ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ฟองสบู่ (หุ้น) "เฟซบุ๊ก" บทเรียนใหม่ธุรกิจดอตคอม

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 14 มิ.ย. 2555 เวลา 17:14:33 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ปัญหาราคาหุ้นเฟซบุ๊กลดลงต่อเนื่อง และเรื่องที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการเงินในเชิงลึกแก่นักลงทุนทั่วไปจนอาจมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย ทำให้หลายคนคาดการณ์ได้ไม่ยากว่า เฟซบุ๊ก อาจไม่สามารถระดมทุนได้มากเท่ากับที่ตั้งความหวังไว้ นักวิเคราะห์บางรายมองเหตุการณ์นี้ลึกลงไปมากกว่านั้น

"ไดแลน ทวีนี่" คอลัมนิสต์ในไอที "เวนเจอร์บีต" แสดงความคิดเห็นกรณีที่ "เฟซบุ๊ก" ทำผลงานได้ไม่ดีนัก หลังผันตนเองเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น โดยตั้งข้อสังเกตว่า หรือถึงเวลาที่ต้องเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า ฟองสบู่แตกแล้ว และว่า เหตุการณ์นี้น่าจะส่งผลกระทบในด้านลบต่อมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อการตั้งตัวของบริษัทไอทีหน้าใหม่รายอื่น ๆ ด้วย

"เราเห็นนัยผลกระทบที่ว่านี้ซ่อนอยู่ในการที่หลายฝ่ายออกมาแสดงอาการไม่พอใจหรือผิดหวังเกี่ยวกับราคาหุ้นเฟซบุ๊กที่ตกต่ำลงต่อเนื่องในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา"

อย่างไรก็ตาม ผลงานของเฟซบุ๊กส่งผลดีกับบริษัทและนักลงทุน แม้ผู้ดูแลด้านการเงินและผู้บริหารระดับสูงจะปล่อยให้เรื่องน่าอับอาย การผิดศีลธรรม และอาจถึงขั้นผิดกฎหมายเกิดขึ้นก็ตาม ประเด็นเหล่านี้สร้างความปวดหัวให้ผู้บริหาร และบริษัทเนื่องจากเฟซบุ๊กได้เผยแพร่ข้อมูลการคาดการณ์รายได้ของตนให้ผู้ลงทุนรายหลัก แต่ไม่เปิดเผยให้นักลงทุนทั่วไปได้รับรู้ทำให้โดนหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานตรวจสอบ รวมถึงมีผู้ถือหุ้นยื่นฟ้องอีกสองคดี

"ไดแลน" มองว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแม้ทำให้ราคาหุ้นเฟซบุ๊กลดลง แต่คงไม่ส่งผลกระทบกับบริษัทหรือบุคลากรในองค์กร เพราะช่วงที่สำคัญจริง ๆ คืออีก 6 เดือนต่อจากนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่การห้าม

พนักงานเฟซบุ๊กซื้อขายหุ้นหมดลง เรื่องยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นระหว่างที่เฟซบุ๊กทำไอพีโออาจส่งผลให้ปีหน้า บริษัททำงานได้ลำบากขึ้นบ้าง แต่คงไม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินธุรกิจในระยะยาวของบริษัท

"มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก" ซีอีโอเฟซบุ๊ก ออกมายอมรับด้วยตนเองว่า คงไม่สามารถทำให้หุ้นของเฟซบุ๊กเป็นไปตามที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีตคาดหวังไว้ได้ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่เขายังถือสิทธิ์การควบคุมสั่งการในเฟซบุ๊กผ่านการจัดรูปแบบโครงสร้างหุ้นของบริษัทที่จัดแบ่งเป็นสองชั้น ดังนั้นบรรดานักเสี่ยงโชคหรือนักลงทุนระยะสั้นคงไม่สามารถเข้ามาหาประโยชน์จากการลงทุนในเฟซบุ๊กได้แน่นอน

เหตุผลที่แท้จริงที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องหุ้นเฟซบุ๊ก คือ การที่มันอาจส่งผลกระทบกับบรรยากาศการลงทุนในภาพรวมได้

"พอล กราแฮม" ผู้ก่อตั้งบริษัทวาย คอมบิเนเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลบริษัทไอทีเกิดใหม่ในซิลิกอนวัลเลย์ เขียนในอีเมล์ที่ส่งให้ผู้ก่อตั้งบริษัทไอทีรายใหม่ ๆ มีเนื้อหาว่า พวกเขาควรลดความคาดหวังเรื่องการระดมทุนบริษัท โดยให้เหตุผลว่า ในอนาคตนักลงทุนอาจประเมินมูลค่าของบริษัทไอทีหน้าใหม่ต่ำกว่าที่เคยเป็นมาในช่วงก่อนหน้านี้ หลายคนเริ่มคิดว่า ผลของการทำไอพีโอของเฟซบุ๊กน่าจะส่งผลแง่ลบต่อการระดมทุนจัดตั้งบริษัทหน้าใหม่ในภาพรวม

ด้าน "ฮาร์จ แท็กการ์" พาร์ตเนอร์บริษัทวาย คอมบิเนเตอร์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การประเมินมูลค่าบริษัทไอทีในปัจจุบันถือว่าสูงมาก แต่อีกไม่นานจะปรับลดลงมาเอง

"ไดแลน" สรุปสั้น ๆ ว่า การประเมินมูลค่าบริษัทไอทีได้กลับมาสู่ช่วงของการมองตามความเป็นจริง นักลงทุนในกลุ่มบริษัทไอทีหน้าใหม่ไม่สามารถแน่ใจได้อีกต่อไปว่า การนำบริษัทไอทีเข้าสู่ตลาดหุ้นสาธารณะจะเป็นเรื่องง่าย ๆ หรือหาเงินเข้าบริษัทที่ตนลงทุนได้ง่ายดาย (แม้จะมีการประเมินมูลค่าบริษัทไว้สูงจนไม่น่าเป็นจริงได้ก็ตาม) อีกต่อไป

ยกตัวอย่างบริษัทไอทีน้องใหม่ที่เพิ่งทำไอพีโอเมื่อเร็ว ๆ นี้ 5 แห่ง เริ่มจาก "กรุ๊ปปอง" จากวัน "ไอพีโอ" ถึงปัจจุบัน หุ้นตกลง 63% ตามด้วย "แพนโดร่า" ตกลง 33% "เยลป์" ตกลง 39% เช่นเดียวกับ "ซิงก้า" ที่ราคาหุ้นลดจากวันไอพีโอ 40% สุดท้ายคือเฟซบุ๊ก

"คงมีน้อยคนที่อยากลงทุนในบริษัทไอทีที่ตั้งขึ้นมาใหม่ หากพวกเขาไม่สามารถเห็นผลตอบแทนกลับมาเป็นเงินมหาศาลในวันที่สิ้นสุดการทำไอพีโอ"

"เฟรด วิลสัน" ผู้ร่วมลงทุนและหัวหน้าบริษัทด้านการเงิน ยูเนี่ยน สแควร์ เวนเจอร์ส เห็นต่างออกไปเกี่ยวกับกรณีการทำไอพีโอของ "เฟซบุ๊ก" ว่า เขาไม่เห็นด้วยที่บอกว่าศักยภาพการทำไอพีโอของ เฟซบุ๊กจะส่งผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าบริษัทไอทีเกิดใหม่ในภาพรวม แต่มองว่าจะส่งผลกระทบเฉพาะในช่วงท้ายของการทำไอพีโอและในตลาดหุ้นรองมากกว่า เพราะเป็นส่วนที่มีการนำมูลค่าของการทำไอพีโอเข้ามาพิจารณา

"เฟรด" เสริมว่า มูลค่าเฟซบุ๊กปัจจุบันน่าจะมีอัตราส่วนอยู่ที่ 10 ต่อ 1 ของรายได้ (เทียบจากการที่บริษัทเฟซบุ๊กมีมูลค่าในตลาดหุ้นในขณะนี้ 43 พันล้านเหรียญขณะที่รายได้รายปีอยู่ที่ 4 พันล้านเหรียญ มีอัตราส่วน 25 ต่อ 1 หากเทียบกับตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงาน (เทียบจากมูลค่าในตลาดหุ้นของเฟซบุ๊กที่ 43 พันล้านเหรียญ กับอัตราผลกำไรรายปีก่อนจ่ายภาษี ซึ่งอยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญ)

หมายความว่า แม้ขณะนี้จะยังมีการประเมินมูลค่า "เฟซบุ๊ก" ไว้สูงมาก ๆ อยู่ดี เขาเสริมตอนท้ายว่า การที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายผิดหวังกับศักยภาพการทำไอพีโอของ "เฟซบุ๊ก" น่าจะเป็นเพราะคาดหวังสูงเกินไป สูงเกินกว่ากลุ่มนักลงทุนที่รู้จักมองเห็นถึงความสมเหตุสมผลจะยอมจ่ายเงิน

"ไดแลน" กล่าวอีกว่า มีนักวิเคราะห์บางรายที่ออกมาคาดการณ์ว่า สถานการณ์ในตลาดหุ้นของ "เฟซบุ๊ก" อาจเลวร้ายยิ่งขึ้นไปกว่านี้ ระดับราคาหุ้นเฟซบุ๊กจะดิ่งลงเหว แต่โดยส่วนตัวมองว่า เฟซบุ๊กมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้มูลค่าของบริษัทสูงกว่ารายได้ประจำปีเป็น 10 เท่า เห็นได้จากการที่มีฐานผู้ใช้งานเกือบหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก ทั้งไม่มีคู่แข่งหลักในตลาด แถมเพิ่งเริ่มหาทางทำเงินจากเครือข่ายตนเองได้ไม่นาน

"บริษัทไอทีหน้าใหม่ ๆ ที่ต้องการทำไอพีโอไม่ควรตระหนกตกใจเกินไปว่าจะไม่มีนักลงทุนสนใจจนทำให้มูลค่าบริษัทน้อยเกินกว่าความเป็นจริง แต่ก็ไม่ควรคาดหวังว่า การทำไอพีโอของบริษัทไอทีหน้าใหม่ทุกรายจะสร้างมูลค่าได้มากกว่ารายได้ของตนเองหลายต่อหลายเท่าแบบเฟซบุ๊ก การที่ฟองสบู่มูลค่าของเฟซบุ๊กแฟบลงบ้าง อาจจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมไอที เพราะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันมาเน้นเฉพาะนวัตกรรมที่มีความหมายหรือมีความสามารถในการทำธุรกิจได้จริง ๆ เสียที"