ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คลังรื้อเกณฑ์จัดซื้อแก้ฮั้วประมูล ขึ้นบัญชีดำ3กระทรวงเบิกจ่ายล่าช้า

updated: 10 มิ.ย. 2555 เวลา 09:14:52 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กรมบัญชีกลางชี้ 3 กระทรวง "คมนาคม-ท่องเที่ยวฯ-ทรัพยากรฯ" เบิกจ่ายลงทุนต่ำกว่าเป้า สั่งคลังจังหวัดจี้ติดรายโครงการ เตรียมส่งข้อมูลฟ้อง ครม. เสนอขอตั้ง "หน่วยงานจัดชั้นผู้รับเหมากลาง" ป้องกันทุจริตจัดซื้อให้ทุกหน่วยงานขึ้นทะเบียนผู้รับเหมา



นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ล่าสุด ในภาพรวมเป็นไปตามแผน โดยงบฯรายจ่ายประจำ มีการเบิกจ่ายแล้ว 62% และงบฯลงทุนเบิกจ่าย42% โดย3กระทรวงที่ยังเบิกจ่ายต่ำกว่าเป้ามากสุดคือ กระทรวงคมนาคมเบิกจ่ายได้ 20% กระทรวงการท่องเที่ยวฯ 27% และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ 39%

สำหรับกระทรวงคมนาคมเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เช่น ทำถนน ซึ่งปกติถนนแต่ละสายต้องใช้เวลาเป็นปี ขณะที่งบประมาณเพิ่งมีผลบังคับใช้เดือน ก.พ. 2555 ทำให้การเบิกจ่ายยังน้อย รวมทั้งอาจเกี่ยวกับเรื่องงานช้า เพราะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ขยายสัญญาอีก 180 วันจากปัญหาน้ำท่วม ผู้รับเหมาจึงดึงงานบ้าง

ดังนั้นเพื่อเร่งรัดเบิกจ่ายในระดับปฏิบัติ ตนก็ได้สั่งให้คลังจังหวัดทุกจังหวัดไปติดตามว่า มีปัญหาติดขัดอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะรายงานให้ที่ประชุม ครม. รับทราบโดยที่ผ่านมา โครงการใดไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันกำหนด นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้เรียกงบฯกลับคืน

อธิบดีกรมบัญชีกลางยอมรับว่า หลังวิกฤตน้ำท่วม แม้จะมีการผ่อนปรนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง โดยแจ้งให้ส่วนราชการเร่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่งบฯยังไม่ผ่านสภา แต่ที่เบิกจ่ายล่าช้า มีการอ้างว่า ต้องเร่งทำงบประมาณในส่วนที่เป็นโครงการฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบอุทกภัยก่อน อาทิ พัฒนาแหล่งน้ำ ซ่อมแซมถนน เป็นต้น เนื่องจากโครงการประเภทนี้จะจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษได้

"พวกนี้จะใช้วิธีพิเศษ ทำได้เร็ว เขาจึงมุ่งทำ ทั้งงบฯกลาง 1.2 แสนล้านบาท งบฯเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท งบฯสำรองภัยพิบัติฉุกเฉิน"

นายรังสรรค์กล่าวว่า เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานท้องถิ่นเป็นไปในแนวทางเดียวกันและมีมาตรฐานเดียวกัน กรมบัญชีกลางมีแนวคิดจะเสนอขออนุมัติ ครม.ดำเนินการในเรื่องนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ด้วยการผลักดันให้เกิดหน่วยงานกลางในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีกระทรวงการคลังเป็นแกนหลัก และมีตัวแทนหน่วยงานอื่น ๆ เข้าร่วม อาทิ กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ฯลฯ เพื่อจัดทำมาตรฐานราคากลางสินค้าที่หน่วยงานราชการ และหน่วยงานท้องถิ่นต้องการจัดซื้อจัดจ้าง และจัดชั้นผู้รับเหมา รวมทั้งโครงการขนาดใหญ่อย่างโครงการรถไฟฟ้า ฯลฯ

ส่วนการดำเนินการให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสที่ผ่านมาได้ร่วมมือกันหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) โดยในส่วนของกรมบัญชีกลางได้ปรับปรุงระบบหลายส่วน ได้แก่ ระบบการลงทะเบียนการจัดซื้อจัดจ้างในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-GP ระยะที่ 2 ครอบคลุมการจัดซื้อจัดจ้าง 12 วิธีการ ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้ทุกหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างโดยนำระบบนี้ไปใช้

จากนี้ไปวิธีการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุทุกวิธี ได้ถูกกำหนดให้ต้องเข้าระบบ E-GP ทั้งหมด 12 วิธี อาทิ วิธีตกลงราคา วิธีสอบราคา วิธีประกวดราคา วิธีพิเศษ วิธีกรณีพิเศษ วิธีการประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ วิธีการจ้างที่ปรึกษาทั้งแบบตกลงราคาและแบบคัดเลือก วิธีการจ้างออกแบบ ซึ่งในระยะที่ 2 นี้ ได้เพิ่มวิธีการบริหารสัญญาเข้าไปด้วย ซึ่งก็มีทั้งการแก้ไขสัญญา การยกเลิกสัญญา การบอกเลิกสัญญา และวิธีการคำนวณค่าปรับ

"หน่วยงานจะต้องคีย์เข้าไปในระบบตั้งแต่การประกาศทีโออาร์ เพื่อลดคนเข้ามาเกี่ยวข้องให้น้อยลง เพราะต้องยอมรับว่า การที่มีคนเกี่ยวข้อง อาจมีอารมณ์เห็นเงินแล้วก็จะอยากได้ ขณะเดียวกันต่อไปการซื้อซองก็สามารถดาวน์โหลดได้เลย ไม่ต้องมาที่กรม" นายรังสรรค์กล่าว

ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างมีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น แล้วยังครอบคลุมหน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญด้วย จะช่วยป้องกันฮั้วประมูลได้ระดับหนึ่ง

นายรังสรรค์กล่าวอีกว่า ในปี 2555-2556 จะปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างให้หน่วยงานที่จัดซื้อจัดจ้างวงเงิน 2 ล้านบาทขึ้นไปต้องมาลงทะเบียนระบบ E-GP ปี 2557 จะลดวงเงินเหลือ 5 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 หรือ E-market ซึ่งจะเกี่ยวกับการซื้อวัสดุต่าง ๆ อาทิ เก้าอี้ โต๊ะ กระดาษ ดินสอ หรือคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เป็นต้น โดยจะให้ร้านค้า ซัพพลายเออร์ที่ขายสินค้า ที่มีราคามาตรฐานอยู่แล้ว จะต้องมาลงทะเบียนกับกรมบัญชีกลางด้วย ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ปี 2556

ขณะที่ในอนาคตก็จะมีอีกระบบหนึ่ง คือ E-bidding ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับโครงการใหญ่ ๆ ดำเนินการยาก ๆ เช่น รถไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้ใช้เกณฑ์เสนอราคาต่ำเป็นตัวตัดสิน แต่อาจจะตัดสินกันที่การให้คะแนนด้านเทคนิคด้วย ส่วนนี้ก็ได้รับงบฯแล้วเช่นกัน จะเสร็จในปี 2557

ส่วนการประหยัดงบฯ เมื่อทำระบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบแล้ว นายรังสรรค์กล่าวว่า ไม่จำเป็นว่าจะต้องประหยัดงบฯจากการได้ราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง เพราะหากจัดทำราคากลางดี สมเหตุสมผล คำนวณราคาอย่างถูกต้อง อาจจะประมูลแล้วลดได้แค่ 1 บาท 2 บาทก็ได้