updated: 31 พ.ค. 2555 เวลา 10:30:32 น.
กทม.ทุบทิ้ง "สถานีตากสิน" เคลียร์พื้นที่วางรางคู่ วงเงิน 700
ล้านบาท รองรับเปิดบริการรถไฟฟ้าต่อขยายเส้นทาง "ตากสิน-บางหว้า" ทุ่มกว่า 100
ล้านผุดวอล์กเวย์ใต้โครงสร้างรองรับคนจาก "ท่าเรือสาทร-สถานีสุรศักดิ์" คาดใช้เวลาสร้าง 1 ปี
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย
"ประชาชาติธุรกิจ" ว่า
กทม.ได้เตรียมแผนแก้ไขปัญหาคอขวดบริเวณสถานีตากสินรองรับการเปิดใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายสายสีลม
(ตากสิน-บางหว้า) ระยะทาง 5.3 กม. ที่เตรียมจะเปิดให้บริการ 2 สถานีแรก ได้แก่
สถานีโพธินิมิตรและสถานีตลาดพลู ในวันที่ 5 ธันวาคม 2555
โดยตัดสินใจยกเลิกการบริการที่สถานีตากสิน ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานีชั่วคราว เพื่อวางรางเพิ่มอีก 1
รางให้เป็นทางคู่วิ่งสวนกันได้ ในอนาคตผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าจะไม่ต้องรอนาน
เนื่องจากตัวสถานีปัจจุบันสร้างทับอยู่บนพื้นที่ก่อสร้างตามที่ออกแบบไว้ตั้งแต่แรก โดยสภา
กทม.อนุมัติเงินก่อสร้างมาแล้วประมาณ 700 ล้านบาท
ขั้นตอนดำเนินงาน
กทม.จะเดินหน้าก่อสร้างทางเลื่อนไฟฟ้า (walk way) ใต้โครงสร้างรถไฟฟ้า
รูปแบบเดียวกับในสนามบินสุวรรณภูมิ
สำหรับประชาชนที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าจากสถานีตากสินไปสถานีสุรศักดิ์มนตรี ระยะทาง 700 เมตร
จะก่อสร้างให้แล้วเสร็จก่อนที่จะทุบสถานีทิ้ง
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางเชื่อมต่อไปยังท่าเรือสาทร และต่อรถโดยสารสาธารณะ
คาดว่าจะใช้งบฯก่อสร้างกว่า 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ กทม.ได้ศึกษาทางเลือก 2 แนวทาง คือ 1)
ยกเลิกสถานีตากสินให้ไปใช้สถานีสุรศักดิ์แทน สร้างทางเลื่อนไฟฟ้ามาแทน 2)
ขยายพื้นผิวจราจรของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา หรือสะพานสาทร ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ฝั่งละ 1 ช่องจราจร
วางรางไว้ตรงกลาง เพื่อคงสถานีไว้เหมือนเดิม แนวทางนี้ต้องประสานขอความร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบท (ทช.)
หน่วยงานที่รับผิดชอบสะพานแห่งนี้ แต่โอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างลำบาก
เพราะการขยายสะพานจะต้องมีการปิดจราจรเพื่อลงไซต์ก่อสร้าง ทำให้มีปัญหาการจราจรติดขัดเพิ่มขึ้น
เพราะสะพานสาทรในปัจจุบันมีปริมาณจราจรที่หนาแน่นอยู่แล้ว
"ดังนั้น แนวทางที่เป็นไปได้มากสุด
คือยกเลิกสถานีตากสิน ให้ใช้สถานีสุรศักดิ์แทน ปัจจุบัน กทม.ได้ออกแบบรางเรียบร้อยแล้ว
เหลือเพียงการก่อสร้างงานวางราง และระบบอาณัติสัญญาณเท่านั้น คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี"
นายอมร
กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจ กทม. กล่าวเสริมว่า
ปัจจุบันสถานีตากสินผู้ได้รับสัมปทานเดิม คือบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี
ขอใช้พื้นที่บริเวณกลางสะพานทำเป็นสถานีชั่วคราว ซึ่งทับซ้อนกับรางที่ได้ออกแบบไว้
ทำให้การเดินรถมีปัญหาการหลีกของขบวนรถ เพราะมีแค่รางเดียว
ทำให้ผู้โดยสารต้องเสียเวลาในการเดินทางในจุดนี้ 10-20 นาที
หากทำเป็นรางคู่ตามที่ได้ออกแบบไว้แล้วจะช่วยแก้ปัญหาคอขวดบริเวณนี้ได้
"การวางรางคู่สำหรับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ช่วงตากสิน-บางหว้า
ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะเหลือระยะเวลาดำเนินการเพียง 7-8 เดือนเท่านั้น
ในช่วงแรกที่ กทม.จะเริ่มทดสอบระบบการเดินรถ 2 สถานีในเดือนธันวาคม 2555 ยังพอรับไหว
เพราะการใช้ความเร็วยังค่อนข้างต่ำ แต่หากมีการเปิดเดินรถเต็มรูปแบบในวันที่ 12 สิงหาคม 2556
อาจมีปัญหาหากการวางรางคู่ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะจะทำให้การเดินรถในบริเวณนี้ต้องหยุดชะลอ"
นายอมรกล่าวและว่า
การตัดสินใจของ กทม.ที่จะยกเลิกสถานีตากสินเพื่อวางรางคู่นั้น
สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะเป็นอำนาจของ กทม.ที่สามารถตัดสินใจได้เลย
เพื่อให้การเปิดใช้ส่วนต่อขยายทำได้ตามเวลาที่กำหนด
และเกิดประโยชน์กับระบบและประชาชนผู้มาใช้บริการ
