updated: 14 มิ.ย. 2555 เวลา 13:42:03 น.
เกษตรฯรับมืออาหารขาดแคลนช่วงภัยพิบัติ ตั้ง คกก.เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรเพื่อเร่งทำฐานข้อมูลปริมาณ และแหล่งผลิตอาหารสำคัญนำร่องสินค้าเกษตรหลัก ข้าว-ไข่ไก่-เนื้อสัตว์ ก่อนเสนอรัฐบาลมองในภาพรวมหวังเชื่อมโยงแหล่งผลิตอาหารและระบบการกระจายสินค้าทั้งประเทศ
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการจัดทำแผนฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านการเกษตร (กผฟ.) เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมาได้มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำฐานข้อมูลสินค้าเกษตรและอาหารที่ครบถ้วนและชัดเจน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการเตรียมความพร้อมด้านอาหารในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ โดยนำประสบการณ์จากปัญหาสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมาพิจารณาหามาตรการป้องกันปัญหาการขาดแคลนสินค้าเพื่อการบริโภค เนื่องจากพบว่ายังขาดแหล่งข้อมูลของสินค้าเกษตรและอาหารที่ชัดเจนว่า มีปริมาณที่แท้จริงอยู่เท่าไหร่ และอยู่ที่ใดได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง จึงเป็นสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถกระจายสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารไปสู่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯจึงพิจารณาเห็นว่า ควรมีการเตรียมการป้องกันปัญหาผลกระทบในการขาดแคลนอาหารที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ โดยขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงเกษตรฯร่วมเป็นคณะกรรมการ เช่น กรมชลประทาน กรมประมง กรมปศุสัตว์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นเลขานุการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้มีการประชุมกรอบแนวทางการเตรียมความพร้อมในการขนส่ง และกระจายสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารเพื่อรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตรเรียบร้อยแล้ว โดยในเบื้องต้นได้กำหนดแนวทางดำเนินการกับสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ 3 ชนิดสินค้า ได้แก่ ข้าว ไข่ไก่ และเนื้อสัตว์แช่แข็ง รวมทั้งได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณแหล่งผลิตสินค้า และผู้รับผิดชอบในแต่ละชนิดสินค้า โดยทำเป็นผลผลิตรวมรายปีเพื่อเป็นฐานข้อมูลหลัก และหากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้นจะมีการจัดทำข้อมูลเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ และรายวันหากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ เพื่อจะเป็นข้อมูลสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์ในการกระจายสินค้าไปยังผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเอง ภาคเอกชน หรืออาสาสมัครต่าง ๆ
โดยขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะครอบคลุมงาน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร 2.การจัดการฐานข้อมูล 3.การบริหารจัดการศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า เช่น สหกรณ์ อ.ต.ก. เป็นต้น 4.การบริหารจัดการระบบขนส่ง
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมพิจารณาเห็นว่ายังมีอีกหลายชนิดสินค้าที่มีความจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน และอาจกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น น้ำมันพืช สินค้าปรุงสำเร็จ น้ำ
