updated: 14 มิ.ย. 2555 เวลา 10:10:49 น.
แผนงานของ "กรมส่งเสริมอุตสาห กรรม" กระทรวงพาณิชย์ ปูพรมตั้งแต่ปี 2555 จะผลักดันส่งออก "สินค้าศิลปาชีพและหัตถกรรม" ให้ได้มูลค่าปีละ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่มีอยู่ทั่วโลก 63,234 ล้านเหรียญสหรัฐ พอเข้าสู่การรวมตลาดเดียว 10 ประเทศเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ก็จะยกระดับมูลค่าส่งออกเป็นปีละ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากมูลค่าตลาดรวมทั่วโลก 72,748 ล้านเหรียญสหรัฐโดยได้วางกลยุทธ์สร้าง "ผู้ประกอบการ" ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จด้วย 3 สูตรหลัก ได้แก่ สูตรแรก ใช้นวัตกรรมดีไซน์หรือการออกแบบเชิงสร้างสรรค์เพิ่มผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ สูตร 2 สนับสนุนแผนการตลาดในและต่างประเทศให้มีความเข้มแข็ง สูตร 3 เพิ่มความแข็งแกร่งเครือข่ายสมาชิกผู้ประกอบการและตลาด
ล่าสุดกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้บูรณาการภารกิจโดยใช้พื้นที่ "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2555" เปิดพาวิเลียนจัดแสดง "สินค้าต้นแบบเชิงสร้างสรรค์ : Lanna Aesthetic Festival 2012" รวบรวมสินค้าหัตถกรรม 48 ชิ้นงานที่ได้รับการคัดเลือกในฐานะสินค้าหัตถกรรมนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์มาเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระหว่าง 4 องค์กร คือเจ้าของผลิตภัณฑ์ วิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1
นายประสงค์ นิลบรรจง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปีนี้ได้นำงบประมาณ 30 ล้านบาท จัดทำโครงการสินค้าต้นแบบเชิงสร้างสรรค์ในกลุ่มผู้ประกอบการแถบจังหวัดล้านนา เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน โดยร่วมมือกัน 4 ฝ่าย มีทั้งเจ้าของสินค้า วิทยาลัยศิลปะสื่อฯ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม วางแผนปฏิบัติการฉบับเร่งรัดภายใน 2 เดือน คัดเลือกทีมพัฒนามา 3 กลุ่ม กลุ่มแรก ผู้ประกอบการ 4 จังหวัด จาก 600 คน คัดเหลือ 40 คน กลุ่ม 2 ดีไซเนอร์เป็นกลุ่มนักศึกษาและนักออกแบบอิสระ 800 คน คัดเหลือ 80 คน มาทำหน้าที่ร่วมคิดผลงานกับผู้ประกอบการอัตราส่วน 2 ต่อ 1 และ กลุ่ม 3 ผู้ให้คำปรึกษา (mentor) คอยผสมผสานให้ชิ้นงานตรงตามความต้องการของตลาดที่จะนำสินค้าไปวางขาย ซึ่งมีรสนิยมความชอบ สี ลาย เป็นอัตลักษณ์ต่างกัน
ในที่สุดก็ได้ชิ้นงานต้นแบบเข้าสู่ตลาด 48 ชิ้น และที่พร้อมผลิตอีก 30 ชิ้นงาน ส่วนผู้เข้าร่วมโครงการแต่ไม่ผ่านเข้ารอบ ก็ยังนำความรู้จากการอบรมตลอดคอร์สไปขยายทำเครือข่ายโครงการ e-learning ได้อีกด้วย ไม่ได้เสียเปล่า ชิ้นงานที่ผ่านการคัดเลือกให้ผลิตออกจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว ทางกรมนำไปฝากหน้าร้านของคู่ค้าโชว์แล้วในจีน อีก 2 เดือนหน้าจะโชว์ตามหน้าร้านในพม่า
สินค้าหัตถกรรมต้นแบบเชิงสร้างสรรค์ของกลุ่มล้านนา ตอนนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดส่งออก ทั้งแถบเอเชีย สหภาพยุโรป และทวีปอื่น ๆ ถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะวิกฤตเพียงใดก็ตาม แต่สินค้าเหล่านี้แทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลย อีกทั้งยังสามารถเพิ่มมูลค่าราคาขาย และความแตกต่างด้านขีดความสามารถเหนือคู่แข่งประเทศอื่น ๆ รวมไปถึงเป็นแนวพัฒนาการสร้างผู้ประกอบการ ดีไซเนอร์ ต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
นายประสงค์กล่าวว่า โครงการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (creative economy) นั้น กำหนดกรอบการทำงานไว้ 3 ปี เมื่อกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมนำร่องทำต้นแบบสินค้าเสร็จตามแผนแล้ว ก็จะส่งมอบภารกิจต่อให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดรับช่วงทำต่อในระยะยาว สำหรับปี 2555 ต้องเดินหน้าทำอีก 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการอาหารปลอดภัย เพราะภาคเหนือนอกจากจะเป็นแหล่งสินค้าหัตถกรรมแล้ว ยังขึ้นชื่อทางด้านอาหารพื้นเมืองด้วย คอนเซ็ปต์คือการรณรงค์ให้ผู้ประกอบการทำสินค้าสีเขียว หรือ Green Product
โดยตั้งเป้าจะต้องพัฒนาสินค้าให้ถึงเกณฑ์ได้การรับรองมาตรฐาน IFOM : International Federation of Agriculture จากสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ และสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ตอนนี้ทำได้แล้ว คือลำไยออร์แกนิก นำไปโชว์ในงาน BIOFAIR รายการใหญ่สุดของโลก จัดปีละ 5 ครั้ง ในเยอรมนี สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น บราซิล ตอนนี้กำลังพัฒนาต่อเป็นกลุ่มสินค้าสปาและเครื่องสำอาง จะเพิ่มกลุ่มอุตสาหกรรมชา ซึ่งได้การรับรองมาตรฐานไอฟอมแล้ว 5 ราย แบรนด์ใหญ่สุด คือชาเชียงราย
จากนี้เป็นต้นไป "กรมส่งเสริมอุตสาห กรรม" จะมุ่งพัฒนาสินค้าต้นแบบเชิงสร้างสรรค์ เป็นผลิตนำร่องขยายมูลค่าตลาดส่งออก ซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถทำราคาได้สูงกว่าปกติ 1 เท่าขึ้นไป และไทยจะเป็นประเทศศูนย์กลางสินค้านวัตกรรมเป็นหลัก


