ประชาชาติธุรกิจ
สัมภาษณ์และรายงานพิเศษ

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"บุญเชิด คิดเห็น" อธิบดีกรมที่ดิน เดินหน้าแก้ กม.คอนโดฯ-บ้านจัดสรร

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 07 มิ.ย. 2555 เวลา 15:43:15 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ประกาศแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงนอกฤดูกาลเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หนึ่งในเก้าอี้ร้อนคือ การแต่งตั้งอธิบดีกรมที่ดิน ปรากฏชื่อ "บุญเชิด คิดเห็น" โยกจากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง คืนถิ่นเก่ามาเป็นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ แทน "อนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ" ที่ถูกโยกไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

หลังจากรับตำแหน่งได้กว่า 1 เดือน "ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์พิเศษ "บุญเชิด" ลูกหม้อกรมที่ดินเปิดใจถึงภารกิจหลักและภารกิจเร่งด่วนที่จะผลักดันให้สำเร็จ

- นโยบายเร่งด่วนมีอะไรบ้าง

ผมมีอายุราชการอีก 2 ปีจะเกษียณ งานที่กรมที่ดินมี 2 เรื่องที่อยากจะเร่งคือ เร่งลงทุนระบบศูนย์ข้อมูลที่ดินและแผนที่แห่งชาติกับไอที เพื่อสร้างมิติใหม่ให้ภาพลักษณ์การทำงานเป็นกรมที่ดินยุคดิจิทัล

เรื่องแรก การตั้งศูนย์ข้อมูลที่ดินฯ ถ้าทำได้สมบูรณ์ต่อไปที่ดินทุกประเภท ทั้งที่ดินหลวง ที่ดินเอกชน ข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลระวางแผนที่ของรูปถ่ายทางอากาศจะเรียกดูข้อมูลได้หมด ที่ดินแปลงไหนขายไปแล้วจะถูกอัพเดตทันที การจัดเก็บภาษีเงินได้ของท้องถิ่นก็จะไม่รั่วไหลอีก การจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไฟไหม้จะไม่มีข้อผิดพลาด เพราะที่ดินทั่วประเทศ 30 กว่าล้านแปลงจากพื้นที่ 320 ล้านไร่ จะถูกเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด

- ศูนย์ข้อมูลฯทำมานานคืบหน้าถึงไหนแล้ว

2 ปีที่ผ่านมากรมที่ดินเพิ่งได้รับงบฯ 400 ล้านบาท ตอนที่ผมเป็นรักษาการอธิบดีกรมที่ดินก็มีคณะโน้นคณะนี้ไปดูงานโครงการต้นแบบที่สำนักงานที่ดินใน จ.เชียงใหม่ และมีพื้นที่นำร่องทำศูนย์ข้อมูลแผนที่อื่น ๆ อีกคือ กทม. อุบลราชธานี หนองคาย และสงขลา แต่ถึงเวลาของบฯก็ไม่ได้

โครงการจัดทำศูนย์ข้อมูลที่ดิน ถ้าเต็มเฟสจะต้องใช้งบฯ 4 พันล้านบาท ที่ผ่านมารัฐบาลเจียดให้ปีละ 200 ล้าน อย่างไรก็ตาม ปีงบประมาณ 2556 ได้รับอนุมัติกรอบวงเงินจากคณะรัฐมนตรีแล้ว 2,000 ล้านบาท พื้นที่ที่จะดำเนินการในเฟสถัดไปมีแผนอยู่แล้ว หลักการคือจะกระจายทั่วทุกภาค ไม่ได้โฟกัสพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นพิเศษ

งานเร่งด่วนอีกเรื่องคือ การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ หรือไอที อยากเสร็จโดยเร็ว เพราะอัตรากำลังคนมี 1.2 หมื่นคน น้อยกว่าปริมาณงานมาก ปีที่ผ่านมามีประชาชนใช้บริการทำธุรกรรมที่ดินถึง 6 ล้านรายเศษ

ถ้าพัฒนาระบบไอทีเสร็จเรียบร้อย ต่อไปจะสามารถทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินผ่านระบบออนไลน์ได้ สามารถทำต่างสาขา ต่างพื้นที่ได้ เพิ่มความสะดวก ประหยัดเวลา ลดค่าเดินทาง เช่น มีที่ดินอยู่เชียงใหม่สามารถจดกรรมสิทธิ์ที่กรุงเทพฯได้ เป็นต้น เป้าหมายคือจะเริ่มจากสำนักงานที่ดินในกรุงเทพฯก่อน เป็นพื้นที่นำร่อง สามารถทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ข้ามเขตได้

- คอนโดฯฮอต เอกชนร้องเรียนว่า กม.ยังมีปัญหา

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมทำมานานและอยากจะให้เป็นงานเร่งด่วนคือ การแก้ไข พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ที่ยังมีช่องโหว่อยู่เยอะเพราะใช้มานานกว่า 30 ปี ประเด็นหลักที่แก้ไขรอบนี้คือ คำนิยาม "อาคารชุด" จุดหลัก ๆ เช่น จะต้องเป็นอาคารที่อยู่อาศัยและมีความสูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นำทาวน์เฮาส์มาจดเป็นอาคารชุดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วที่ภูเก็ต และเพิ่มเติมคำนิยาม "ห้องชุด" ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 20 ตารางเมตร เป็นต้น

ส่วนที่เอกชนมีข้อโต้แย้งเรื่องคำนิยาม "อาคารชุด" และ "ห้องชุด" ต้องขึ้นกับการพิจารณาในขั้นตอนต่อ ๆ ไป แต่กรณีคำนิยามอาคารชุดที่กำหนดให้เป็น "ที่อยู่อาศัย" และมีความสูงตั้งแต่ "4 ชั้น" ขึ้นไป หากเป็นอาคารแบบผสมผสานการใช้สอยหรือมิกซ์ยูส คือตึกเดียวแต่ใช้งานหลายประเภท เช่น มีทั้งโรงแรม คอนโดฯ ออฟฟิศ ศูนย์การค้า ฯลฯ ตามคำนิยามใหม่ก็ยังจดทะเบียนอาคารชุดได้

กฎหมายอาคารชุดนี้มีไว้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นผู้ซื้อห้องชุด ว่าจะต้องมีหลักประกันเป็นที่ดินที่เป็นทรัพย์ส่วนกลางของโครงการ แต่ถ้าหากบริษัทผู้พัฒนาโครงการไม่อยากจดทะเบียนเป็นอาคารชุดก็สามารถจดทะเบียนเป็นอย่างอื่นได้ เช่น จดทะเบียนเป็นโรงแรม แต่คุณไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้

ส่วนที่มีการคัดค้านคำนิยามห้องชุดต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 20 ตารางเมตร ต้องดูทางฝั่งผู้บริโภคด้วยว่าเพราะขนาด 20 ตารางเมตรไม่น่าจะค้านแล้ว ไม่อยากให้ดูตัวอย่างห้องชุดที่ญี่ปุ่นเพราะราคาที่ดินต่างจากในกรุงเทพฯ

- พื้นที่ส่วนกลางในคอนโดฯนำมาหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้หรือไม่

ทำได้ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมทำได้หมด อย่าไปทำในลักษณะเอาพื้นที่ส่วนกลางมาขายพื้นที่แล้วเอาเงินเข้าคนใดคนหนึ่ง ถ้าให้เช่าพื้นที่ส่วนกลางก็ต้องนำเงินเข้านิติบุคคลอาคารชุด

- กม.หมู่บ้านจัดสรรต้องแก้ไขอะไรด้วยหรือไม่

หลังเหตุการณ์น้ำท่วม และเมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้ว ผมมีแนวคิดจะเสนอแก้ไข พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน ถ้าหากเป็นโครงการจัดสรรที่มีพื้นที่ขนาดกลางและขนาดใหญ่ นิยามโครงการขนาดกลางก็ชัดเจนมีขนาดเริ่ม 19-100 ไร่ขึ้นไป จะกำหนดให้มีพื้นที่แก้มลิงในลักษณะเหมือนเป็นบ่อน้ำ เพื่อหน่วงน้ำหรือจัดเก็บน้ำไว้ภายในโครงการ แต่โครงการจัดสรรขนาดเล็กอาจจะไม่จำเป็นต้องควบคุมเพราะจะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนพัฒนาโครงการให้สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

- งานค้างเรื่องใหญ่ ๆ ที่ต้องสานต่อ

มีเรื่องรังวัดให้บริการประชาชนที่เป็นงานค้าง เพราะมาขอวันนี้บางสำนักงานที่ดินอีกเกือบ 1 ปีถึงได้คิวรังวัด เพราะงานเยอะแต่บุคลากรมีน้อย ที่ผ่านมาก็เปิดโอกาสให้เอกชนมาทำงานรังวัดสอบเขตรวมโฉนด แต่ไม่มีอำนาจออกโฉนด ก็ถือว่าแบ่งเบาภาระได้ แต่ปัญหาคือประชาชนยังไม่ค่อยเชื่อถือเอกชน ต้องส่งให้ราชการตรวจอีกที ประกอบกับค่าบริการรังวัดสูงกว่าของราชการ ผมได้เน้นย้ำให้สำนักงานที่ดินทุกแห่งต้องให้ความร่วมมือ ส่งมาแล้วต้องตรวจให้เร็วที่สุด

- ประเด็นให้นักลงทุนต่างชาติเช่าที่ดินได้ 90 ปี

ผมไม่ใช่เจ้าภาพโดยตรง แต่ร่วมเป็นคณะทำงานในเรื่องนี้ ผมก็เห็นด้วย เพราะประเทศไทยเรากำลังจะเปิดการค้าเสรี เมื่อต่างชาติเข้ามาลงทุนก็ต้องการความมั่นใจและระยะเวลาการคืนทุน และเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกันถือว่าเมืองไทยให้สิทธิ์ระยะเวลาเช่าที่ดินสั้นกว่าประเทศอื่น ๆ ความเห็นส่วนตัวของผม สิทธิการเช่าตามกฎหมายสัก 60 ปีกำลังดี คือ 30 + 30 ปี

- ปัญหาบุกรุกที่ดิน รัฐบาลสั่งการอะไรพิเศษ

เราเร่งรัดการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเพื่อทราบขอบเขตพื้นที่ที่แน่นอนเพื่อป้องกันการบุกรุก เราต้องดูในกรอบการรับผิดชอบของเรา ไปก้าวก่ายคนอื่นไม่ได้ ศูนย์ข้อมูลที่ดินฯ ถ้าทำเสร็จเมื่อไหร่ จะรู้ "ที่หลวง" และ "ที่ราษฎร์" อยู่ตรงไหน ที่หลวงก็คือออกเอกสารสิทธิไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ที่เป็นปัญหาคือ มีการบุกรุกที่หลวง ก็ไม่อยากโทษหน่วยงานไหน...คือที่ดินของใครก็ดูแลให้ดี อย่าให้ใครมาบุกรุกได้เท่านั้น แต่ที่เป็นปัญหาเพราะแต่ละหน่วยงานไม่รู้แนวเขตที่ดินของตนเอง

- มีสถิติต่างชาติถือครองที่ดินเยอะแค่ไหน

มีที่ไหน (ตอบทันที) ผมทำหนังสือขอข้อมูลไปทางผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้ข่าวว่ามีต่างชาติถือครองที่ดิน 100 ล้านไร่ จากประเทศไทยมี 320 ล้านไร่ ก็ยังไม่ได้ตอบกลับมา ถามว่า ถือแฝงอย่างไร...บอกมาสิ บางทีก็เป็นต่างชาติเช่าอยู่หรือบางส่วนก็ไปรับบัตรส่งเสริมการลงทุนแต่ก็เหมาว่าเป็นเจ้าของ เรื่องนี้ไปพูดเอามันส์ไม่ได้ ต้องชัดเจน