ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เซ็นทรัล-เอสวีไอบุกยุโรป ช็อปของถูกเล็งฮุบ"อาหาร-รีเทล-ปิโตร"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 มิ.ย. 2555 เวลา 21:30:36 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ซีแอลเอสเอเผยมีดีลในมือพาลูกค้าไทย 2-3 ราย ช็อปกิจการราคาถูกในยุโรป ระบุมีกลุ่มธุรกิจ "อาหาร-ปิโตรฯ-รีเทล" ด้านบิ๊ก รร.เซ็นทรัลเผยมีนักวาณิชธนกิจมาชวนออกไปลงทุนโรงแรมในสหรัฐ-ยุโรป ผู้บริหารเอสวีไอฟุ้งหาโอกาสเทกโอเวอร์ตามกระแส รอเงินเคลมประกันน้ำท่วมใช้ลงทุนนอกประเทศ คาดมีข้อสรุปชัดเจน 6 เดือน

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากวิกฤตปัญหาหนี้ยุโรประยะยาวถือเป็นโอกาสของธุรกิจเอกชนไทยที่มีความพร้อม

และสนใจจะเข้าไปซื้อกิจการในยุโรปซึ่งจะได้สินทรัพย์คุณภาพดีในราคาที่ถูกลง จากผลของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจรวมทั้งค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ในยุโรปยังประสบปัญหาเครดิตในการปล่อยกู้

"ยังมีโอกาสที่ราคาสินทรัพย์ในยุโรปจะปรับลงต่อจากราคาปัจจุบัน เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นยังต้องรอความชัดเจนในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของยุโรปยังต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาอีกประมาณ 1-2 ปี จึงจะสามารถเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน และการบริโภคกลับมาสู่ภาวะปกติ ขณะที่ราคาสินทรัพย์มีโอกาสที่ฟื้นตัวก่อนการฟื้นของภาพรวมเศรษฐกิจ"

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีบริษัทแม่ในยุโรปคือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซีแอลเอสเอ ประเทศฝรั่งเศส ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ร่วมประสานการทำงานเพื่อสรรหาสินทรัพย์เป้าหมายในยุโรป เพื่อนำมาให้ลูกค้าในไทยที่มีศักยภาพและความสามารถพิจารณา ซึ่งมีลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหาร ปิโตรเคมี และรีเทล ซึ่งเป็นบริษัททั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและนอกตลาดประมาณ 2-3 ราย สนใจการลงทุน

ด้านนายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและการเงิน บมจ.โรงแรมเซ็นทรัล พลาซ่า (CENTEL) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีวาณิชธนกิจทั้งในไทย สหรัฐ และยุโรปเข้ามาติดต่อเพื่อเข้าไปซื้อกิจการธุรกิจโรงแรมทั้งในสหรัฐ รวมถึงยุโรปและกรีซ หลังจากที่ได้รับผลกระทบวิกฤตหนี้ในยุโรป ส่งผลให้บริษัทพิจารณาโอกาสในการเข้าลงทุนซื้อกิจการเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่บริษัทมีการลงทุนธุรกิจโรงแรมอยู่ในต่างประเทศเพียงมัลดีฟส์แห่งเดียว

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการศึกษาโดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินเสนอชื่อโรงแรมให้พิจารณาแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยมูลค่ากิจการได้เพราะอาจกระทบต่อราคา และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสามารถจะสรุปดีลได้เมื่อใด จะต้องขึ้นกับผลเจรจา สำหรับแหล่งเงินลงทุน บริษัทจะพิจารณาจากหลายแนวทาง ทั้งจากเงินสดภายในบริษัท, การออกหุ้นกู้, การกู้จากสถาบันการเงินและการร่วมทุน (Joint Venture) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตรธุรกิจต่างชาติจำนวน 2 ราย

ส่วนนายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอสวีไอ (SVI) กล่าวว่า ในปีนี้เป็นจังหวะโอกาสที่บริษัทจะเข้าซื้อกิจการในยุโรปในราคาถูก เนื่องจากกิจการขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพกำลังประสบปัญหาด้านฐานะการเงินจากความปั่นป่วนปัญหาหนี้ในยุโรป ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทในยุโรปปรับตัวลดลง

"ขณะนี้เราเริ่มศึกษากิจการเป้าหมายที่ต้องการ คาดว่าภายในช่วง 6 เดือนจะสามารถได้ข้อสรุปการซื้อกิจการในยุโรป ทั้งนี้ต้องการซื้อกิจการที่มียอดขายระดับ 200 ล้านเหรียญ/ปี จึงจะได้ประโยชน์จากการลงทุน สำหรับแหล่งเงินทุน

ส่วนหนึ่งจะนำมาจากเงินเคลมประกันจากน้ำท่วม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทประกันภัย และที่เหลือใช้แหล่งเงินกู้โดยนำกิจการที่ซื้อมาค้ำประกัน" แหล่งข่าวกล่าว