updated: 15 มิ.ย. 2555 เวลา 21:30:36 น.
ซีแอลเอสเอเผยมีดีลในมือพาลูกค้าไทย 2-3 ราย ช็อปกิจการราคาถูกในยุโรป ระบุมีกลุ่มธุรกิจ "อาหาร-ปิโตรฯ-รีเทล" ด้านบิ๊ก รร.เซ็นทรัลเผยมีนักวาณิชธนกิจมาชวนออกไปลงทุนโรงแรมในสหรัฐ-ยุโรป ผู้บริหารเอสวีไอฟุ้งหาโอกาสเทกโอเวอร์ตามกระแส รอเงินเคลมประกันน้ำท่วมใช้ลงทุนนอกประเทศ คาดมีข้อสรุปชัดเจน 6 เดือน
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)
ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า
จากวิกฤตปัญหาหนี้ยุโรประยะยาวถือเป็นโอกาสของธุรกิจเอกชนไทยที่มีความพร้อม
และสนใจจะเข้าไปซื้อกิจการในยุโรปซึ่งจะได้สินทรัพย์คุณภาพดีในราคาที่ถูกลง
จากผลของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจรวมทั้งค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง
ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ในยุโรปยังประสบปัญหาเครดิตในการปล่อยกู้
"ยังมีโอกาสที่ราคาสินทรัพย์ในยุโรปจะปรับลงต่อจากราคาปัจจุบัน
เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นยังต้องรอความชัดเจนในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง
การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของยุโรปยังต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาอีกประมาณ 1-2 ปี
จึงจะสามารถเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน และการบริโภคกลับมาสู่ภาวะปกติ
ขณะที่ราคาสินทรัพย์มีโอกาสที่ฟื้นตัวก่อนการฟื้นของภาพรวมเศรษฐกิจ"
ทั้งนี้
ปัจจุบันบริษัทมีบริษัทแม่ในยุโรปคือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซีแอลเอสเอ ประเทศฝรั่งเศส
ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ได้ร่วมประสานการทำงานเพื่อสรรหาสินทรัพย์เป้าหมายในยุโรป
เพื่อนำมาให้ลูกค้าในไทยที่มีศักยภาพและความสามารถพิจารณา ซึ่งมีลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหาร
ปิโตรเคมี และรีเทล ซึ่งเป็นบริษัททั้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและนอกตลาดประมาณ 2-3 ราย
สนใจการลงทุน
ด้านนายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและการเงิน
บมจ.โรงแรมเซ็นทรัล พลาซ่า (CENTEL) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีวาณิชธนกิจทั้งในไทย สหรัฐ
และยุโรปเข้ามาติดต่อเพื่อเข้าไปซื้อกิจการธุรกิจโรงแรมทั้งในสหรัฐ รวมถึงยุโรปและกรีซ
หลังจากที่ได้รับผลกระทบวิกฤตหนี้ในยุโรป
ส่งผลให้บริษัทพิจารณาโอกาสในการเข้าลงทุนซื้อกิจการเพิ่มมากขึ้น
จากปัจจุบันที่บริษัทมีการลงทุนธุรกิจโรงแรมอยู่ในต่างประเทศเพียงมัลดีฟส์แห่งเดียว
ทั้งนี้
ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการศึกษาโดยเฉพาะในยุโรป
ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินเสนอชื่อโรงแรมให้พิจารณาแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยมูลค่ากิจการได้เพราะอาจกระทบต่อราคา
และยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสามารถจะสรุปดีลได้เมื่อใด จะต้องขึ้นกับผลเจรจา สำหรับแหล่งเงินลงทุน
บริษัทจะพิจารณาจากหลายแนวทาง ทั้งจากเงินสดภายในบริษัท, การออกหุ้นกู้,
การกู้จากสถาบันการเงินและการร่วมทุน (Joint Venture)
ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตรธุรกิจต่างชาติจำนวน 2 ราย
ส่วนนายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอสวีไอ (SVI) กล่าวว่า
ในปีนี้เป็นจังหวะโอกาสที่บริษัทจะเข้าซื้อกิจการในยุโรปในราคาถูก
เนื่องจากกิจการขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพกำลังประสบปัญหาด้านฐานะการเงินจากความปั่นป่วนปัญหาหนี้ในยุโรป
ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทในยุโรปปรับตัวลดลง
"ขณะนี้เราเริ่มศึกษากิจการเป้าหมายที่ต้องการ
คาดว่าภายในช่วง 6 เดือนจะสามารถได้ข้อสรุปการซื้อกิจการในยุโรป
ทั้งนี้ต้องการซื้อกิจการที่มียอดขายระดับ 200 ล้านเหรียญ/ปี จึงจะได้ประโยชน์จากการลงทุน
สำหรับแหล่งเงินทุน
ส่วนหนึ่งจะนำมาจากเงินเคลมประกันจากน้ำท่วม
ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทประกันภัย
และที่เหลือใช้แหล่งเงินกู้โดยนำกิจการที่ซื้อมาค้ำประกัน"
แหล่งข่าวกล่าว
