updated: 21 มิ.ย. 2555 เวลา 09:50:45 น.
คอลัมน์ เมืองไทย25น.
ทวี มีเงิน
แม้กรีซจะได้รัฐบาลใหม่หมาดๆ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็คงจะยากที่ฝ่าด่านวิกฤตเที่ยวนี้ไปได้ ได้แต่ลุ้นว่าจะลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตโลกหรือไม่ "โรเบริต โซลิก" ประธานธนาคารโลกเตือน"ประเทศกำลังพัฒนาจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนที่มาจากกลุ่มยูโรและต่อความไร้เสถียรภาพในวงกว้างในตลาดการเงิน หากกลุ่มยูโรล้มเหลวที่จะรับมือกับวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่นี้"
นั่นแปลว่าไทยอยู่ในข่ายที่มีสิทธิจะโดนด้วยเหมือนกัน
รัฐบาลเพิ่งตื่นจากภวังค์ตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ กระทรวงพาณิชย์เรียกประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกด่วน เพื่อหามาตรการรับมือวิกฤตยูโรที่จะกระทบการส่งออกทำให้ไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 15% ก่อนหน้านี้คนในรัฐบาลปากแข็งมาตลอด ว่าวิกฤตยูโรไม่กระทบการส่งออก เพราะไทยส่งไปยุโรปไม่เกิน 10% เท่านั้น
ทั้งที่ของจริงผู้ส่งออก "โดนหางเลข" เข้าแล้ว ไม่ว่าการชะลอนำเข้าสินค้า ยื้อเวลาจ่ายเงินชำระค่าสินค้า บางรายไม่มั่นใจต้องทำประกันความเสี่ยง
เราชะล่าใจทำใจเย็นตั้งนานคิดว่าวิกฤตจะจำกัดอยู่แค่กรีซ แต่ตอนนี้ขยายวงไปที่สเปนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นที่ 4 ของยุโรป อิตาลียักษ์ใหญ่อันดับ 3 ขณะที่ฝรั่งเศสขนาดเศรษฐกิจระดับเบอร์ 2 ของยุโรปก็อยู่ในอาการน่าเป็นห่วง
แม้สัดส่วนส่งออกไปยุโรปแค่ 10% ก็ตาม แต่"เอกซเรย์"ลึกลงไปพบว่าสินค้าที่ส่งออกเป็น "สินค้ามีคุณภาพ" มูลค่าสูงตามมาตรฐานผู้บริโภคยุโรป หากเสียไปจึงน่าเสียดายอย่างยิ่ง มิหนำซ้ำเราจะพลอยเสียตลาดทางอ้อม เนื่องจากส่วนหนึ่งส่งออกเป็นวัตถุดิบไปยังประเทศต่างๆ เพื่อผลิตสินค้าสำเร็จรูปส่งต่อไปยุโรปโดยเฉพาะจีน หากจีนได้รับผลกระทบสินค้าส่งออกของไทยก็ได้รับผลกระทบไปด้วย
เรียกว่าเจอ 2 เด้ง
การตั้งรับจึงไม่ใช่แค่ทำให้การส่งออกเป็นไปตามเป้า ซึ่งก็คงลำบาก จะไม่ให้กระทบเศรษฐกิจไทยก็ยิ่งยาก เพราะเราพึ่งพาส่งออกถึง 70%
หากตีความคำเตือนของ "โซลิก" จะเน้นในเรื่อง "วินัยทางการเงิน" ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอย่างประชานิยม แต่ให้หันมาลงทุนสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อสร้างศักยภาพของประเทศ เพิ่มอำนาจซื้อในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออก
ส่งออกโคม่าเมื่อไหร่ เศรษฐกิจไทยมีสิทธิ์เข้าห้องไอซียูเมื่อนั้น
ที่มา : นสพ.ข่าวสด