updated: 04 มิ.ย. 2555 เวลา 15:50:35 น.
ภาวะเศรษฐกิจ การเมืองไทย ขณะนี้มีหลายประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
ทั้งราคาสินค้า เงินเฟ้อ รวมไปถึงสถานการณ์การเมือง หลังจากอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 ชีวิต
หรือ "บ้านเลขที่ 111" ถูกปลดแอกตั้งแต่สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นักธุรกิจใหญ่อย่าง "บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา" ประธานเครือสหพัฒน์
มองว่านโยบายเศรษฐกิจไทยขณะนี้ดำเนินการมาถูกทาง ทุกอย่างบริหารจัดการได้ดี
อย่างค่าเงินบาทที่สามารถควบคุมได้ระดับนี้ถือว่าดีแล้ว ส่วนอัตราดอกเบี้ยไม่ควรสูงเกินไป
แต่ที่เป็นกังวลคือราคาเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นบ้าง จากเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทุกคนขึ้นราคา
ซึ่งสหพัฒน์ยืนยันว่าจะไม่มีการขึ้นราคาสินค้า และคาดว่าจะตรึงได้จนถึงสิ้นปีนี้
"ทุกคนขึ้นราคา แต่เราไม่อยากขึ้น
ดังนั้นถ้าสหพัฒน์สามารถเก็บอยู่คือไม่ขึ้นราคา คนอื่นเขาก็มองอยู่ เขาก็ไม่กล้าขึ้น
อย่างงานสหกรุ๊ป เอ็กซ์ปอร์ต ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย.-ก.ค.
สินค้าที่มาในงานนี้เราก็ไม่ขึ้นราคาเลย ให้คนได้แฮปปี้"
สำหรับงานสหกรุ๊ป เอ็กซ์ปอร์ต ครั้งที่ 16 นี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Heal The World 2012
รักษ์โลกของเรา โดย
แนวโน้มผลิตภัณฑ์ของเครือสหพัฒน์ที่จะนำมาแสดงในปีนี้จะเน้นเรื่องสุขภาพ
สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น อาทิ
กลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะเปิดตัวราเมง และเส้นหมี่หมูตุ๋น ซึ่งมีแคลอรีต่ำ
หรือในกลุ่มเครื่องดื่มเบเนคอลก็จะออกสินค้าใหม่ที่เป็นกาแฟเพื่อสุขภาพ
ขณะที่ฟาร์มเฮ้าส์ก็จะเปิดตัวขนมปังโฮลวีตและโฮลเกรน
เพื่อสอดรับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้น
โดยเขาคาดหวังว่า งานในปีนี้จะมีคนมาร่วมงานมากกว่า 1 ล้านคน
จากปีที่แล้วที่มีคนให้การตอบรับราว 1 ล้านคน
"บุณยสิทธิ์" มองว่าขณะนี้แรงกดดันต่าง ๆ
เริ่มผ่อนปรนแล้ว จากราคาน้ำมันที่ลดลง ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่น่าห่วง แม้ต้นทุนต่าง ๆ
จะเพิ่มขึ้นจากค่าแรง แต่บริษัทพยายามลดต้นทุนต่าง ๆ ลง
ส่วนหนึ่งมาจากที่ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ด้วยการลดภาษีนิติบุคคล
ทำให้สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้
เรายังมั่นใจว่าถึงสิ้นปีทั้งเครือจะสามารถเติบโตได้ 10% จากที่ 5 เดือนแรกสามารถเติบโต
10%
"ตอนนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น
เหมือนขึ้นเขาไม่น่าห่วง เหมือนรถที่กำลังวิ่งอยู่บนไฮเวย์ หรือมอเตอร์เวย์
แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนขับรถว่ามีประสบการณ์ขนาดไหน ดูใบขับขี่ว่ามีประสบการณ์กี่ปี
แต่ขอแค่คุมไม่ให้เกิดอุบัติเหตุก็เก่งแล้ว"
มากกว่านั้น
ประธานเครือสหพัฒน์ยังพูดถึงการลงทุนในพม่า ที่เครือสหพัฒน์จะมีการเข้าไปตั้งสวนอุตสาหกรรมที่พม่า
เพื่อรองรับกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า
"ประเทศกลุ่มอาเซียนที่สนใจก็คือ ย่างกุ้ง พม่า
ทั้งในลักษณะของการร่วมทุนและซื้อกิจการ เรามีแผนอยู่แล้ว แต่ต้องรอดูความพร้อมของพม่า
ไม่ได้เอาโรงงานทุกโรงเข้าไปพร้อมกัน แต่ทยอยเข้าไป เราสนับสนุนทุกโรงงาน โรงงานไหนพร้อมก็เข้าไปก่อน
แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกโรงงานจะไป เพราะไฟฟ้าที่พม่าไม่เพียงพอ คาดว่าจะใช้งบฯลงทุน 3,000 ล้านบาท
ใกล้เคียงกับงบฯที่ใช้ที่สวนอุตสาหกรรมศรีราชา"
"บุณยสิทธิ์" ขยายความว่า
การเข้าไปตั้งสวนอุตสาหกรรมครั้งนี้ จะมีลักษณะเดียวกับสวนอุตสาหกรรมศรีราชา จ.ชลบุรี
ซึ่งเป็นศูนย์ผลิตและกระจายสินค้าที่มีโรงงานรวมกันกว่า 100 แห่ง
เป้าหมายของเครือสหพัฒน์ก็คือ
เลือกพม่าเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าและอาหารไปยังอาเซียนและทวีปยุโรป
เนื่องจากต้นทุนค่าแรงถูกกว่า ซึ่งปัจจุบันทั้งเครือมีสัดส่วนส่งออกอยู่ที่ 20-30%
"เศรษฐกิจ การเมืองไทยยังดีกว่าประเทศอื่น ทุกประเทศก็มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ
แต่ไทยดีกว่าประเทศอื่น ๆ เพราะมีพื้นฐานดีกว่า ผมเห็นการเมืองมีความสามัคคี
ถ้าขัดแย้งมากก็กระทบเศรษฐกิจ ถ้าสามัคคีกันเมื่อไร เมืองไทยจะบิน"
