updated: 31 พ.ค. 2555 เวลา 16:45:14 น.
สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศทุ่มงบประมาณแล้วนับแสนล้านหยวน พยุงเศรษฐกิจให้คงเติบโตตามเป้า หลังสู้กับเงินเฟ้อในประเทศจนอ่อนแรง แถมส่งออกลดเพราะภาวะวิกฤตหนี้สาธารณะในกลุ่มยูโรโซน
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีนว่า รัฐบาลกลางของจีนที่กรุงปักกิ่ง ได้ประกาศทุ่มงบประมาณ 66,000 ล้านหยวน หรือเกือบ 300,000 ล้านบาท ในโครงการก่อสร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย ทำนองเดียวกับหมู่บ้านเอื้ออาทรของไทย พร้อมด้วยนโยบายสนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเป็นเงินถึง 26,500 ล้านหยวน ควบคู่กับนโยบายต่างๆ อีกมากมายหลายด้าน เพื่อที่จะกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ส่อเค้าชะลอตัว โดยเฉพาะด้านการส่งออกของประเทศ จนอาจทำให้อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ต่ำกว่าเป้าที่รัฐบาลประกาศไว้ที่ระดับ 7.5 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจีนเปิดเผยว่า ภาวะเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน เมื่อดูจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ในไตรมาสแรกนั้น ปรากฏว่าเติบโตขึ้นถึง 8.1 เปอร์เซ็นต์ แต่นับว่าต่ำสุดในรอบ 3 ปี ในขณะที่กำลังผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศ เดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็เติบโตน้อยที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์การเงินโลกเมื่อปี 2008 พร้อมด้วยตัวเลขส่งออกที่ลดต่ำ
นอกเหนือจากการทุ่มงบประมาณดังกล่าวแล้ว รัฐบาลกลางของจีนยังได้อนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินที่เมืองนานกิง โครงการก่อสร้างสนามบินในประเทศอีก 6 แห่ง โครงการก่อสร้างสถานีผลิตไฟฟ้าพลังงานลม พลังน้ำตลอดจนพลังงานทางเลือกอื่นๆ อีกหลายโครงการ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้บริหารกรุงปักกิ่ง มหานครเซี่ยงไฮ้ เมืองฟูโจว ได้ประกาศเร่งรัดการก่อสร้างทางด่วนพิเศษพร้อมระบบรถไฟฟ้าใต้ดินในเมืองของตน ส่วนเมืองอื่นๆ ก้ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง ให้ปรับปรุงโรงพยาบาล ระบบบำบัดน้ำเสีย ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคอย่างทันควัน เช่นเดียวกับการอนุมัติโครงการก่อสร้างโรงถลุงเหล็กใหม่หลายแห่ง รวมทั้งโครงการก่อสร้างโรงกลุงเหล็กใหม่ของบริษัทเป่าสตีล ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่สุดของประเทศ มูลค่า 64,000 ล้านหยวน ทั้งๆ ที่รัฐบาลท้องถิ่นยังคงมีหนี้ติดค้างจากการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จนแทบจะชำระเงินกู้คืนให้กับธนาคารของรัฐไม่ไหว และรัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่ง ได้เข้าควบคุมเข้มงวดมากขึ้นก่อนหน้านี้
"เชื่อแน่ว่าอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในจีนในช่วงครึ่งหลัง จะดีกว่าช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เพราะการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจเที่ยวนี้ หาไม่แล้ว อัตราเติบโตก็มีสิทธิโน้มต่ำลงอีก" นายจาง จวี้เว่ย นักวิเคราะห์เศรษฐกิจของสำนักวิจัยเศรษฐกิจโนมูระในกรุงปักกิ่ง กล่าว ขณะที่นักวิเคราะห์ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเชื่อว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน จะเห็นผลได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมหรือเดือนกันยายนเป็นต้นไป โดยจีนคงพร้อมที่จะยอมรับภาวะเงินเฟ้อสูงระลอกใหม่ เช่นเดียวกับครั้งที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังเกิดวิกฤตสินเชื่อเมื่อปี 2008 จนเกิดภาวะเงินเฟ้อที่สูงถึง 6.5 เปอร์เซ็นต์ และดัชนีราคาอาหารที่พุ่งขึ้นถึง 14.8 เปอร์เซ็นต์ สูงสุดในรอบ 37 เดือน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่แล้ว ก่อนที่จีนจะได้ดำเนินมาตรการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ จนลดระดับลงมาเหลือ 3.4 เปอร์เซ็นต์ ต่ำเป้าเงินเฟ้อที่รัฐบาลตั้งไว้ ไม่ให้เกิน 4.0 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
(ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 31 พ.ค.2555)