ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ชำแหละ!! สูตรประมูลคลื่น เปิดทฤษฎีเกมถึงแท็กติกจับ "ฮั้ว"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 09 มิ.ย. 2555 เวลา 12:09:53 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สัมภาษณ์

การเปิดประมูลใบอนุญาต 3G คลื่น 2.1 GHz ของ กสทช.เป็นที่จับตาและรอคอยของหลายฝ่าย ที่ชัดเจนแล้วคือรูปแบบการประมูล ซึ่งจะใช้แบบ Simultaneous Ascending Bid หรือการประมูลด้วยวิธีเพิ่มราคาทุกสลอตพร้อมกันในเวลาเดียว โดยตัดแบ่งคลื่น 2100 MHz ออกมาประมูลสลอตละ 5 MHz รวม 9 สลอตรูปแบบนี้ดีเสียอย่างไร ดีกว่าหรือต่างจากครั้งที่แล้วอย่างไร

"ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับ "ดร.พัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์" ซึ่ง กสทช.ดึงมาให้ความรู้เรื่องการประมูลใบอนุญาต

ด็อกเตอร์ หนุ่ม วัย 29 ปี จบปริญญาเอกด้านการประมูล และการออกแบบตลาด จากสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและให้คำแนะนำการออกแบบการประมูล มีประสบการณ์ในการประมูลคลื่นความถี่ในอังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย

- จบมาด้านนี้โดยตรง

ผม ไม่ชอบเศรษฐศาสตร์มหภาค พวกนโยบายการเงินระหว่างประเทศ นโยบายภาครัฐไม่ค่อยถนัด เลยไปเรียนเศรษฐศาสตร์จุลภาค และบังเอิญได้เรียน Game Theory (ทฤษฎีเกม) การออกแบบตลาด และการประมูลใช้ทฤษฎีนี้เยอะ ได้เจอ Prof. Peter Cramton เขาเป็นเหมือนตัวพ่อของการออกแบบการประมูล โดยเฉพาะการประมูลคลื่นความถี่ เป็นที่ปรึกษามาทั่วโลก ทั้งในฝั่งผู้ประมูล และรัฐบาล เขาก็ชวนผมไปทำงานด้วยสัมภาษณ์

- งานแรกคือ

งาน ประมูลคลื่น 700 MHz ของอเมริกา ในมิ.ย. 2550 กำลังเรียนปริญญาเอกปีที่ 2 ก็เข้าไปเป็นทีมที่ปรึกษาของเอกชนที่ร่วมประมูลคลื่น จากนั้นก็ได้งานมาเรื่อย ๆ งานนี้สนุกตรงต้องใช้ Game Theory คือมีกฎของเกมอยู่ จะทำอย่างไรให้เราชนะ งานแรกผมอยู่ในฐานะผู้เข้าร่วมประมูล งานแบบนี้ต้องรู้แนวคิดของทั้ง 2 ฝั่ง เป็นผู้ประมูลต้องรู้แนวคิดผู้ออกแบบการประมูล และต้องหาจุดบางจุดที่จะได้เปรียบมากที่สุด เมื่อเป็นผู้ออกแบบการประมูลต้องรู้ว่า ผู้เข้าร่วมประมูลจะหาช่องทางให้ตัวเองได้เปรียบ ก็ต้องพยายามให้แรงจูงใจไปในทางผลลัพธ์การประมูลออกมาดีที่สุด

เป็นแนวคิดแบบทุนนิยมที่จะปล่อยให้ทุกคนทำตามแรงจูงใจของตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

- จากงานแรกแล้วทำต่อ

อีก เยอะมาก ทั้งที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ให้ผู้เข้าร่วมประมูล และที่ปรึกษาในการออกแบบการประมูล แต่งานผมไม่ได้จำกัดแค่ประมูลคลื่นความถี่ งานประมูลไฟฟ้าก็เยอะ งานที่ปรึกษาให้กับการว่าความเกี่ยวกับการแข่งขันการผูกขาด แต่ประมูลสเป็กตรัม ถนัดที่สุด เริ่มตั้งแต่ประมูล 3G ของอินเดีย ราวปี 2553 เป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ให้ TataTeleservices ประมูล 4G ของเยอรมนี เป็นที่ปรึกษาให้ T-Mobile ตอนนี้ก็มีงานที่ปรึกษาในการออกแบบประมูล 4G ของออสเตรเลีย และอังกฤษ

- ทำงานมีต้นสังกัด

หลัก ๆ คือทำกับอาจารย์ที่ปรึกษา ปิดเทอมก็ไปทำกับบริษัทที่ปรึกษาข้างนอก ล่าสุด Cramton Associates แต่ตอนนี้ไม่มีสังกัดแล้ว อยากกลับมาเมืองไทย ตอนนี้เป็นจังหวะเหมาะสมที่จะกลับมาช่วยการประมูลคลื่นในไทย ต่อไปไม่ใช่แค่ 2.1 GHz แต่ยังมี 1800 MHz และอีกเรื่อย ๆ ในอนาคต

- เทียบการออกแบบประมูลหนที่แล้ว

หน ก่อนแบ่งใบอนุญาตเป็น 3 ใบ ใบละ 15 MHz ใช้ N-1 เพิ่มการแข่งขันเพื่อเพิ่มรายได้ N-1 สร้างการแข่งขันแบบปลอม ๆ ปัญหาจริง คือสภาพตลาดของไทยทำให้อุปสงค์เท่ากับอุปทาน มีโอเปอเรเตอร์ 3 ราย ใบอนุญาตมี 3 ใบ และเป็นการเอาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัดไปใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ เพราะไปคำนึงถึงรายได้ที่จะได้ ทำให้ทรัพยากรที่จำกัดอยู่แล้วจำกัดเข้าไปอีก เรากังวลกับเรื่องฮั้วประมูลมาก ต่างกับต่างประเทศ

- ต่างประเทศป้องกันฮั้วยังไง

เขา จะมีกฎหมายที่ออกแบบเพื่อป้องกันการฮั้วประมูลโดยเฉพาะ นอกจากกฎหมายป้องกันฮั้วทั่วไป เป็นกฎพิเศษที่พ่วงกับการประมูลจะกำหนดนิยามพฤติกรรมต่าง ๆ FCC ของอเมริกา ห้ามกระทั่งการติดต่อสื่อสารกัน คือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการถึงข้อมูลในการประมูลต้องรายงานการติดต่อสื่อ สารในเชิงที่มีข้อเสนอในการประมูลหรือฮั้วกัน ฮั้วยากที่จะรู้ ถ้าฮั้วสำเร็จก็ไม่มีใครรู้ เป็นเรื่องที่ไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มี แต่ที่มักเห็นกัน มักเริ่มจากการมีเงื่อนไขที่เปิดให้มีรายใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องได้ ก็มักมีการเล่นนอกเกม แต่การจะมีนอมินีเข้ามา คงต้องดูว่ามาแล้วได้ประโยชน์อะไร ต้องดูไปที่กฎหมายว่าเปิดช่องอะไรไว้บ้าง ถ้าจะหวังว่าเข้ามากันคลื่นไว้ก่อนก็คงยาก เพราะกฎหมายบ้านเราห้ามโอนสิทธิในคลื่นความถี่

- รูปแบบประมูลใหม่ป้องกันฮั้วได้

ไม่ มีรูปแบบไหนป้องกันการฮั้วได้ แต่ช่วยลดแรงจูงใจได้ อย่างการประมูลหนนี้ ถ้ามีเข้ามา 3 ราย ได้ทุกรายที่ 15 MHz ในราคาตั้งต้น ก็อาจเรียกว่าฮั้วกันไม่ได้ เพราะอาจอยู่ที่สภาพตลาดที่มีความต้องการแค่นั้น และด้วยเทคโนโลยี 15 MHz ก็อาจพอในการทำตลาดปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีดีมานด์ที่ต้องการ 20 MHz ทุกวันนี้หลายโอเปอเรเตอร์มีแนวคิดว่า คลื่นยิ่งมีเยอะยิ่งดี และเริ่มนำคลื่น 2.1 GHz ไปใช้ 4G LTE บ้างแล้ว การมีคลื่นเผื่อไว้ก็ดี

- ข้อดีข้อด้อยการประมูลหนนี้

ข้อ ดีคือผู้เข้าประมูลหนนี้เลือกจำนวนคลื่นความถี่ที่ต้องการ ณ ราคาต่าง ๆ และไม่ได้จำกัดจำนวนผู้ชนะ มีโอกาสในการสร้างโอกาสในการแข่งขันมากขึ้นถ้ามีรายใหม่เข้ามาแข่งรายเก่า แต่ถ้ามีแค่ 3 รายเดิม ก็ยังมีโอกาสที่ราคาจะสูงขึ้น ถ้าบางรายต้องการ 20 MHz ประมูล 9 สลอตพร้อมกัน ผู้ประมูลสลับเลือกไปมาได้ในแต่ละรอบ เห็นว่าสลอตไหนแพงเกินไป แต่ในแต่ละรอบผู้เข้าประมูลจะเสนอราคาได้มากสุด 4 สลอต หากแพงเกินไปก็ลดสลอตลงได้ แต่เพิ่มกลับไปไม่ได้อีก โดยการเสนอราคาแต่ละสลอตจะเป็นไปตามขั้นราคา ซึ่งสุดท้ายแต่ละสลอตอาจปิดประมูลในราคาไม่เท่ากัน

หนก่อนมีข้อดี คือง่าย ไม่ซับซ้อน หนนี้มี 9 สลอต ทำให้ต้องคิดแล้วว่าจะลงทุนอย่างไรดี

- การประมูลใช้เวลานานแค่ไหน

เทียบ ยาก เพราะการออกแบบสมัยใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้น เริ่มมีการประมูลคลื่นหลายย่านพร้อมกัน ซึ่งเวลาที่ใช้ในการประมูลจริง แต่ละประเทศก็ต่างกัน ในอิตาลีเสนอราคาแข่งกันถึง 470 รอบ แต่ใช้เวลาแค่ 22 วัน เพราะกำหนดให้ใช้เวลา 15 นาทีในการเสนอราคาแต่ละรอบ สถิติยาวนานสุดคือแคนาดาเสนอราคาแข่งกัน 330 รอบ แต่ใช้เวลาถึง 2 เดือน

- สิ่งที่น่ากลัวสุดในการประมูล

คือ การล้มประมูล (หัวเราะ) เรื่องดีเลย์เป็นเรื่องปกติ ทั้งการเมืองภายใน ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ที่ล้มไปเลยแบบบ้านเรา ยังไม่เคยเจอ โดยเฉพาะล้มกันในนาทีสุดท้าย

- สิ่งที่ต้องจับตาเฝ้าระวังในการประมูล

การแถลงข่าวระหว่างการประมูล มักมีนัยอะไรเสมอ คือส่งทีมเข้าไปประมูล แต่มาจัดงานแถลงที่บริษัท แบบนี้มักมีการส่งซิกกันผ่านแถลงข่าว

- การจัดประมูลส่วนใหญ่จัดที่ไหน

ส่วน ใหญ่ต่างคนก็อยู่ที่ warroom ในออฟฟิศตัวเองแล้วประมูลผ่านระบบ ไม่ค่อยมีที่จัดสถานที่พิเศษเพื่อประมูล ที่เคยเจอแบบง่ายสุดคือในอิตาลี แต่ละบริษัทส่งคนเดินเข้าไปในห้องประมูล ใช้ดินสอเขียนราคาใส่กระดาษส่งให้เป็นรอบ ๆ พอประกาศผลปุ๊บก็เดินกลับมาที่รถตู้ตัวเอง ส่งไฟล์กลับมาให้ warroom ของบริษัทที่มีบอร์ดนั่งพิจารณางบฯ คือไม่มีที่ไหนเป็นระบบปิด ห้ามการสื่อสารทุกช่องทาง กักตัวแยกต่างหาก ถ้ามีก็เป็นการประมูลแบบเก่ามาก ๆ