ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ก.พ.ชงรื้อโครงสร้าง ขยายอายุเกษียณข้าราชการ พุ่งเป้ากลุ่มวิชาชีพแก้คนสูงวัยล้นประเทศ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 31 พ.ค. 2555 เวลา 17:59:07 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ก.พ.ชงรื้อโครงสร้างอายุข้าราชการรับวิกฤตคนขาด เสนอยืดเกษียณอายุจาก 60 ปี เป็น 62-64 ปี พุ่งเป้ากลุ่มขาดแคลน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และที่ผลิตไม่ทันทั้งแพทย์ วิศวกร สถาปนิก นักวิชาการ-นักวิจัย ช่างสิบหมู่ ผู้เชี่ยวชาญไอที ฯลฯ เดินหน้าใน 1 ปี




นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ก.พ.อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประชากร หลังพบว่าประชากรผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในปี 2572 หรืออีก 17 ปีข้างหน้า ตัวเลขผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากคนอายุยืนขึ้น ขณะที่อัตราการเกิดน้อยลง ดังนั้นหากไม่มีการเตรียมการแต่เนิ่น ๆ จะเกิดปัญหาตามมา ก.พ.จึงมีแนวคิดจะแก้ไขกฎระเบียบ โดยขยายอายุราชการเกษียณ จากปัจจุบันกำหนดไว้ช่วงมีอายุครบ 60 ปี เป็นให้เกษียณอายุราชการที่ 62-64 ปี

โดยจะเน้นไปที่สาขาวิชาชีพซึ่งอาจประสบปัญหาขาดแคลนในอนาคต หรือวิชาชีพที่หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจไม่สามารถผลิตบุคลากรได้ทัน หรือไม่เพียงพอ อาทิ แพทย์ นักวิชาการ นักวิจัยพืชสวน สาขาการเกษตร ผู้เชี่ยวชาญศิลป์ อย่างเช่นช่างสิบหมู่ วิศวกร สถาปนิก เป็นต้น ส่วนที่ไม่สามารถผลิตบุคลกรได้ทัน เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านไอซีที แนวทางแก้ไขอาจต้องเปิดโอกาสด้วยการรับบุคลากรจากภายนอกเข้ามาทำงานในหน่วยงาน

"ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือกรมวิชาการเกษตรกำลังขอทบทวนการเกษียณอายุราชการ เพราะขาดแคลนกำลังคน อีกหน่วยงานหนึ่งคือกรมศิลปากร ที่จะขยายอายุเกษียณของช่างสิบหมู่ แต่ต้องมาหารือร่วมกันก่อนว่ามีแนวทางอย่างไร เพราะตอนนี้เรากำหนดไว้ 2 แนวทาง คือการต่ออายุราชการ กับเพิ่มเงินวิชาชีพ ส่วนที่ต่ออายุราชการไปแล้ว มีกรมที่ดิน เนื่องจากวิศวกรใหญ่ขาดแคลน สร้างคนไม่ทัน เราจึงต่ออายุราชการให้ และเพิ่มค่าวิชาชีพให้ทดแทน"

นายนนทิกรกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้หารือเรื่องนี้กับหลายหน่วยงาน อาทิ กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงแรงงาน รวมทั้งสถาบันการศึกษาที่มีสำนักวิจัยประชากร อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ฯลฯ ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกับแนวคิดของ ก.พ. ขั้นตอนต่อจากนี้ไปจะใช้เวลาศึกษาวิจัยเพิ่มเติมอีกประมาณปีเศษ ๆ เพราะส่วนตัวเห็นว่าก่อนหน้านี้มีหลายหน่วยงานศึกษาเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ โดยอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ ก.พ.ไปศึกษารวบรวมเพื่อประมวลผลการวิจัย เพื่อจะได้นำมาต่อยอด ทั้งหมดนี้ใช้เวลาศึกษารวบรวมข้อมูลประมาณ 1 ปี จากนั้นจะผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันกำลังพลภาครัฐมีอยู่ประมาณ 2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการพลเรือนที่ ก.พ.รับผิดชอบดูแลอยู่ 4 แสนคน อีก 6-7 แสนคนนั้นเป็นข้าราชการครู ที่เหลือเป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร และลูกจ้างประเภทต่าง ๆ โดยอายุเฉลี่ยของข้าราชการอยู่ที่ 42 ปี แต่ถ้าเจาะลงลึกในตำแหน่งระดับสูง จะพบว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าข้าราชการระดับสูงจะเกษียณอายุราชการเกือบหมด ส่งผลให้ช่องว่างของราชการใหญ่มากขึ้น

นายนนทิกรกล่าวต่อว่า การเกษียณอายุราชการปีหนึ่ง ๆ ประเภทพลเรือนประมาณ 3-4 พันคน จากอัตราข้าราชการที่มีอยู่ 4 แสนคน คิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนข้าราชการทั้งหมด ถ้าเป็นข้าราชการทั่วประเทศจะเกษียณปีละ 2 หมื่นคน

"40 ปีที่แล้ว อายุเฉลี่ยของคนไทยอยู่ระหว่าง 52-55 ปี อัตราการเกิดในเวลานั้นยังสูงอยู่ประมาณ 1% กว่า ๆ จึงมีการตั้งอายุเกษียณราชการไว้ที่ 60 ปี ซึ่งมีผู้ได้รับบำเหน็จ บำนาญไม่มาก ไม่เป็นภาระต่องบประมาณมากนัก แต่ในปัจจุบันอัตราการเกิดต่ำกว่า 0.5% คนมีอายุยืนขึ้น อายุเฉลี่ยของคนปัจจุบันอยู่ที่ 72 ปี ทำให้สังคมมีผู้สูงอายุจำนวนมาก"

ผลกระทบที่ตามมาคือประชากรในวัยแรงงานหนึ่งคน ต้องดูแลผู้สูงอายุ 2 คน หรืออัตรา 1 ต่อ 2 ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดีจะมีผลกระทบหลายด้านตามมา เพราะปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียอย่างญี่ปุ่นประสบปัญหาหนักสุด ในส่วนของประเทศไทยกำลังจะเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน ดังนั้น ถ้าจะมีการขยายอายุราชการ เนื่องจากอายุเฉลี่ยของคนปัจจุบันอยู่ที่ 72 ปี ก็น่าจะขยายอายุเกษียณอายุราชการที่ประมาณ 62-64 ปี

ก.พ.จึงได้จัดตั้งแนวทางวิจัยเกี่ยวกับอายุค่าเฉลี่ยของข้าราชการ เพื่อหาแนวทางขยายอายุเกษียณของราชการออกไปอีก เพราะมองว่าราชการเป็นผู้นำทางการตลาดในตลาดแรงงาน ถ้าข้าราชการมีการขยายอายุราชการออกไป ภาคเอกชนก็จะขยายการเกษียณอายุของพนักงานตามไปด้วย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในเรื่องเกษียณอายุราชการมี 2 อาชีพที่ได้ต่ออายุราชการไปแล้วคือศาล อัยการ วิชาชีพเฉพาะทาง เช่น แพทย์ นักกฎมายในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่ออายุให้ไม่เกิน 70 ปี โดยจะต่อเป็นช่วง ๆ คือ 4 ปี 3 ปี กับอีก 3 ปี โดยต้องเป็นตำแหน่งนักวิชาการ ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งบริหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหน่วยงานที่มีอายุเฉลี่ยข้าราชการสูงสุด อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร 47.4 ปี, กรมศุลกากร 47 ปี, กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 46.9 ปี, สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 46.77 ปี, สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย 46.74 ปี, กรมพลศึกษา 46.68 ปี ฯลฯ ส่วนที่มีอายุเฉลี่ยน้อยสุด อาทิ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ 35.19 ปี, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 35.84 ปี, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 37.31 ปี, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 37.57 ปี, สำนักงานกิจการยุติธรรม

37.71 ปี ฯลฯ