ประชาชาติธุรกิจ
สัมภาษณ์และรายงานพิเศษ

วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ก้าวใหม่เชนสโตร์ดัง "เจมาร์ท" ปั้น "เจมาร์เก็ต" ต่อยอดธุรกิจ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 14 มิ.ย. 2555 เวลา 10:30:43 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สัมภาษณ์

จัดได้ว่าคร่ำหวอดอยู่ในสังเวียนธุรกิจโทรศัพท์มือถือในบ้านเรามาอย่างยาวนาน สำหรับ "เจมาร์ท" โดยเริ่มต้นธุรกิจจากการเปิดร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายยี่ห้อด้วยระบบเงินผ่อนเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เมื่อเห็นโอกาสในยุคที่โทรศัพท์มือถือเพิ่งเริ่มตั้งไข่จึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาบ้าง ประสาคนชอบ (ลอง) ริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ มีดีเอ็นเอนักการตลาด และไม่ช้า "อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา" จึงมักครีเอตโปรเจ็กต์ใหม่ ธุรกิจใหม่เช่น เป็นเจ้าแรก ๆ ที่จัดงานแฟร์ขายมือถือ

จากร้านขาย "เครื่องใช้ไฟฟ้า" มาขายมือถือ-สินค้าไอที ธุรกิจตามหนี้ และบริหารพื้นที่เช่า 22 ปี "เจมาร์ท" และ 18 ปี

"เจเอ็มที" (ธุรกิจติดตามหนี้) หลังดัน "เจมาร์ท" จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ปีนี้ถึงคิวของ "เจเอ็มที""ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับแม่ทัพธุรกิจ เจมาร์ท ดังต่อไปนี้

- เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นกี่ปีแล้ว

3 ปี ทำให้มาร์เก็ตแคปเพิ่มจาก 500 ล้าน เป็น 3 พันล้านบาทได้ จ่ายปันผลไปแล้ว 90 สตางค์ นักลงทุนที่ลงทุนเมื่อ 3 ปีก่อน แค่ 90 สตางค์ (ไอพีโอ 1.80 บาท) วันนี้ราคาหุ้น 9 บาท ได้วอร์แรนซ์อีกบาท เท่ากับลงทุน 90 ตังค์ ตอนนี้ 10 บาท

- จากร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า

ไม่น่าเชื่อใช่ไหม ผมเองก็ไม่ได้คิดนะ แต่คิดว่าเกิดมาเป็นนักทำธุรกิจ ไม่ใช่นักลงทุน นักธุรกิจก็คือทำธุรกิจ จากพนักงานไม่กี่คนวันนี้มีพนักงานพันกว่าคน และกำลังสร้างตึกของเราเองที่รามคำแหง

- ปีนี้จะนำเจเอ็มทีเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นเป็น 2 บริษัท

ใช่ เจเอ็มทีทำมาปีนี้ปีที่ 18 ปีแล้ว ส่วนเจมาร์ทก็ 22 ปี เจเอ็มทีจะเข้าตลาดปีนี้ มีคนสนใจเยอะมาก ๆ ผมใช้เงินไปเป็นพันล้านบาทในการซื้อหนี้มูลค่ารวม ๆ แล้ว 2 หมื่นล้านบาท แต่เก็บมาได้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประมาณหมื่นล้าน รวม ๆ แล้วมี 3 หมื่นล้านบาท ไม่มีบริษัทไหนที่มีไซต์ขนาดนี้

- มีพนักงานเท่าไร

ในเจเอ็มทีมี 500 คน ในเจมาร์ท 800-900 คน เนื่องจากธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าเริ่มมีกำไรมากขึ้น จึงได้แยกบริษัทออกมาคือ เจเอเอส ล่าสุดเพิ่งซื้อที่วังหิน 100 กว่าล้าน 5 ไร่ ตรงข้ามโลตัส วังหิน

- ทำคอมมิวนิตี้มอลล์

ทุกคนบอกแบบนี้หมด แต่ผมบอกว่า ไม่ ผมจะทำตลาด มีข้าวมันไก่ ของสดของแห้ง ของสำเร็จรูป และอยู่ตรงชุมชนที่มีคนเยอะ ๆ ไม่ใช่แค่ที่วังหินผมไปเช่าตลาดอมรพันธ์ตรงแยกเกษตรคิดว่ามีบิสซิเนสโมเดลที่ทำได้ ไปเช่าและทุบตึกเก่ารีโนเวตใหม่ทั้งหมด ตรงวังหินจะได้รับโอนที่สิ้นปี จากนั้นคงเริ่มขึ้นโปรเจ็กต์ ใช้ชื่อ "เจมาร์เก็ต" ตรงตลาดอมรพันธุ์เดิมที่จะเปิดในอีก 2 เดือนก็ใช้ชื่อนี้ ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ 50 แห่งทั่วประเทศ

- รายได้จากแต่ละธุรกิจมีสัดส่วนยังไง

จากมือถือยังเยอะอยู่คิดเป็น 90% อีก 6% เป็นธุรกิจติดตามหนี้ 4% เป็นพื้นที่เช่า แต่ผมโฟกัสตรงกำไร ดูเฉพาะกำไร 65% มาจากเจมาร์ท ซึ่งในที่นี่คือ ร้านมือถือบวกพื้นที่เช่า ส่วนเจเอ็มทีคิดเป็น 35%

แต่ที่น่าสนใจคือ พอทำตัวเลขมาแล้ว อีก 2 ปีตัวเลขของการติดตามหนี้จะไปได้อีกเยอะมาก คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 500 ล้านบาทใน 2 ปี ปีที่แล้วได้กำไร 171 ล้าน

เป็นตามหนี้ 67 ล้าน แต่ทั้งพอร์ตที่ไปซื้อหนี้มาคือ 2 หมื่นล้าน หนี้ที่ซื้อมา 6 ปีที่แล้ว ทยอยซื้อพันล้าน 2 พันล้าน หนี้ปีแรกที่ซื้อมาพันล้านใช้เงินไป 39 ล้านบาท ตอนนี้เก็บได้ 100 กว่าล้านเก็บได้ตลอด

- มันบอกอะไร

บอกว่าธุรกิจนี้ซื้อหนี้มาเถอะ อีก 6-7 ปีก็ยังเก็บได้ แล้วอัตราผลตอบแทนการลงทุนไม่ใช่ 100% แต่ 300%

- หนี้ที่ซื้อมามีอะไรบ้าง

มีหนี้บัตรเครดิต, รถยนต์ หนี้เสียของอิออน ของแคปปิตอลโอเค เมื่อก่อนเราเริ่มจากตามค่าบริการโทรศัพท์มือถือ ตอนหลังขยายไปอย่างอื่น ๆ อย่างปีที่แล้วก็ซื้อหนี้ของแคปปิตอลโอเค และปีนี้เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาเพิ่งซื้อหนี้ของอิออนมา 5 พันกว่าล้าน ทั้งที่อิออนไม่เคยขายหนี้เลยนะ

- ปีนี้ตั้งเป้าธุรกิจมือถือไว้แค่ไหน

1.2 ล้านเครื่อง คาดว่าตลาดรวมจะมียอดขาย 15-17 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟนถึง 80% ในแง่เป้าหมายยอดขายปีนี้ของเราตั้งเป้าเพิ่มจากปีที่แล้ว 20% ปีที่แล้วได้ 9.94 แสนเครื่อง สมาร์ทโฟนครึ่งหนึ่ง ราคาเครื่องเฉลี่ยสูงกว่าตลาด ตลาดอยู่ที่ 4,000 บาท ของเรา 5,818 บาท เนื่องจากขายสินค้าไฮเอนด์เยอะ

- มีช็อปกี่แห่ง

ทั้งหมด 210 แห่ง แต่ปีนี้จะขยายเพิ่มเติมอีกเยอะมาก รวมถึงทุบช็อปเก่าทิ้งขยายใหม่รีโนเวตใหม่ รวมเบ็ดเสร็จแล้วใช้เงินไป 150 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการ ตั้งใจว่าจะเปิดช็อปเพิ่มให้ 250 แห่ง คือเพิ่มอีก 40 แห่ง

- มีเป็นแฟรนไชส์ด้วย

เราลงทุนเองหมด ถ้าจะทำแฟรนไชส์ต้องมีรูมของกำไรมากกว่านี้ แต่ขายมือถือไม่ได้กำไรขนาดนั้น ขายไอโฟนกำไรยังแค่ 5-6% ทำแฟรนไชส์ไม่ได้หรอก

- ตลาดเปลี่ยนเร็ว

สินค้าเทคโนโลยีเปลี่ยนตลอดเวลา เบอร์หนึ่งมาเป็นเบอร์รองก็เยอะ ดูอย่างโนเกียที่เคยขายได้ดีมาก ๆ วันนี้ยอดมาจากต่างจังหวัดเน้นราคาถูก ตลาดเอ็นทรี หรือบีบี เงียบไปตั้งเยอะ

- วางอนาคตเจมาร์ทไว้ยังไง

ตอนนี้ผมเข้าไปในตลาดทุนแล้ว อย่างเดียวคือเมกชัวร์ให้มาร์เก็ตแคปขึ้นไปเป็น 5 พัน เป็น 8 พัน และหมื่นล้าน เพราะถ้าต่ำกว่าหมื่นนักลงทุนที่เป็นกองทุนไม่สนใจ คิดว่าจะใช้เวลาอีก 3 ปี 3 ปีที่ผ่านทำมาถึงระดับ 3 พันกว่าล้าน 3 พันล้านแรกยากมาก ถ้าทำได้ 3 พันล้านถัดไปง่ายขึ้น แต่ธุรกิจต้องมั่นคงจับธุรกิจขาขึ้นก็จะเห็นมาร์เก็ตแคปเติบโตขึ้นไป

ที่มีวันนี้ เพราะ1.ผู้บริหารตั้งใจทำธุรกิจให้เติบโต ไม่ใช่นั่งปั่นหุ้น 2.มีนโยบายทั้งระยะสั้นระยะยาวและมุ่งไปทางนั้นโดยไม่เคยเขว และ 3.ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์แบบเรียลพาร์ตเนอร์ ไม่ใช่ล้มแล้วข้าม อย่างโนเกียวันนี้ไปดูที่เจมาร์ท เขาอยู่ข้างหน้าตลอด เพราะเมื่อก่อนซัพพอร์ตเราเยอะ วันนี้ซัพพอร์ตน้อยหน่อยไม่เป็นไร วันนั้นเคยเป็นยังไงวันนี้เราก็ยังเป็นอย่างนั้นกับซัพพลายเออร์ กับโอเปอเรเตอร์ไม่เคยมีอะไรเสียชื่อ