ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์สกู๊ป

วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Modern College โบกมือลากระดาษสู่ยุคแห่ง "แอพ"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 09 มิ.ย. 2555 เวลา 19:30:13 น.

โดย มิสนอราห์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ที่ผ่านมามีข้อเสนอหลากหลายต่อกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) ในการพัฒนาเกี่ยวกับเนื้อหาในแทบเล็ตเด็กป.1 ในเชิง "สร้างสรรค์" สร้าง "การมีส่วนร่วม" กับเด็กมากขึ้น เป็นต้นว่า ศธ.อาจสร้างกิจกรรม โดยมี "แอพรายเดือน" หรือ "แอพรายไตรมาส" ให้เด็กดาวน์โหลดเพื่อร่วมกิจกรรมที่มีประโยชน์ ครบกำหนดก็สร้างแอพที่เข้าบรรยากาศหรือสถานการณ์ใหม่ขึ้นมา

สร้างให้เกิดการปฏิสัมพันธ์แบบ interactive เชิงบวก และประโยชน์มากกว่าเป็นผู้รับสารผ่านอุปกรณ์ไอทีเท่านั้น

ระหว่างรอแจกแท็บเลตให้เด็ก ป.1 ศธ.จึงมีเวลาพอหาไอเดีย และ "ต่อยอด" เนื้อหาในแท็บเลต เช่น ศธ.ห่วงว่าเด็กใช้แท็บเลตแล้วยิ่งจับดินสอน้อยลง ลายมือไม่สวย หรือเขียนหนังสือสะกดคำผิด ไปจนถึงเขียนหนังสือตัวย่อสั้น ๆ ตามสไตล์โซเชียลมีเดีย

ความกลัวเช่นนี้ ศธ.สามารถออกแบบคอนเทนต์ให้มีแอพช่วยฝึกเรื่องการสะกดคำในแท็บเลตได้อีกทาง

สถานการณ์เรื่องเทคโนโลยีกับการศึกษา และภาครัฐบ้านเรากำลังเรียนรู้และก้าวหน้าเรื่อย ๆ หากดูประเทศที่ไปไกลแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาที่นำเทคโนโลยีมาใช้กับระบบการศึกษา ผลสำรวจของ "เพรสต้า อิเล็กทรอนิกส์" มองในเชิงบวกของการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีในระบบการศึกษา ถูกเรียกได้เป็นยุค Modern College ในอนาคต

ผลสำรวจระบุว่า ทุกวันนี้ 91% ครูผู้สอนกับนักศึกษามักใช้อีเมล์ติดต่อสื่อสารเนื้อหาที่เรียนอยู่แล้ว ขณะที่นักศึกษา 73% รับว่าไม่สามารถเรียนโดยขาดเทคโนโลยีเข้ามาควบคู่ อีกดัชนีหนึ่งก็คือ 70% ของนักศึกษาในวิทยาลัยนิยมจดโน้ตวิชาเรียนผ่านคีย์บอร์ด หรือผ่านอุปกรณ์ไอทีแทนใช้ปากกา ดินสอ เป็นสภาพที่อาจเรียกว่า virtually student แต่ละคนมีอุปกรณ์ไอทีพกพาเป็นอาวุธคู่กาย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่านักเรียนนักศึกษาพวกนี้นิยมใช้อุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อเตรียมการ พรีเซนต์งานหน้าชั้นเรียนด้วย

เมื่ออินเทอร์เน็ตมีอิทธิพลในช่องทางการศึกษามากขึ้น นักศึกษาสหรัฐกว่า 12 ล้านคน ต่างมีประสบการณ์เทกคอร์สเรียนออนไลน์ 1 วิชาเป็นอย่างน้อย ทำให้เชื่อว่าแนวโน้มในปี 2557 คาดว่าจะมีนักศึกษาราว 3.5 ล้านคนในสหรัฐ เรียนหนังสือ "ทุกวิชา" ผ่านคอร์สออนไลน์

ส่วนที่ยังเรียนในระบบประเมินว่า ตำราเรียนจะตีพิมพ์ลงกระดาษน้อยลง 40 เปอร์เซ็นต์

สำหรับสไกป์โปรแกรมวิดีโอแชต ออนไลน์ แม้ไม่ใหม่แล้วแต่ต่อไปนักศึกษาจะใช้สไกป์ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนระหว่างกลุ่มเพื่อนในการทำรายงานร่วมกัน

พอ ๆ กับที่นักศึกษาจะหันมาบันทึกเสียงการฟังเลกเชอร์ผ่านโปรแกรมบันทึกเสียงในสมาร์ทโฟนแทน พร้อมยังถ่ายภาพชิ้นงานที่ยกตัวอย่างในห้องเรียนได้ในคราวเดียวกัน

นั่นคือในส่วนของผู้เรียน...

ในส่วนของสถาบันการศึกษา ผลสำรวจเชื่อว่าในอนาคตจะได้เห็นการดีไซน์แอพสำหรับเก็บผลคะแนนสอบ แอพผลการเรียนที่สามารถเช็กเกรดของนักศึกษา หรือแอพที่นักศึกษาจะสามารถคำนวณผลคะแนนว่าต้องการอีกกี่หน่วยกิตจึงจะสอบผ่าน

ทั้งหมดนี้คือการประยุกต์เทคโนโลยีใช้เพื่อการศึกษาตามแนวโน้มของ Modern College

เมืองไทยเองภาพรวมคงได้เห็นพัฒนาการจากต่างประเทศก่อน ขณะที่อาจมีบางสถาบันการศึกษาในไทยนำร่องไปก่อนเช่นกัน

เมื่อผลสำรวจนี้กำลังสะท้อนว่า เทคโนโลยีกำลังก้าวเข้ามาเกินครึ่งตัวในรั้วสถาบันการศึกษา แต่ด้านหนึ่งทำให้ผู้ใช้ห่างจากมันไม่ได้เช่นกัน เพราะนักศึกษาสหรัฐ 38% ยอมรับว่าไม่สามารถนั่งอยู่เฉยได้เกิน 10 นาทีโดยไม่หยิบสมาร์ทโฟนเช็กข้อมูล หรือเปิดดูอะไรก็ตาม ซึ่งไม่แตกต่างจากบ้านเราและทั้งโลก