ประชาชาติธุรกิจ
สัมภาษณ์และรายงานพิเศษ

วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

"การกลับมาของคนแถว1 ผมเชื่อว่ารัฐบาลจะแข็งแกร่งขึ้น มันจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 31 พ.ค. 2555 เวลา 11:01:03 น.

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ...คลิกอ่าน

"สุวัจน์-นิพิฏฐ์" ทำนาย 111 คัมแบ็ก ตราบใดไม่ปรองดอง...หยุดทุกอย่าง


สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม"55 ร้อนที่สุด ครบเครื่องที่สุด

ทั้งใน-นอกสภาผู้แทนฯ และใน-นอกพรรคเพื่อไทย เคลื่อนไหวทุกองคาพยพ

ทั้งเรื่อง "ปรองดอง" ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองถูกผลักดันเข้าสู่วาระการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร โต้กับพลังเสียงข้างน้อยใน-นอกสภา ผนึกกำลังต่อต้าน คัดค้าน

เกมแก้ไขมาตรา 112 ของคนเสื้อแดงสายปัญญาชน ขมึงเกลียวกดดันรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ผสมโรงด้วยกิจกรรมการเมืองของบ้านเลขที่ 111 ที่พ้นโทษการเมือง วันที่ 31 พฤษภาคม 55 ยิ่งขับเน้นให้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงยิ่งขึ้น

"สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" แกนนำพรรคชาติพัฒนา หนึ่งในคนบ้านเลขที่ 111 เชื่อว่าการกลับมาของคนแถว 1 จะเป็นคุณูปการต่อรัฐบาลใน 3 ด้าน

1.เป็นประโยชน์ต่อระบอบเศรษฐกิจ 2.เป็นประโยชน์ต่อระบอบการเมือง และ 3.เป็นประโยชน์ต่อสังคม

เหตุผลที่ "สุวัจน์" มองเช่นนั้นเพราะ 111 เป็นขุนพลมีประสบการณ์เยอะ

"ผมเชื่อว่ารัฐบาลจะแข็งแกร่งขึ้น มันจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน"

"งานในสภาก็จะเกิดความเรียบร้อย จะมีความปรองดอง ผมเชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศในสภาดีขึ้น ต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและเรื่องปรองดองมาก ๆ แต่ตราบใดที่ไม่ปรองดองก็หยุดทุกอย่าง"

"คิดว่าคนบ้านเลขที่ 111 คือบุคคลรุ่นที่ 2 ทางการเมือง เช่น ผมเข้ามาสมัยการเมืองปี 2531 เข้าไปกราบ ม.ร.ว.

คึกฤทธิ์ (ปราโมช) ผมก็รู้สึกว่าผมเป็นนักการเมืองรุ่นหลัง ท่านเป็นนักการเมืองรุ่นอาวุโสรุ่นที่ 1 คนในบ้านเลขที่ 111

น่าจะถือว่าเป็น second generation ของระบบการเมืองประเทศไทย"

"เมื่อพ้นโทษแบนแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี ตอนนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ ผมตั้งใจผมต้องกลับมาช่วยประเทศผม จุดไหนเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด แล้วผมจะไปอยู่จุดนั้น นี่คือหลักคิดของผมหลังจากพ้นบ้านเลขที่ 111"

ความเห็นแง่บวกของ "สุวัจน์" แตกต่างจากมุมมองของ "นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่แบ่งผลลัพธ์การเมืองหลังคนบ้านเลขที่ 111 กลับมาเป็น 2 ระดับ 1.คือการเมืองระดับรัฐบาล กับ 2.คือการเมืองระดับประเทศ

1.การเมืองระดับรัฐบาลจะทำให้รัฐบาลเข้มแข็งมากขึ้น มีตัวเลือกหลากหลาย 2.การเมืองระดับประเทศก็จะช่วยให้มีความประนีประนอมรอมชอมมาก

"นิพิฏฐ์" บอกว่า "ผมเป็นผู้แทนราษฎรมา 20 ปี ซึ่ง 5 ปีหลังต่างจาก 15 ปีแรกที่ผมเป็นผู้แทนฯมา เพราะ 5 ปีหลังมันไม่มีการประนีประนอม มันมีความขัดแย้ง มีความรุนแรงทางความคิดเยอะมาก ๆ แต่ คน 111 กับผมท้ายที่สุดแล้วคุยกันได้ ไม่ว่าคอขาดบาดตายยังไงคุยแล้วต้องจบ แต่ ณ วันนี้หลังประชุมสภาเสร็จแล้วก็คุยกันไม่ได้"

"5 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองเปลี่ยนจริง ๆ อย่าไปคิดว่าเมื่อไรประเทศจะคืนสู่สันติ มันไม่มีทางเป็นไปได้"

"มันต้องยอมรับว่าวันนี้พรรคเพื่อไทย ผู้แทนฯไม่ได้คุมมวลชน แต่มวลชนคุมพรรค ลองให้ 111 ไปทะเลาะกับณัฐวุฒิ

ดูซักคำสองคำสิ ลองไปอีสานสิ แล้วบอกว่าเป็นปฏิปักษ์กับคนเสื้อแดง ท่านสอบตกนะ ถ้าไปแตะมวลชนคุณล้มเลย"

"เมื่อ 111 เข้ามาตอนนี้ รัฐบาลอาจจะเข้มแข็งขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลมีปัญหากับมวลชน รัฐบาลก็ล้ม เพราะมันขึ้นอยู่กับมวลชนที่อยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองพรรคใหญ่นี้"

เป็นความคิด-ความเห็นของ "สุวัจน์" และ "นิพิฏฐ์" 2 คน 2 มุมมองที่มีพรรษาทางการเมืองไล่เลี่ยกัน มีทั้งเห็นเหมือนและเห็นแย้ง แต่มีบทสรุปที่ตรงกันคือ การกลับมาของ 111 ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้มแข็งขึ้น