื่อเสียงเสียหายทันที และชื่อเสียของหมอเพียงคนเดียวก็อาจทำให้ภาพของโรงพยาบาลนั้นติดลบไปได้ทันทีเช่นกัน เพราะเป็นธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นเป็นหลัก

ลองคิดดูซิครับในการค้าขาย คุณจะเลือกค้าขายกับคนนิสัยไม่ดีไหม มีประวัติไม่ชำระหนี้หรือเหนียวหนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะซื้อจากเราในราคาที่แพงมากก็ตาม เช่น เราขายคนอื่นอาจได้กำไร 2 บาทต่อหน่วย แต่ถ้าขายให้เขาได้กำไร 3 บาท เราจะอยากขายให้เขาไหมครับ ต้องไม่อยากนะครับ เพราะพอถึงเวลาเราอาจจะเก็บเงินไม่ได้บ้าง มีปัญหาบ้าง เราต้องไม่อยากมีปัญหา

การติดต่อกับสถาบันการเงินด้านสินเชื่อก็เช่นกัน อันดับแรกที่เขาดูคือ นิสัย (Character) และชื่อเสียง ถ้าดีเขาก็จะคุยต่อ แถมพอมีปัญหาเขาก็จะช่วยเป็นพิเศษ เพราะมีความจริงใจซึ่งกันและกันที่จะร่วมมือกัน แต่ถ้าเริ่มมาแบบตั้งใจจะโกงแล้วส่วนมากจะลำบากในการหาทางออกร่วมกันได้ ดังนั้นชื่อเสียงสำคัญมากนะครับ หลายบริษัทที่มีปัญหาก็เกิดมาจากเรื่องนี้

ดังนั้น เวลาทำธุรกิจขอให้มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ มีความรักและสามัคคีกับคนในครอบครัวแล้วจะปลอดภัย คอยเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดง่ายๆ ว่าถ้าเราโดนรังแกอย่างที่เราทำกับคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร เราต้องทำธุรกิจตรงไปตรงมา รักษาชื่อเสียงซึ่งระยะยาวจะมีประโยชน์มาก ผู้บริโภคก็จะอยากใช้ผลิตภัณฑ์เรา แถมยังไปบอกต่อและชวนคนอื่นอีกด้วย

ตามหลักการตลาดแล้วไม่มีอะไรดีกว่า Word –of-Mouth อย่างการเก็บสถิติลูกค้าของธุรกิจรับเหมาในเครือซีคอนสร้างบ้านของครอบครัวผม กว่า 30% มาจากการแนะนำต่อๆ กัน มีครอบครัวหนึ่งในหมู่ญาติพี่น้องสร้างบ้านกับเรารวมกันถึง 8 หลัง เรียกว่าตั้งแต่รุ่นคุณปู่เลย ส่วนคู่ค้าก็อยากทำธุรกิจด้วย หลายครั้งเขาจะคิดราคาพิเศษให้ เพราะเขาทำธุรกิจกับเราแล้วสบายใจ สำหรับสถาบันการเงินก็อยากสนับสนุนเพราะรู้ว่าเราจะรักษาคำพูดและจะดูแลการชำระหนี้ เรียกว่าผลบวกอยู่กันไปอีกหลายรุ่น

ผมขออนุญาตยกตัวอย่างการแก้ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัวใหญ่ๆ บ้าง ธุรกิจเยอะๆ สมัยนี้หลายครอบครัวมีการตั้งกฎระเบียบหรือรัฐธรรมนูญหรือมารยาทของการบริหารธุรกิจและบริหารทรัพย์สินที่ทุกคนยอมรับตั้งแต่ต้น มีสภาครอบครัวหรือ Family Council มีคณะกรรมการ บอกได้เลยว่ามีหลายร้อยธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยที่มีการทำแบบนี้ เพื่อลดโอกาสในการทะเลาะกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวรับทราบบทบาทหน้าที่ของตนเอง เท่าที่มีการเปิดเผยและมีระบบที่น่าศึกษาก็คงจะเป็นของตระกูลจิราธิวัฒน์ เจ้าของธุรกิจเครือเซ็นทรัล

ส่วนของที่บ้านผม รุ่นที่ 1 หรือคุณย่าตั้งกฎไว้เลยว่าเขยและสะใภ้ห้ามเข้ามาทำธุรกิจของครอบครัว บริษัทใดบริษัทหนึ่งห้ามมีตัวแทนมาจากครอบครัวเดียวกันเกิน 2 คน เป็นต้น อันนี้ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้โฆษณา แต่เป็นเรื่องจริงครับ หากถามทุกคนในตระกูลผมว่าปรัชญาในการทำธุรกิจของเราคืออะไร เกือบทุกคนจะบอกว่าทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำอะไรไตร่ตรองนานๆ ช้าๆ ยิ่งกว่าเต่า เป็นหอยทากก็ว่าได้ แต่เชื่อว่าเป็นหอยทากที่มั่นคงแข็งแรง เปลือกทำจากหิน Conservative สุดๆ และการทำธุรกิจต้องซื่อสัตย์ อันนี้สอนกันมาตั้งแต่รุ่นคุณย่า แต่ที่สำคัญคือคุณย่ายึดถือปฏิบัติเป็นตัวอย่างและผ่านมารุ่นคุณพ่อคุณอา จนมาถึงรุ่นผม ผมก็เหมือนพวกคุณที่มีภารกิจที่จะต้องบริหารธุรกิจครอบครัวให้มีความก้าวหน้า มีกำไรและที่สำคัญก็ต้องมีความมั่นคงรวมทั้งอยู่ต่อไปอีกหลายเจเนอร์เรชันครับ

 

 

 

 

โปรดติดตามบทส่งท้าย
คาถารักษาธุรกิจครอบครัว
prachachat.net@gmail.com