ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โยธาชง4พันล้านผุดผังป้องกันน้ำท่วม ชี้จัดสรร-สวนปาล์มภาคใต้รุกที่ลุ่มต่ำ

updated: 13 มิ.ย. 2555 เวลา 07:50:20 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กรมโยธาฯชง กยน.ของบฯ 4,000 ล้าน ผุดผังเมืองนโยบาย 30 จังหวัดพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ขีดพื้นที่โซนอยู่อาศัย อุตสาหกรรม พื้นที่รับน้ำ โครงข่ายถนน ป้องกันน้ำท่วม-ดินโคลนถล่ม อ่อนใจมาตรการทางผังเมืองป้องกันน้ำท่วมภาคใต้ไม่ได้ ชี้ต้นเหตุหลักผุดจัดสรร อาคารพาณิชย์ ปลูกปาล์มขวางทางน้ำ

นายเชตวัน อนันตสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ พบว่าพื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเขา และเรือกสวนไร่นา ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจหรือย่านชุมชนได้รับความเสียหายไม่มากนัก ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมืองพร้อมให้ความช่วยเหลือหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการหาทางป้องกันแก้ไขโดยนำมาตรการทางผังเมืองไปใช้ อย่างไรก็ตาม ผังเมืองอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้มากนัก เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตการวางผังเมืองรวม

ขณะเดียวกันกรมอยู่ระหว่างรอจัดสรรงบประมาณ3,000-4,000 ล้านบาท จากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) เพื่อศึกษาและจัดทำนโยบายด้านผังเมืองรวมจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาลงมาทั้ง 30 จังหวัด เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันน้ำท่วม การเกิดเหตุดินโคลนถล่มในอนาคต อาทิ เชียงใหม่ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ปทุมธานี นนทบุรี เป็นต้น ส่วนกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักผังเมือง กทม.จะดำเนินการเอง

หลังได้งบฯจากรัฐบาลมาแล้ว จะเร่งดำเนินการในทันที คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1 ปี จากนั้นจะมอบให้ทางท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท นำไปปฏิบัติต่อไป ที่ผ่านมาต่างคนต่างทำโดยที่ไม่ได้บูรณาการร่วมกัน

ผังเมืองรวมทั้ง 30 จังหวัด จะแยกให้เห็นชัดเชนว่าพื้นที่โซนไหนสำหรับที่อยู่อาศัย และสร้างได้สูงแค่ไหน สร้างโรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า พื้นที่แก้มลิงรับน้ำ สร้างเขื่อน โครงข่ายคมนาคม เพื่อไม่ให้มีการปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ หรือก่อสร้างถนนที่กีดขวางทางน้ำ ซึ่งในผังเมืองรวมจะมีแสดงไว้ครบถ้วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ใน จ.ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง สตูล ล่าสุด วันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ แต่ยังต้องจับตาดูสถานการณ์ในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างและทำการเกษตรกีดขวางทางน้ำ ทั้งบ้านจัดสรร อาคารพาณิชย์ สวนปาล์ม ฯลฯ

นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ระนอง เปิดเผยว่า มีพื้นที่ประสบภัย 5 อำเภอ 30 ตำบล 174 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 25,759 คน โดยพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 8 บ้านทองหลาง ต.บ้านนา อ.กะเปอร์ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากคอสะพานขาด รถทุกชนิดไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลงแล้ว

นายทศพล งานไพโรจน์ นายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม จ.สุราษฎ์ธานี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ว่า เป็นผลจาก อ.พุนพิน เป็นพื้นที่รับน้ำจาก 2 ด้าน ผ่านทางแม่น้ำ 2 สาย ที่มาบรรจบกัน คือน้ำจากแม่น้ำพุมดวง ซึ่งรับน้ำตั้งแต่ อ.บ้านตาขุน อ.คีรีรัฐนิคม และ อ.พุนพิน ส่วนอีกสายหนึ่ง คือแม่น้ำตาปี รับน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช ผ่าน อ.พระแสง เคียนซา เวียงสระ บ้านนาเดิม และบรรจบกับแม่น้ำพุมดวงที่ อ.พุนพิน และไหลผ่าน อ.เมืองลงสู่ทะเลอ่าวไทย

สาเหตุสำคัญคือมีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากตกต่อเนื่องนานกว่าสัปดาห์ ประกอบกับแม่น้ำตาปี มีความตื้นเขิน มีพื้นที่รับน้ำน้อยลง ถ้ามีการขุดลอกแม่น้ำตาปี ให้รองรับน้ำได้มากขึ้น จะลดความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วมเมืองท่าข้ามได้ระดับหนึ่ง

อีกจุดหนึ่ง ที่จะสามารถบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัยได้ คือ พื้นที่รับน้ำ ก่อนเข้าเมือง "ทุ่งปากขอ" ซึ่งเป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย ปกติทุ่งแห่งนี้เป็นที่รับน้ำตามธรรมชาติ แต่ด้วยปัญหาการบุกรุกพื้นที่ปลูกเพื่อปาล์มน้ำมัน ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถรับน้ำได้ โดยมีการทำคันดินสูง ล้อมรอบพื้นที่ปลูกปาล์ม ทำให้น้ำไม่สามารถไหลเข้าไปในทุ่งได้ จึงไหลบ่าเข้าท่วมเมือง

ที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่ง คือ ถนนธราธิบดี จากสามแยกหนองขรี เข้าสู่ตัวเมืองพุนพิน ซึ่งไม่มีท่อระบายใต้พื้นถนนเลย

ด้านนายธีระพันธ์ สันติจิตโต นักวิเคราะห์ผังเมืองชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตัวของผังเมือง เป็นการกำหนดในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง สำหรับกรณีถนนสาย 417 สุราษฎร์ธานี-สนามบิน ตามผังเมืองเก่า ซึ่งหมดอายุไปแล้ว แนวถนนจะใกล้เคียงกับแนวที่ผังเมืองวางไว้ แต่ไม่ใช่แนวเดียวกัน ซึ่งกรณีถนนสาย 417 ถึงแม้ว่าถนนจะขวางทางน้ำ แต่ถ้ามีการก่อสร้างให้มีบล็อกขนาดใหญ่ใต้ถนนจำนวนมาก จะสามารถระบายน้ำออกสู่ทะเลได้รวดเร็ว โดยในสุราษฎร์ธานีเอง ยังมีถนนอีกหลายสายที่มีลักษณะเช่นเดียวกันนี้

มีรายงานว่าความเสียหายในเบื้องต้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมใน จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้ประสบภัย 16 ตำบล 99 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 8,500 ครัวเรือน รวม 27,838 คน ล่าสุด จังหวัดได้ประกาศให้ทั้ง 6 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว