ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กรมศุลบี้60บริษัทนำเข้ารถหรู ดีเดย์ก.ค.นี้รื้อเกณฑ์ราคาใหม่

updated: 03 มิ.ย. 2555 เวลา 09:31:29 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

อธิบดีศุลกากรไล่ทุบผู้นำเข้ารถ "เกรย์มาร์เก็ต" หลบเลี่ยงภาษี สำแดงเท็จ รื้อระเบียบคำสั่ง 317 อุดช่องโหว่ใช้ราคาอ้างอิงจากเว็บไซต์ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมปรับวิธีการคำนวณราคาต้นทุน ดีเดย์ ก.ค.นี้เอาจริงตามระเบียบใหม่ ลุยตรวจเข้ม 60 บริษัทเข้าข่ายน่าสงสัย

 

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังจากที่กรมศุลกากรได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบผู้นำเข้ารถอิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) เรื่องการสำแดงราคากลางต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างเข้มงวดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มีการร้องเข้ามาที่กรมถึงปัญหาความปั่นป่วนของตลาดและความไม่ชัดเจน ทั้งนี้คาดว่าในเดือน ก.ค.นี้เป็นต้นไป การปรับปรุงระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงหลักคิดการจัดทำฐานราคา ราคาทดสอบรถยนต์นำเข้าแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ จะเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด

การปรับปรุงที่ว่า จะมี 2 ส่วนด้วยกันก็คือ การปรับปรุงแก้ไขคำสั่ง 317 ที่เป็นวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการตรวจปล่อยรถยนต์นำเข้า และการกำหนดตัวเลขการคิดต้นทุนราคาสินค้าที่แท้จริง ซึ่งส่วนนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลทั้งจากต่างประเทศ ผู้นำเข้า และเอเย่นต์ต่าง ๆ มาประกอบกัน เพื่อให้สะท้อนราคาที่แท้จริงมากที่สุด

"เราปรับปรุงคำสั่งที่ 317 ใหม่ ซึ่งเป็นคำสั่งกรมศุลฯเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ที่อนุญาตให้ผู้นำเข้าสามารถนำราคาที่แสดงอยู่บนเว็บไซต์เป็นหลักฐานประกอบการสำแดงราคา ซึ่งยอมรับว่าของเดิมมีช่องว่างทำให้ผู้ประกอบการไปหาราคามาอ้างอิงจากเว็บไซต์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อให้เป็นผลประโยชน์กับตัวเอง แต่ปัจจุบันเราก็ปรับปรุงแล้ว และอีกตัวที่ต้องปรับปรุงคือ เดิมเราใช้หลักคิดว่านำราคาขายปลีกในต่างประเทศ มาหักด้วยค่าใช้จ่าย 42-43% ตามโซน แต่พอหักเป็นโซนยุโรป ปรากฏว่าราคาออกมาต่ำกว่าของเดิมอีก ทำให้ต้องคิดใหม่ คราวนี้จะใช้แต่ละประเทศเลย จากเดิมที่เป็นโซนยุโรป อเมริกา ก็ให้แคบลงอีก จะได้สะท้อนราคาที่แท้จริง"

หลังจากนี้การที่ผู้ประกอบการจะอ้างราคาขายปลีกในต่างประเทศโดยใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์นั้น จะต้องเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการรับรองจากสำนักมาตรฐาน พิธีการ และราคา (สมพ.) ของกรมศุลกากรด้วย นอกจากนี้การปรับปรุงคำสั่ง 317 จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบละเอียดมากขึ้น โดยทุกชิปเมนต์จะต้องนำมาเทียบเคียงกับฐานราคาก่อน จากเดิมหากเจ้าหน้าที่ไม่สงสัยว่ามีการสำแดงราคาต่ำ เพราะมีการแสดงหลักฐานการซื้อขายถูกต้อง ก็จะปล่อยไปเลย

"เราก็พยายามอุดช่องว่าง ต้องให้เจ้าหน้าที่หน้างานมีหลักพิงด้วย ว่าที่ขอเอกสารเพิ่มเติมเพราะอะไร เพราะดูราคาทดสอบแล้วห่างกัน ไม่เช่นนั้นก็จะถูกมองว่าดึงเรื่องไว้เพราะมีอะไรหรือเปล่า" นายสมชายกล่าวเพราะเมื่อเข้ามารับตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร เมื่อปลายปี 2554 ก็ได้รับนโยบายให้เข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับรถจดประกอบ และเกรย์มาร์เก็ต ที่มีรถยนต์บางรุ่น บางยี่ห้อ สำแดงราคานำเข้าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการให้ สมพ. จัดทำราคาทดสอบของรถแต่ละรุ่นออกมา เพื่อพิสูจน์ราคาซื้อขายจริง เนื่องจากทางกรมไม่รับราคาที่ผู้ประกอบการสำแดง

นายสมชายกล่าวว่า การดำเนินการของกรมเป็นไปภายใต้เงื่อนไขกฎเกณฑ์ของ WCO หรือเวิลด์คัสตอม ออร์แกไนเซชั่น ที่ต้องอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยปล่อยสินค้าออกไปก่อน แล้วจึงให้สำนักตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยไปดำเนินการตรวจสอบภายหลัง ซึ่งจากการประเมินความเสี่ยงก็พบว่า มีถึง 60 บริษัทที่เข้าข่ายน่าสงสัย ขณะนี้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว 30-40 บริษัท บางแห่งเป็นบริษัทห้องแถว แต่ตรงนี้ทำได้แค่ปรับตามกฎหมายศุลกากร คือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ในกรณีที่ไม่เก็บเอกสารที่จดแจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ ก็ทำได้แค่นั้น แล้วก็ให้ติดแบล็กลิสต์ไว้

"หลังตรวจสอบหลังการตรวจปล่อยก็พบกว่า 40 ชิปเมนต์ที่มีปัญหา สำแดงราคาเท็จก็มีการเรียกชำระเพิ่มกว่า 40 ล้านบาท ก็เพิ่มขึ้นตลอด" นายสมชายกล่าว

"อย่างไรก็ดีแม้ว่าการปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ราคากลางรถเกรย์มาร์เก็ตก็เพิ่มขึ้น 20-30% เมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อน" นายสมชายกล่าว เพราะบางรุ่นบางยี่ห้อที่ราคาต่างกับรถในตลาดมาก กรมก็ปรับขึ้นให้ใกล้เคียง เพราะราคาที่ปรับขึ้น 10% จะทำให้ภาษีเพิ่มขึ้น 30% เพราะรถคันหนึ่งจะเสียภาษี 200-300% (รวมภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

กรณีที่ผู้ประกอบการระบุว่า ที่ผ่านมากรมศุลฯมีการเรียกเก็บอากรเพิ่มไปแล้วนั้น แต่เนื่องจากกรมศุลฯเห็นว่าราคาซื้อขายที่ทางผู้ประกอบการนำมายืนยันยังไม่สะท้อนราคาที่แท้จริง แต่ตามกระบวนการภายใต้แกตต์ก็ต้องตรวจปล่อยสินค้าไปก่อน ซึ่งหลังจากนั้นทางกรมศุลฯก็มีกระบวนการตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย (โพสต์ออดิท) ที่เป็นขั้นตอนตามปกติที่ปฏิบัติอยู่แล้ว

"ถ้ายืนอยู่บนพื้นฐานความจริงของราคาทดสอบ ผู้ประกอบการก็จะไม่เดือดร้อน ซึ่งเราในฐานะผู้ปฏิบัติก็ต้องยึดกฎ กติกา โดยที่ผ่านมาเราก็ผ่อนผันให้เวลาปรับตัวมาหลายเดือนแล้ว ดังนั้นเมื่อถึงเดือน ก.ค. ระเบียบต่าง ๆ ออกมาสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ก็จะมีหลักอ้างอิง เราทำพร้อมกันหลายด้าน ซึ่งถ้าผู้ประกอบการยืนยันได้ว่าสุจริต ก็จะไม่เดือดร้อน เพราะเราก็ระมัดระวังไม่ให้กระทบกับผู้สุจริตอยู่แล้ว" อธิบดีกรมศุลฯกล่าว

ก่อนหน้านี้ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ระบุว่า ตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำด่านกรมศุลกากร ระดับ 7 ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ด่านคลองเตย ด่านระยอง ฯลฯ ประมาณ 40 คน เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนำเข้ารถยนต์หรูราว 5,000 คัน แบ่งเป็น รถยุโรป 1,500 คัน มินิคูเปอร์ 600 คัน รถญี่ปุ่น 2,000-3,000 คัน มูลค่าความเสียหายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า 222 บริษัท ซึ่งเชื่อว่าบางส่วนเปิดบริษัทบังหน้าและไม่มีตัวตนจริง

ทั้งนี้ อธิบดีกรมศุลฯยอมรับว่า กรณีที่ ป.ป.ท.ออกมาระบุว่า เรื่องนี้มีการทำกันเป็นขบวนการ และมีเจ้าหน้าที่กรมศุลฯเกี่ยวข้องด้วย ว่ามีความเป็นไปได้ที่เป็นขบวนการ ซึ่งกรมมีข้อมูลอยู่แล้ว โดยในด้านผู้ประกอบการก็ต้องตรวจสอบตามกระบวนการต่อไป และส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ก็ต้องมาพิจารณา ยืนยันว่าไม่ปกป้องถ้าทำผิด แต่คิดว่าคงไม่ใช่ว่ามีเจ้าหน้าที่ทำผิดทั้งหมด เพราะ ป.ป.ท.ใช้วิธีคิดจากจำนวนใบขน และตัวเลขความเสียหายเป็นหมื่นล้านบาทที่ ป.ป.ท.พูดถึงก็คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่มีบางรุ่น บางยี่ห้อเท่านั้นที่มีปัญหา