updated: 11 มิ.ย. 2555 เวลา 11:21:16 น.
กลับมาแล้วสำหรับงานเกษตรแฟร์ 2555 ที่ถูกเลื่อนจากช่วงเวลาปกติที่จัดในช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มาจัดในวันที่ 30 พฤษภาคม-7 มิถุนายนนี้ เนื่องจากผลกระทบจากมหาอุทกภัยเมื่อปลายปีที่แล้ว และมีการจัดงานเกษตรเทรดแฟร์แทนเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายในงานนอกจากไฮไลต์ "นวัตกรรมเพื่อประชาชน" อันโดดเด่น โดยมีการนำ 8 กลุ่มงานวิจัยดีเด่นมาสาธิตให้ประชาชน นิสิต นักศึกษาเห็นประโยชน์ของผลงานต่าง ๆ และสามารถนำไปใช้ได้จริงแล้ว ยังมีการออกร้านขายสินค้าพันธุ์ไม้ ผลผลิตการเกษตร และอาหาร ไม่ต่างจากทุกปี แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือมะขามหวาน ซึ่งถือเป็นสิ่งแรก ๆ ที่คนจะนึกถึงเมื่อพูดถึงงานเกษตรแฟร์ เนื่องจากขณะนี้พ้นฤดูกาลผลผลิตมะขามหวานแล้ว
จากที่สังเกตแล้วปีนี้คนค่อนข้างน้อย บรรยากาศเงียบเหงากว่าปีที่ผ่านมา หรือแม้แต่เทียบกับงานเกษตรเทรดแฟร์ เมื่อตอนต้นปีก็ยังน้อยกว่าเช่นกัน และส่วนใหญ่ของคนที่มาเดินไม่ค่อยซื้อสินค้าเท่าที่ควร ที่เห็นถือติดไม้ติดมือกันอยู่บ้างก็คืออาหาร
พ่อค้าร้านขายกล้วยไม้ก็ช่วยยืนยันว่า "ปีนี้คนน้อยกว่าปีก่อนมาก ถึงขั้นเรียกว่าแย่ มีคนเดินแต่ไม่ค่อยมีคนซื้อ ส่วนมากจะซื้ออาหารการกิน ยอดขายตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด ปีก่อน ๆ กล้วยไม้ในร้านจะขายออกวันละจำนวนมาก ต้องเอามาเพิ่มวันละ 1-2 คันรถ ปีนี้ขายมา 3 วันยังไม่ได้เอามาเพิ่ม รายได้ยังไม่พอจ่ายค่าเช่าที่ด้วยซ้ำ คิดว่าเป็นเพราะจัดงานในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ คนไม่มีเงินจับจ่าย เพราะต้องใช้ไปกับการศึกษาบุตรหลาน ไม่ใช่ช่วงที่ประชาชนมีรายได้จากการขายผลผลิตต้นปี และการที่จัดไม่ตรงช่วงเวลาเดิมก็น่าจะมีส่วน รวมถึงการเพิ่มพื้นที่จัดงาน พอพื้นที่กว้างขึ้น คนอาจจะเดินไม่ทั่วถึง"
ส่วน นายแสวง เผ้าอาจ พ่อค้าร้านขายหอมแดงและกระเทียม จากจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ปีนี้คนน้อยลงมาก
ปีก่อน ๆ เคยขายได้วันละ 2-3 หมื่นบาท แต่ปีนี้ขายมาแล้ว 3 วันยังไม่ถึง 15,000 บาท ค่าเช่าพื้นที่ก็ยังไม่พอ พอขายไม่ได้ก็จำเป็นต้องลดราคาลงจากวันแรก ทั้งที่ตอนนี้หอมกระเทียมมีน้อย เพราะไม่ใช่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว
นายแสวงกล่าวอีกว่า งานออกร้านขายสินค้าแบบนี้เป็นช่องทางระบายสินค้าที่ดีของเกษตรกร อยากให้มีพื้นที่แบบนี้เยอะ ๆ ให้เกษตรกรได้ขายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรงไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ไม่โดนกดราคา เพราะพ่อค้าคนกลางซื้อราคาต่ำมาก แต่เกษตรกรก็จำเป็นต้องขาย เพราะหอม กระเทียมเป็นสินค้าที่เก็บไว้นานไม่ได้ "ส่วนการประกันราคาของรัฐบาลนั้นก็ฝากความหวังไม่ค่อยได้ การประกันราคาหอมแดงงวดล่าสุดผ่านมาแล้วประมาณ 3 เดือน ยังไม่ได้รับเงินจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) เจ้าหน้าที่รัฐก็ฮั้วกันเอาเปรียบเกษตรกรสารพัด ตอนนี้ไม่มีหวังจะได้เงินตรงนั้นแล้ว รัฐบาลก็ตีกันในสภา ประชาชนพูดอะไรไม่ได้"
ขณะเดียวกัน เต็นท์ติดเครื่องปรับอากาศบางจุดซึ่งบรรจุร้านค้าภายในได้ประมาณ 50 คูหาด้านลานจอดรถโรงอาหารกลาง 2 เพื่อให้ประชาชนมาช็อปปิ้งคลายร้อนกลับทำพิษ ร้านค้าต้องขนย้ายสินค้าหนีเกือบหมด เนื่องจากฝนตกลงมาหลายครั้งทำให้น้ำท่วมขังสูงเนื่องจากทางเดินตรงกลางเป็นแอ่งใหญ่และยาว
ด้าน ผศ.ดร.รังสรรค์ ปิติปัญญา รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ยอมรับว่าคนเข้าชมงานลดน้อยลงกว่าปีก่อนจริง อาจจะด้วยช่วงเวลาการจัดที่ไม่ตรงกับช่วงเวลาเดิม และเป็นฤดูฝน พอถึงเวลาเลิกงานมีฟ้าร้องฟ้าครึ้ม ทางมหาวิทยาลัยเองก็คิดกันตั้งแต่ต้นแล้วว่าอาจจะเกิดปัญหานี้ การแก้ปัญหาก็พยายามประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทางที่มี การจัดงานปีนี้ใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา มีการเพิ่มพื้นที่จัดงาน 30% บนพื้นที่ด้านหน้ามหาวิทยาลัย รวมจำนวนพื้นที่ขายของที่จัดเตรียมไว้รวมทั้งหมด 1,700 ล็อก มีผู้เช่าประมาณ 1,600 ล็อก สำหรับสินค้าในงานนั้น เนื่องจากพ้นฤดูกาลของหอมแดง กระเทียม และมะขามหวาน จึงมีผลไม้อื่นตามฤดูกาลมาทดแทน แต่หอมแดงและกระเทียมก็ยังมีขายอยู่ ส่วนราคาค่าเช่าที่เท่าเดิม อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี่เป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปลายปีที่ผ่านมา ในปีหน้าสถานการณ์ปกติก็จะกลับไปจัดงานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เหมือนเดิม
ต้องรอดูว่า ปีหน้าเมื่อกลับไปจัดงานเกษตรแฟร์ในปลายเดือนมกราคมต่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่คุ้นเคยแล้ว ประชาชนและนักศึกษาจะคึกคักเหมือนเดิมหรือไม่



