updated: 12 มิ.ย. 2555 เวลา 22:39:19 น.
คอลัมน์
เรื่องราวกับความคิด
โดย
วิรัตน์ แสงทองคำ htpp//:viratts.wordpress.com
ผมเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของกลุ่มสหพัฒน์มาเป็นพิเศษในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ด้วยความพยายามแสวงหาคำตอบใหม่ ๆ ของธุรกิจไทย
ธุรกิจซึ่งมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตสังคมสมัยใหม่มากที่สุดธุรกิจหนึ่ง แม้ไม่พบปรากฏการณ์ใหม่ที่สำคัญ
แต่เชื่อว่ามีความเข้าใจสิ่งที่เป็นไปมากขึ้น
มีปรากฏการณ์สองเหตุการณ์ที่ควรกล่าวถึงจากนี้
ถือเป็นความเคลื่อนไหวใหม่ของกลุ่มสหพัฒน์ที่ควรพิจารณาเพื่อความเข้าใจแนวทางธุรกิจอันคงเส้นคงวาของผู้บริหารปัจจุบัน
ถือว่าเป็นรุ่นที่สองที่มีความต่อเนื่องมากที่สุดในสังคมธุรกิจไทยก็ว่าได้
เหตุการณ์แรก--เครือสหพัฒน์รุกตลาดอสังหาฯ
จับมือกลุ่มชาญอิสสระรุกคอนโดฯหรูริมหาดชะอำ (ข่าวจากไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ
ไอ.ซี.ซี.ฯ http://www.icc.co.th โดยอ้างจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 10 มกราคม
2555)
"เครือสหพัฒน์ได้หันมาบุกการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
โดยแนวทางของบริษัทจะพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป
เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวยังไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัท
โดยล่าสุด
ทางสหพัฒนพิบูลและบริษัท ไอ.ซี.ซี.ฯได้ร่วมทุนกับบริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
จัดตั้งบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วม
ที่ชายหาดชะอำโดยเฉพาะ" อ้างคำแถลง บุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร
บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
ในทางปฏิบัติ
กลุ่มสหพัฒน์ดำเนินการตามแผนการมาก่อนหน้านั้น อ้างจากรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ ไอ.ซี.ซี.ฯ เมื่อ 29
เมษายน 2554 เกี่ยวกับตั้งบริษัทร่วมทุนในนามบริษัทร่วมอิสสระ
โดยมีโครงสร้างผู้ถือหุ้น---กลุ่มชาญอิสสระ 50% กับกลุ่มสหพัฒน์ (ไอ.ซี.ซี.ฯ กับสหพัฒนพิบูล) 50%
เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
อีกเหตุการณ์หนึ่ง-ไอ.ซี.ซี.แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2554 ที่ประชุมกรรมการบริหารได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบการลงทุนในบริษัท ซูรูฮะ
(ประเทศไทย) ดำเนินกิจการร้านค้าปลีกและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพและเสริมความงาม
รวมทั้งผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทใหม่----Tsuruha Holdings Inc. 49%
ไอ.ซี.ซี.ฯ 15% สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง 15% สหพัฒนพิบูล
15%
จากนั้นอีกหลายเดือนจึงมีคำแถลงต่อสื่ออย่างเป็นทางการ "มาแล้ว "สหพัฒน์" จับมือ "ซูรูฮะ"
เปิด "ดรักสโตร์" ท้าชน "วัตสัน-บู๊ทส์"-อ้างจากประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 22 พฤษภาคม
2555
"เครือสหพัฒน์ต้องการขยายธุรกิจร้านค้าปลีกด้านสุขภาพและความงาม
ล่าสุดได้ร่วมทุนกับกลุ่มซูรูฮะประเทศญี่ปุ่น ภายใต้เงินทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท
เปิดให้บริการร้านดรักสโตร์สไตล์ญี่ปุ่น สาขาแห่งแรกจะเปิดที่ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย
ในกลางเดือนมิถุนายนนี้
"นอกจากการร่วมมือกับซูรูฮะเปิดร้านดังกล่าวแล้ว
ก็จะมีการนำสินค้าในเครือไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน
และมีแผนการแลกเปลี่ยนโนว์ฮาว ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร รวมถึงการทำวิจัยและพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ร่วมกันด้วย"
บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เป็นคนแถลงเอง ร่วมผู้บริหารชาวญี่ปุ่นของ TSURUHA
มองในแง่หนึ่งเป็นความต่อเนื่องของ Japan Connection ของกลุ่มสหพัฒน์
ส่วน TSURUHA
คือกิจการเครือข่ายร้านค้าปลีกขนาดเล็กมีเพียงประมาณ 500 แห่งทั้งญี่ปุ่น
แม้จะเป็นกิจการก่อตั้งมานานพอสมควร ประมาณ 70 ปี
ทั้ง บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา (เกิดปี 2480)
ในฐานะประธานเครือสหพัฒน์ กับ บุญเกียรติ โชควัฒนา (เกิดปี 2490) ประธานไอ.ซี.ซี.ฯ
กิจการสำคัญในกลุ่มสหพัฒน์ ถือเป็นรุ่นต่อเนื่องในยุคกิจการขยายตัวอย่างมากมายเมื่อ 2-3 ทศวรรษที่แล้ว
ตามแนวทางของ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ผู้นำที่มีบทบาทอย่างสูงตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
และก็ยังดำรงบทบาทต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนบุญเกียรติแม้เป็นน้องคนสุดท้องที่มีอายุห่างจากบุณยสิทธ์ถึง 10 ปี
แต่ถือว่าเป็นคนรุ่นเดียวกัน
มองในมุมอย่างหยาบ ๆ และตั้งคำถามอย่างง่าย ๆ
กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวพันกับไลฟ์สไตล์และการเติบโตของสังคมไทยของคนรุ่นหลังยุค Baby boomers
อย่างกลุ่มสหพัฒน์ ด้วยการบริหารของคนรุ่นก่อนหน้า ล้วนเป็นคนมีประสบการณ์ความสำเร็จอย่างมากมาย
จะนำกลุ่มสหพัฒน์ก้าวผ่านยุคนี้ไปได้อย่างไร
ตามโมเดลธุรกิจที่ว่าด้วยขยายกิจการทั้งสองกรณี
ยังคงดำเนินไปตามแบบแผนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
--สร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่ด้วยแผนการลงทุนจากกิจการหลัก
(สหพัฒนพิบูล ไอ.ซี.ซี.ฯ และสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง) ซึ่งถือเป็นกิจการในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ที่สามารถมีช่องทางการระดมทุนจากสาธารณชนได้บ้าง แนวโน้มที่เป็นมาและเป็นไป
ไม่สามารถระดมทุนจำนวนมากพอในการลงทุนขนาดใหญ่ (หากมีแผนการ) การลงทุนของฝ่ายกลุ่มสหพัฒน์
ผ่านทั้งสามบริษัท ดำเนินไปอย่างอนุรักษนิยม ทั้งนี้เพื่อแบ่งเบาภาระทางการเงิน
กลุ่มสหพัฒน์มักใช้แนวทางการร่วมทุนเพื่อแชร์การลงทุนไปยังผู้ร่วมทุน
เป็นการกระจายความเสี่ยงเพิ่มอีกด้วย
--การเข้าสู่ธุรกิจใหม่
มักดำเนินการร่วมกับผู้ร่วมทุนที่มีประสบการณ์ในธุรกิจนั้น ๆ ทั้งกรณีชาญอิสสระ และ TSURUHA
ถือว่ามาในแนวทางเดียวกัน
และที่สำคัญส่วนใหญ่กลุ่มสหพัฒน์มักจะร่วมทุน
กับผู้ร่วมทุนที่มีขนาดกลาง ๆ
เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงพลังอำนาจในการต่อรองด้วย
แนวทางข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า
แม้ว่ากลุ่มสหพัฒน์ก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ แต่นับว่าเป็นการก้าวไปอย่างอนุรักษนิยม
เมื่อพิจารณาเชื่อมโยงไปยังผลประกอบการของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ (โปรดพิจารณาตารางท้ายบทความ)
แสดงให้เห็นว่าผลประกอบการโดยรวมยังดำเนินไปได้ด้วยดีตามสมควร เติบโตบ้างตามสมควร
แม้ไม่มาก
ภาวะเช่นนี้พิเคราะห์ว่าเป็นภาวะที่มีแรงเฉื่อยต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก-กิจการยังไม่มีปัญหาทางการเงิน
แต่ขณะเดียวกัน มีแนวโน้มไม่สดใสเท่าที่ควร
บางช่วงบางเวลาไม่สอดคล้องกับภาวะธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าคอนซูเมอร์และไลฟ์สไตล์โดยรวมที่ดูเหมือนเติบโตมากกว่านี้
กลุ่มสหพัฒน์ภายใต้การบริหารของ
ผู้บริหารที่มีอายุมากกว่า 60 ปี โดยยังไม่ปรากฏโฉมหน้ารุ่นใหม่ที่ต่อเนื่องอย่างแท้จริงนั้น
จึงยังเป็นสิ่งที่ควรติดตามอย่างกระชั้นชิดต่อไปอีก

