updated: 08 มิ.ย. 2555 เวลา 20:00:33 น.
กระทรวงเกษตรฯวางกรอบการทำงานพร้อมรับมือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลการปลูกข้าวนาปีรอบใหม่ ก.ค.นี้ ระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและล้อมปราบ เชื่อไม่มีการระบาดรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา
นายโอฬาร พิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่ได้เกิดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลรุนแรงระหว่างช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2555 โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งปลูกข้าวสำคัญในเขตภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งจากการวิเคราะห์สถานการณ์การแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบว่ามีสาเหตุสำคัญหลายประการที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว เช่น เกษตรกรมีการปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เดิมโดยไม่มีการพักดิน มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล อาทิ พันธุ์ปทุมธานี 1 และพันธุ์ชัยนาท 1 นอกจากนี้ยังมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่กรมการข้าวไม่แนะนำให้ใช้ ประกอบกับเกษตรกรไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกษตรในการป้องกันและควบคุมเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จึงส่งผลให้เกิดการดื้อยา รวมทั้งการใช้สารเคมีที่ไม่เหมาะสมยังเป็นการทำลายศัตรูตามธรรมชาติของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้ตายลงไปด้วย ส่งผลให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีการระบาดมากขึ้น
นายโอฬารกล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่คาดว่าอาจจะเกิดการระบาดขึ้นได้อีกในช่วงเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวนาปีมีการเจริญเติบโตสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวง ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมชลประทาน ทั้งจากหน่วยงานส่วนกลางและภูมิภาค ขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 ณ โรงแรมโกลเด้นท์ดรากอน รีสอร์ท จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อวางกรอบแนวทางการป้องกันการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 2, 18 ได้แก่ จังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร และพิจิตร โดยทุกหน่วยงานจะมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันและทำพร้อมกันอย่างเป็นระบบ เนื่องจากหากดำเนินการเฉพาะพื้นที่ จะทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเกิดการเคลื่อนย้ายและกระจายตัวระบาดไปยังพื้นที่ใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในช่วงนี้ได้ลดลงมากแล้ว เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้ว แต่เกษตรกรก็เริ่มปลูกข้าวนาปีแล้ว ดังนั้นจึงยังต้องมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การระบาดในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และมีการป้องกันกำจัดในช่วงที่ยังมีการระบาดที่ไม่รุนแรงด้วย เพื่อเป็นการตัดวงจรชีวิตของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
"ในการทำงานร่วมกัน กรมการข้าวจะให้คำแนะนำพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมและต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแก่เกษตรกร กรมวิชาการเกษตรจะเร่งรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง เพื่อให้เกษตรกรรู้ถึงประโยชน์และโทษของการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และให้คำแนะนำร้านค้าจำหน่ายสารเคมีให้จำหน่ายสารเคมีที่ถูกต้องแก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานในจังหวัดได้นำข้อมูลการปลูกข้าว เช่น พันธุ์ข้าวที่ปลูก ช่วงระยะเวลาการปลูก-การเก็บเกี่ยว พื้นที่ตั้งแปลงปลูกข้าว เป็นต้น จากฐานข้อมูลที่เกษตรกรได้แจ้งขึ้นทะเบียนสำหรับการเข้าร่วมโครงการรับจำนำกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้แล้วมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในปีที่ผ่าน ๆ มา เพื่อวางแผนการบริหารจัดการเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลด้วย โดยดำเนินการร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเชื่อว่าจะสามารถป้องกันการระบาด หรือจำกัดพื้นที่การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่ให้ขยายวงกว้างขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไว้แล้ว และมั่นใจว่าเมื่อได้มีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ก็จะไม่เกิดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างรุนแรงเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา" นายโอฬารกล่าว
