updated: 09 มิ.ย. 2555 เวลา 12:09:53 น.
สัมภาษณ์
การเปิดประมูลใบอนุญาต 3G คลื่น 2.1 GHz ของ
กสทช.เป็นที่จับตาและรอคอยของหลายฝ่าย ที่ชัดเจนแล้วคือรูปแบบการประมูล
ซึ่งจะใช้แบบ Simultaneous Ascending Bid
หรือการประมูลด้วยวิธีเพิ่มราคาทุกสลอตพร้อมกันในเวลาเดียว โดยตัดแบ่งคลื่น
2100 MHz ออกมาประมูลสลอตละ 5 MHz รวม 9 สลอตรูปแบบนี้ดีเสียอย่างไร
ดีกว่าหรือต่างจากครั้งที่แล้วอย่างไร
"ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับ "ดร.พัชรสุทธิ์ สุจริตตานนท์" ซึ่ง กสทช.ดึงมาให้ความรู้เรื่องการประมูลใบอนุญาต
ด็อกเตอร์
หนุ่ม วัย 29 ปี จบปริญญาเอกด้านการประมูล และการออกแบบตลาด
จากสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและให้คำแนะนำการออกแบบการประมูล
มีประสบการณ์ในการประมูลคลื่นความถี่ในอังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย
- จบมาด้านนี้โดยตรง
ผม
ไม่ชอบเศรษฐศาสตร์มหภาค พวกนโยบายการเงินระหว่างประเทศ
นโยบายภาครัฐไม่ค่อยถนัด เลยไปเรียนเศรษฐศาสตร์จุลภาค และบังเอิญได้เรียน
Game Theory (ทฤษฎีเกม) การออกแบบตลาด และการประมูลใช้ทฤษฎีนี้เยอะ ได้เจอ
Prof. Peter Cramton เขาเป็นเหมือนตัวพ่อของการออกแบบการประมูล
โดยเฉพาะการประมูลคลื่นความถี่ เป็นที่ปรึกษามาทั่วโลก ทั้งในฝั่งผู้ประมูล
และรัฐบาล เขาก็ชวนผมไปทำงานด้วยสัมภาษณ์
- งานแรกคือ
งาน
ประมูลคลื่น 700 MHz ของอเมริกา ในมิ.ย. 2550 กำลังเรียนปริญญาเอกปีที่ 2
ก็เข้าไปเป็นทีมที่ปรึกษาของเอกชนที่ร่วมประมูลคลื่น
จากนั้นก็ได้งานมาเรื่อย ๆ งานนี้สนุกตรงต้องใช้ Game Theory
คือมีกฎของเกมอยู่ จะทำอย่างไรให้เราชนะ
งานแรกผมอยู่ในฐานะผู้เข้าร่วมประมูล งานแบบนี้ต้องรู้แนวคิดของทั้ง 2 ฝั่ง
เป็นผู้ประมูลต้องรู้แนวคิดผู้ออกแบบการประมูล
และต้องหาจุดบางจุดที่จะได้เปรียบมากที่สุด
เมื่อเป็นผู้ออกแบบการประมูลต้องรู้ว่า
ผู้เข้าร่วมประมูลจะหาช่องทางให้ตัวเองได้เปรียบ
ก็ต้องพยายามให้แรงจูงใจไปในทางผลลัพธ์การประมูลออกมาดีที่สุด
เป็นแนวคิดแบบทุนนิยมที่จะปล่อยให้ทุกคนทำตามแรงจูงใจของตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด
- จากงานแรกแล้วทำต่อ
อีก
เยอะมาก ทั้งที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ให้ผู้เข้าร่วมประมูล
และที่ปรึกษาในการออกแบบการประมูล
แต่งานผมไม่ได้จำกัดแค่ประมูลคลื่นความถี่ งานประมูลไฟฟ้าก็เยอะ
งานที่ปรึกษาให้กับการว่าความเกี่ยวกับการแข่งขันการผูกขาด
แต่ประมูลสเป็กตรัม ถนัดที่สุด เริ่มตั้งแต่ประมูล 3G ของอินเดีย ราวปี
2553 เป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ให้ TataTeleservices ประมูล 4G ของเยอรมนี
เป็นที่ปรึกษาให้ T-Mobile ตอนนี้ก็มีงานที่ปรึกษาในการออกแบบประมูล 4G
ของออสเตรเลีย และอังกฤษ
- ทำงานมีต้นสังกัด
หลัก ๆ
คือทำกับอาจารย์ที่ปรึกษา ปิดเทอมก็ไปทำกับบริษัทที่ปรึกษาข้างนอก ล่าสุด
Cramton Associates แต่ตอนนี้ไม่มีสังกัดแล้ว อยากกลับมาเมืองไทย
ตอนนี้เป็นจังหวะเหมาะสมที่จะกลับมาช่วยการประมูลคลื่นในไทย ต่อไปไม่ใช่แค่
2.1 GHz แต่ยังมี 1800 MHz และอีกเรื่อย ๆ ในอนาคต
- เทียบการออกแบบประมูลหนที่แล้ว
หน
ก่อนแบ่งใบอนุญาตเป็น 3 ใบ ใบละ 15 MHz ใช้ N-1
เพิ่มการแข่งขันเพื่อเพิ่มรายได้ N-1 สร้างการแข่งขันแบบปลอม ๆ ปัญหาจริง
คือสภาพตลาดของไทยทำให้อุปสงค์เท่ากับอุปทาน มีโอเปอเรเตอร์ 3 ราย
ใบอนุญาตมี 3 ใบ
และเป็นการเอาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัดไปใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่
เพราะไปคำนึงถึงรายได้ที่จะได้
ทำให้ทรัพยากรที่จำกัดอยู่แล้วจำกัดเข้าไปอีก
เรากังวลกับเรื่องฮั้วประมูลมาก ต่างกับต่างประเทศ
- ต่างประเทศป้องกันฮั้วยังไง
เขา
จะมีกฎหมายที่ออกแบบเพื่อป้องกันการฮั้วประมูลโดยเฉพาะ
นอกจากกฎหมายป้องกันฮั้วทั่วไป
เป็นกฎพิเศษที่พ่วงกับการประมูลจะกำหนดนิยามพฤติกรรมต่าง ๆ FCC ของอเมริกา
ห้ามกระทั่งการติดต่อสื่อสารกัน
คือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจในการถึงข้อมูลในการประมูลต้องรายงานการติดต่อสื่อ
สารในเชิงที่มีข้อเสนอในการประมูลหรือฮั้วกัน ฮั้วยากที่จะรู้
ถ้าฮั้วสำเร็จก็ไม่มีใครรู้ เป็นเรื่องที่ไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มี
แต่ที่มักเห็นกัน
มักเริ่มจากการมีเงื่อนไขที่เปิดให้มีรายใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องได้
ก็มักมีการเล่นนอกเกม แต่การจะมีนอมินีเข้ามา
คงต้องดูว่ามาแล้วได้ประโยชน์อะไร ต้องดูไปที่กฎหมายว่าเปิดช่องอะไรไว้บ้าง
ถ้าจะหวังว่าเข้ามากันคลื่นไว้ก่อนก็คงยาก
เพราะกฎหมายบ้านเราห้ามโอนสิทธิในคลื่นความถี่
- รูปแบบประมูลใหม่ป้องกันฮั้วได้
ไม่
มีรูปแบบไหนป้องกันการฮั้วได้ แต่ช่วยลดแรงจูงใจได้ อย่างการประมูลหนนี้
ถ้ามีเข้ามา 3 ราย ได้ทุกรายที่ 15 MHz ในราคาตั้งต้น
ก็อาจเรียกว่าฮั้วกันไม่ได้
เพราะอาจอยู่ที่สภาพตลาดที่มีความต้องการแค่นั้น และด้วยเทคโนโลยี 15 MHz
ก็อาจพอในการทำตลาดปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีดีมานด์ที่ต้องการ 20 MHz
ทุกวันนี้หลายโอเปอเรเตอร์มีแนวคิดว่า คลื่นยิ่งมีเยอะยิ่งดี
และเริ่มนำคลื่น 2.1 GHz ไปใช้ 4G LTE บ้างแล้ว การมีคลื่นเผื่อไว้ก็ดี
- ข้อดีข้อด้อยการประมูลหนนี้
ข้อ
ดีคือผู้เข้าประมูลหนนี้เลือกจำนวนคลื่นความถี่ที่ต้องการ ณ ราคาต่าง ๆ
และไม่ได้จำกัดจำนวนผู้ชนะ
มีโอกาสในการสร้างโอกาสในการแข่งขันมากขึ้นถ้ามีรายใหม่เข้ามาแข่งรายเก่า
แต่ถ้ามีแค่ 3 รายเดิม ก็ยังมีโอกาสที่ราคาจะสูงขึ้น ถ้าบางรายต้องการ 20
MHz ประมูล 9 สลอตพร้อมกัน ผู้ประมูลสลับเลือกไปมาได้ในแต่ละรอบ
เห็นว่าสลอตไหนแพงเกินไป แต่ในแต่ละรอบผู้เข้าประมูลจะเสนอราคาได้มากสุด 4
สลอต หากแพงเกินไปก็ลดสลอตลงได้ แต่เพิ่มกลับไปไม่ได้อีก
โดยการเสนอราคาแต่ละสลอตจะเป็นไปตามขั้นราคา
ซึ่งสุดท้ายแต่ละสลอตอาจปิดประมูลในราคาไม่เท่ากัน
หนก่อนมีข้อดี คือง่าย ไม่ซับซ้อน หนนี้มี 9 สลอต ทำให้ต้องคิดแล้วว่าจะลงทุนอย่างไรดี
- การประมูลใช้เวลานานแค่ไหน
เทียบ
ยาก เพราะการออกแบบสมัยใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้น
เริ่มมีการประมูลคลื่นหลายย่านพร้อมกัน ซึ่งเวลาที่ใช้ในการประมูลจริง
แต่ละประเทศก็ต่างกัน ในอิตาลีเสนอราคาแข่งกันถึง 470 รอบ แต่ใช้เวลาแค่ 22
วัน เพราะกำหนดให้ใช้เวลา 15 นาทีในการเสนอราคาแต่ละรอบ
สถิติยาวนานสุดคือแคนาดาเสนอราคาแข่งกัน 330 รอบ แต่ใช้เวลาถึง 2 เดือน
- สิ่งที่น่ากลัวสุดในการประมูล
คือ
การล้มประมูล (หัวเราะ) เรื่องดีเลย์เป็นเรื่องปกติ ทั้งการเมืองภายใน
ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ที่ล้มไปเลยแบบบ้านเรา ยังไม่เคยเจอ
โดยเฉพาะล้มกันในนาทีสุดท้าย
- สิ่งที่ต้องจับตาเฝ้าระวังในการประมูล
การแถลงข่าวระหว่างการประมูล มักมีนัยอะไรเสมอ คือส่งทีมเข้าไปประมูล แต่มาจัดงานแถลงที่บริษัท แบบนี้มักมีการส่งซิกกันผ่านแถลงข่าว
- การจัดประมูลส่วนใหญ่จัดที่ไหน
ส่วน
ใหญ่ต่างคนก็อยู่ที่ warroom ในออฟฟิศตัวเองแล้วประมูลผ่านระบบ
ไม่ค่อยมีที่จัดสถานที่พิเศษเพื่อประมูล ที่เคยเจอแบบง่ายสุดคือในอิตาลี
แต่ละบริษัทส่งคนเดินเข้าไปในห้องประมูล
ใช้ดินสอเขียนราคาใส่กระดาษส่งให้เป็นรอบ ๆ
พอประกาศผลปุ๊บก็เดินกลับมาที่รถตู้ตัวเอง ส่งไฟล์กลับมาให้ warroom
ของบริษัทที่มีบอร์ดนั่งพิจารณางบฯ คือไม่มีที่ไหนเป็นระบบปิด
ห้ามการสื่อสารทุกช่องทาง กักตัวแยกต่างหาก ถ้ามีก็เป็นการประมูลแบบเก่ามาก
ๆ
