ประชาชาติธุรกิจ
สัมภาษณ์และรายงานพิเศษ

วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นายใหญ่พรีบิลท์ วิโรจน์ เจริญตรา "ปีนี้เป็น...ปีแพลทินัม วงการธุรกิจรับเหมา"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 มิ.ย. 2555 เวลา 14:32:11 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สัมภาษณ์

ปีไหนที่ธุรกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น

มักจะกล่าวขานกันว่าเป็นปีทอง แต่หลังจากน้ำท่วมใหญ่ ว่ากันว่าจังหวะนี้ถือเป็นยุค "แพลทินัม" ของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างตึกสูง เมื่อบริษัทรับเหมาส่วนใหญ่มีงานเต็มมือ ปัจจัยเกิดจากแรงงานก่อสร้างไม่เพียงพอ ทำให้ดีเวลอปเปอร์ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาผู้รับเหมาเสนองานให้ ประกอบกับปีนี้เป็นปีที่ดีเวลอปเปอร์แข่งขันเปิดตัวคอนโดมิเนียมเป็นจำนวนมากหลังจากน้ำท่วม

ล่าสุด หนึ่งในผู้ประกอบการน้ำดีของวงการ "บมจ.พรีบิลท์" ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่อยู่ในวงการ 17 ปี บนความสำเร็จช่วง 2-3 ปีหลังที่ต้องปรับเพิ่มเป้ารายได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือประกาศปรับเป้าประมาณการรายได้ปี"55 ใหม่ จาก 3,760 ล้านบาทเป็น 4,000 ล้านบาท เติบโต 28% ทั้งที่ผ่านมาได้เพียง 5 เดือน

เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรคือคน กลุ่มพรีบิลท์โตด้วยทีมผู้บริหารคุณภาพ นำทีมโดย "วิโรจน์ เจริญตรา" กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารอีก 2 คนคือ "ชัยรัตน์ ธรรมพีร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พรีบิลท์ และ "วิลาศ ปิลกศิริ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีซีเอ็ม คอนสตรัคชั่น แมททีเรียล จำกัด ผลิตแผ่นพื้นและผนังสำเร็จรูป

"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์เจาะใจ "พี่วิโรจน์ เจริญตรา" บริษัทจะต่อยอดความสำเร็จในวันนี้ได้อย่างไรบ้าง

"ปี"55 ถือเป็นปีทอง...หรือจะว่าเป็นปีแพลทินัมของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างก็ได้ จากเดิมที่เราต้องเป็นคนไปหางานจาก

ดีเวลอปเปอร์ แต่ตอนนี้กลับกันมีดีเวลอปเปอร์ติดต่อเข้ามาเสนองานก่อสร้างให้เรา ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่คุณชัยรัตน์ (ซีอีโอพรีบิลท์) ก็ยังบอกว่าตอนนี้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเหมือนนางงาม มีแต่คนเข้ามารุมจีบ ทำให้เรามีโอกาสเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพ เพราะที่ผ่านมาพรีบิลท์ยึดเรื่องคุณภาพและความซื่อสัตย์ในการทำงาน"

อย่างงานบางงานก็ได้ดีลที่ดีขึ้น ลูกค้าเคยให้เบิกแอดวานซ์ (เงินเบิกจ่ายล่วงหน้า) จากเดิม 10% ก็ให้เพิ่มเป็น 15-20% สถานการณ์ของพรีบิลท์ในช่วง 4-5 เดือนแรกจึงถือว่าดีมาก ตั้งแต่ต้นปีได้งานก่อสร้างใหม่แล้วทั้งหมด 3,600 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานก่อสร้างคอนโดฯในกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยว บางรายเป็นลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน

เร็ว ๆ นี้ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเป็นงานก่อสร้างคอนโดฯ ซายร์ วงศ์อมาตย์ ของ บมจ.ไรมอน แลนด์, งานก่อสร้างโรงแรมสยาม @ สยาม ที่พัทยา นอกจากนี้มีงานก่อสร้างคอนโดฯ ไอดีโอ โมบิ, คอนโดฯ เรนด์ สุขุมวิท 23 และอาคารจอดรถ

วัดธรรมกาย ขณะเดียวกันยังมีงานใหม่ที่เข้าไปประมูลอีกประมาณ 3-4 พันล้านบาท คาดว่าอย่างน้อยน่าจะได้งานก่อสร้างอีก 1.6 พันล้านบาท รวมแล้วปีนี้น่าจะได้งานใหม่อย่างน้อย 5 พันล้านบาท

เป้าประมาณการรายได้ของพรีบิลท์ในปีนี้จึงถูกปรับใหม่ จากเดิมตั้งเป้าธุรกิจ

รับเหมาก่อสร้าง 3,000 ล้านบาท ปรับเพิ่มเป็น 3,250 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 750 ล้านบาทจะมาจากธุรกิจพัฒนาที่ดินและผลิตแผ่นพื้น-ผนังสำเร็จรูป

"พี่วิโรจน์" อธิบายว่า ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจรับเหมาฯไปได้ดีเป็นเพราะแรงงานก่อสร้างไม่เพียงพอ เนื่องจากมีงานก่อสร้างโครงการภาครัฐเป็นจำนวนมาก ประกอบกับผู้รับเหมาฯที่มีความชำนาญก่อสร้างตึกสูงและทำงานได้คุณภาพมีน้อย คาดการณ์ว่าในตลาดมีจำนวนประมาณหลัก 10 รายเล็กน้อยเท่านั้น

ปรากฏการณ์ตอนนี้จึงมีดีเวลอปเปอร์ติดต่อเข้ามาขอเป็นพันธมิตรกับพรีบิลท์ เพื่อเสนอให้รับงานก่อสร้างคอนโดฯแบบไม่ต้องประมูล และผูกพันธมิตรแบบระยะยาว จึงค่อนข้างมั่นใจว่ายุคทองของธุรกิจรับเหมาโดยเฉพาะผู้รับเหมาตึกสูงที่มีคุณภาพจะกินเวลาไปอีกนาน

อย่างตอนนี้บริษัทได้รับการติดต่อจากดีเวลอปเปอร์ที่เป็นลูกค้าเก่า เช่น เดอะคอนฟิเด้นซ์ในเครือ บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ฯลฯ ยังไม่นับรวมที่อยู่ระหว่างพูดคุยรายละเอียดโครงการและเจรจาราคา มีทั้งโครงการที่เริ่มก่อสร้างในช่วงครึ่งปีและปี"56 ที่จะเซ็นสัญญาไว้ล่วงหน้า

"การรับงานล่วงหน้าไปถึงปีหน้ามีข้อดีคือ มีงานสต๊อกอยู่ในมือ ช่วยลดความเสี่ยงการหางานใหม่ แต่การรับงานจะคำนวณราคาเผื่อความเสี่ยงต้นทุนราคาวัสดุและเงินเฟ้อ เฉลี่ยจะรับงานในราคาที่สูงขึ้นกว่าปีนี้ 10% แต่ยืนยันว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ได้บวกเพิ่มเยอะเกินไป"

การผูกพันธมิตรซึ่งกันและกันจะต้อง "วิน-วิน" ด้วยกัน เพราะไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ผู้รับเหมา แต่พรีบิลท์จะเป็นที่ปรึกษาแบบโครงสร้างอาคารเพื่อช่วยควบคุมต้นทุนค่าก่อสร้างให้ดีเวลอปเปอร์ด้วยในเวลาเดียวกัน

ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนำร่อง 7 จังหวัด คำนวณแล้วส่งผลให้ต้นทุนค่าก่อสร้างของพรีบิลท์ปรับขึ้นประมาณ 10% แบ่งเป็นผลกระทบทางตรงจากการปรับขึ้นค่าแรง 7% และผลกระทบทางอ้อมจากราคาวัสดุที่ปรับขึ้นอีก 3%

"การปรับตัวรับมือค่าแรง 300 บาท พรีบิลท์เลือกนำระบบการจ่ายค่าจ้างแบบใหม่เข้ามาใช้กับแรงงานฝีมือ จากเดิมจ่ายค่าจ้างเป็นรายวัน ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ปรับใหม่เป็นใช้ผลงานเข้ามาเป็นตัววัด เช่น ก่ออิฐได้วันละ 30 ตารางเมตร

รับค่าจ้างและกลับบ้านได้ทันที วิธีทำให้ช่างเกิดความกระตือรือร้น เพราะถ้างานเสร็จเร็วและผ่านคุณภาพก็รับเงินกลับบ้านได้

นอกจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง พรีบิลท์ได้แตกไลน์เข้าสู่ธุรกิจพัฒนาที่ดินเปิดตัวบริษัทในเครือ "บิลท์แลนด์" พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ "THE TEMPO" ถือเป็นสเต็ปใหม่ที่ "พี่วิโรจน์" ต้องการให้เป็นธุรกิจที่ช่วยเพิ่มมาร์จิ้นให้กับกลุ่ม

เพราะธุรกิจรับเหมาฯถึงแม้ทำรายได้หลายพันล้านบาทต่อปี แต่ก็มีเน็ตมาร์จิ้น (กำไรสุทธิ) เฉลี่ยเพียง 3% ขณะที่ธุรกิจพัฒนาที่ดินมีเน็ตมาร์จิ้นเฉลี่ย 10% เท่ากับว่าถ้าธุรกิจรับเหมามีรายได้ 4,000 ล้านบาท อาจจะมีกำไรสุทธิเฉลี่ย 120 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจพัฒนาที่ดินมีรายได้ 1,000 ล้านบาท อาจจะมีกำไรสุทธิถึง 100 ล้านบาท

ปัจจุบัน บิลท์แลนด์พัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว 5 โครงการ เป็นคอนโดฯ 4 โครงการคือ คอนโดฯ "เดอะเทมโป ร่วมฤดี" มูลค่าโครงการ 380 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 90% "เดอะเทมโป พหลโยธิน" มูลค่าโครงการ 387 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 65% "เดอะเทมโป รัชดา" มูลค่าโครงการ 290 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 50% "เดอะเทมโป ติวานนท์" มูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท

มียอดขายแล้ว 40% และบ้านจัดสรร 1 โครงการคือ "เดอะเทมโปทาวน์" มูลค่าโครงการ 126 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 60%

ล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้

การพัฒนาโครงการบนที่ดิน 4 แปลง แต่จะเลือกซื้อ 1-2 แปลง วงเงินที่เตรียมไว้ 500 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการใหม่

อย่างไรก็ตาม รับเหมาก่อสร้างยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับกลุ่มพรีบิลท์ ถึงแม้กำไรไม่ได้สูงเท่ากับธุรกิจพัฒนาที่ดินก็ตาม